จุลพันธ์ โวยฝ่ายค้าน ใช้วาทกรรมหนัก ยันแจกดิจิทัล ไม่เบียดงบอื่น-กู้มาก แค่ชั่วคราว กระตุ้นศก.

“จุลพันธ์” ปัดดิจิทัลวอลเล็ตเบียดงบโครงการอื่น รับกู้มากขึ้น ยอมขาดดุล หวังกระตุ้น ศก. สร้างเม็ดเงินใหม่ 

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2567 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท ในวาระแรกนั้น ล่าสุด เวลา 18.55 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ วาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่า ตามที่รับฟังพบว่าวาทกรรมที่ว่า เจ๊งไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้ เป็นวาทกรรมที่หนักไป ทั้งนี้ ข้อวิจารณ์โครงการดังกล่าวเป็นเรื่องมุมมองที่แตกต่างกัน โดยรัฐบาลมองว่าการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจควรทำก่อน เพื่อให้คนไทยมีกำลังต่อยอด ทั้งการบริโภค การลงทุนในอาชีพ สร้างสภาพคล่อง

“รัฐบาลไม่ใช่คิดไปทำไป แต่ยอมรับความจริงว่าเรารับมรดกมาจากรัฐบาลก่อนหน้า ที่มีภาวะเศรษฐกิจหนี้ครัวเรือนสูงถึง 90% ดังนั้นการบริหารจัดการต้องทำให้เดินหน้าต่อไป หากบอกว่าเราคิดไปทำไป จะแย้งกับเรื่องเสียหน้าไม่ได้ ผมเป็นคนทำโครงการนี้ตั้งแต่ต้น ก็โดนว่าทั้งเรื่องเกณฑ์การลดจำนวนคน ยอมรับมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อเสนอจากหน่วยงาน ซึ่งเราต้องรับฟัง บางอย่างเราต้องถอยเพื่อเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง เราเข้าใจในข้อจำกัดสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องมีการบริหารจัดการให้เหมาะสมที่สุด เพื่อที่จะเดินหน้าโครงการแต่ละโครงการ โดยใช้เม็ดเงินอย่างประหยัด คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด“ นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ ชี้แจงต่อว่า นโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ตนั้น เป็นการคิดนอกกรอบ เพื่อให้โครงการนี้วางรากฐานและวางระบบการเงิน เช่น การโอนถ่ายเงินกลางของรัฐให้ประชาชน ผ่านแอพลิเคชั่นกลางให้บริการประชาชน เป็นโครงการกระตุ้นให้คน 50 ล้านคนลงทะเบียนผ่านมาตรฐานของรัฐ เพื่อให้มีบัตรประจำตัวดิจิทัล เพื่อใช้ทำธุรกรรมของรัฐได้ทุกประเภท นี่คือประโยชน์ของประชาชนและประโยชน์ของรัฐอย่างมหาศาล ประชาชนไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปยังหน่วยงานของรัฐ และระบบนี้สามารถให้บริการประชาชน 24 ชั่วโมง ไม่ว่าพี่น้องประชาชนจะมีความต้องการเข้าถึงบริการของรัฐเวลาใด

Advertisement

นายจุลพันธ์ อภิปรายอีกว่า ยอมรับว่าปีนี้กู้เงินเพิ่มขึ้น แต่เป็นการกู้ชั่วคราวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต มีการตั้งข้อสังเกตว่าหากขาดดุลเต็มเพดาน เมื่อมีวิกฤตจะไม่สามารถปรับตัวรองรับได้ ถือว่าเข้าใจคลาดเคลื่อน ตามข้อเท็จจริง มีกลไกตาม พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการภาครัฐ ที่จะสามารถรองรับ ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตในลักษณะใดก็ได้ เรายังสามารถเดินหน้าได้

อย่างไรก็ตาม ที่ระบุว่ามีเม็ดเงิน 1.6 แสนล้านบาท ที่ถูกตัดลด ข้อเท็จจริงไม่มี ในข้อเท็จจริงมีคำขอเข้ามาถึง 6.5 ล้านล้านบาท แต่ด้วยการบริหารจัดการภาครัฐ สำนักงบประมาณเรียงลำดับความสำคัญ ยืนยันเป็นการจัดสรรงบตามปกติ ไม่มีหน่วยงานเบียดบังจากโครงการเติมเงินหมื่นบาท ทั้งนี้ โครงการนี้ยอมขาดดุลเพิ่มเติม เพื่อสร้างเม็ดเงินใหม่ ให้เศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นกลไกที่ยืนยันว่าเม็ดเงินมีประสิทธิภาพ หมุนเวียนเศรษฐกิจหลายรอบ เพื่อให้เกิดประโชน์กับประชาชนมากที่สุด

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image