หน้าแรก การเมือง ส.ส.ก้าวไกล อ...

ส.ส.ก้าวไกล อัด รบ.ไม่จริงใจแก้ปัญหาการศึกษา กยศ.ของบ 5 พันล้านไม่ได้สักบาท จุลพันธ์ ลุกแจง

20.06.24 | 11:30 น.

ส.ส.ปารมี ก้าวไกล เผย ตัวเลขเด็กไทยหลุดออกจากระบบการศึกษา 1.02 ล้านคน ส่อหลุดอีก 2.8 ล้านคน อัด รัฐบาลไม่จริงใจแก้ปัญหา หลังปีนี้กยศ.ของบ 1.9 หมื่นล้าน แต่รัฐให้ 800 ล้านบาท ส่วนงบ 68 ขอ 5,000 ล้านบาท แต่ไม่ให้สักบาทเดียว หวั่นทำเด็กกู้ยืมไม่มีเงินเรียนต่อ ด้าน “รมช.คลัง” แจง กองทุนฯอยู่ในช่วงปรับตัวจากการแก้ไขกม. ขอให้มั่นใจไม่มีใครไม่ได้เรียน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 มิถุยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 เป็นวันที่สอง มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานในที่ประชุม ได้มีการอภิปรายต่อในส่วนของงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ

นายปารมี ไวจงเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายในประเด็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งข้อมูลจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พบว่า ปัจจุบันมีเด็กหลุดออกนอกระบบ 1.02 ล้านคน เท่ากับเด็กไทย 100 คน หลุดออกนอกระบบ 8 คน ความยากจนคือสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กหลุดออกนอกระบบ เรายังมีความเหลื่อมล้ำในการเข้าระบบการศึกษาอย่างมาก เด็กยากจนคือเด็กที่หลุดออกนอกระบบเป็นกลุ่มแรก กว่าครึ่งของเด็กกลุ่มนี้ต้องการทำงานมากกว่าเรียนหนังสือ แสดงให้เห็นว่าระบบการศึกษาไทยไม่ตอบโจทย์ให้กับเด็กกลุ่มนี้ เหมือนเป็นการผลักเขาออกนอกระบบ ทำเขาตกหล่นไม่โอบรับ ดังนั้น รัฐบาลต้องห้ามเลือดไม่ให้ไหลมากกว่านี้ ต้องให้ความสำคัญกับเด็กปัจจุบันที่ยังไม่หลุดออกจากระบบ แต่มีแนวโน้มกำลงจะหลุด 2.8 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความยากจนรุนแรงที่สุดในประเทศ

นายปารมีกล่าวต่อว่า รัฐบาลบอกว่าจะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาแบบเร่งด่วน แต่กลับจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงไม่เพียงพอ ซึ่งในงบ 68 กสศ.ของบ 7,800 ล้านบาท แต่รัฐบาลให้เพียง 6,900 ล้านบาท หากเราต้องการช่วยเด็กกลุ่มนี้ที่มีจำนวนล้านกว่าคนที่ออกนอกระบบไปแล้ว ตนคิดว่า กสศ.ต้องได้รับงบประมาณมากกว่านี้ นอกจากนี้ ข้อมูลของ กสศ.ยังพบว่าในระดับอุดมศึกษา เด็กกลุ่มยากจนรุนแรงสามารถเรียนต่อระดับอุดมศึกษาได้เพียง 12.4% สาเหตุเพราะค่าใช้จ่ายในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยระบบ T-CAS ในปัจจุบันสูงมากหลักหลายพันบาท เด็กที่มีฐานะดีจะสอบกี่วิชาก็ได้ แต่เป็นการผลักเด็กที่มีความสามารถแต่ไม่มีโอกาสด้านการเงิน และเด็กบางคนแม้จะมีแรงฮึดสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แต่ก็ไม่มีเงินเรียน

นายปารมีกล่าวด่วยว่า ขณะนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กำลังมีปัญหาใหญ่ขาดสภาพคล่องหนักมาก โดยกลับมาขอรับงบประมาณในรอบหลายสิบปี ซึ่งปีนี้ของบสูงถึง 1.9 หมื่นล้านบาท แต่รัฐบาลให้ได้แค่ 800 ล้านบาท ส่วนงบ 68 ขอ 5,000 ล้านบาท แต่รัฐบาลไม่ให้แม้แต่บาทเดียว และอาจจำเป็นต้องตัดเงินกู้ยืมที่จะให้เด็กในปีการศึกษานี้ หรือหากยังมีปัญหาอาจต้องตัดเงินที่ให้เด็กไปแล้วซึ่งอาจทำให้ไม่มีเงินเรียนต่อ สิ่งนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก ดังนั้น ตนขอเสนอการจัดสรรงบประมาณเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ คือต้องเร่งช่วยเหลือเด็กที่หลุดออกนอกระบบ ต้องไม่จัดงบแบบการอุดหนุนรายหัว การศึกษาขั้นพื้นฐานต้องฟรีจริง เพิ่มประสิทธิประโยชน์จูงใจครูให้สอนโรงเรียนขนาดเล็ก ปฏิรูปหลักสูตร และสร้างการศึกษาแบบไร้รอยต่อ อุดหนุนค่าใช้จ่ายในการเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ T-CAS

Advertisement

“การที่เด็กคนหนึ่งได้รับการศึกษาที่ดีจะเป็นบันไดสำคัญในการเข้าสู่รายได้ และคุณภาพชีวิต หากไม่มีการสนับสนุนจากรัฐจะเกิดปัญหาอื่นตามมา วันนี้ท่านเพิกเฉยต่อปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา หวังว่าท่านจะได้บริหารงบประมาณใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้เด็กไทยหลุดออกจากระบบ และให้ทุกโรงเรียนมีคุณภาพที่เสมอภาคกัน” นายปารมีกล่าว

ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ชี้แจงยอมรับว่า กยศ.ของบครั้งแรก จริงๆ ในรอบหลายปี ซึ่งขณะนี้ กยศ.เหมือนอยู่ในช่วงปรับตัวจากการแก้ไข พ.ร.บ.กยศ. ส่วนปีนี้ที่ กยศ.ของบ 1.9 หมื่นล้านบาท จากการหารือกับสำนักงบประมาณดูแล้วว่าการบริหารจัดการสามารถทำได้ภายใต้กรอบที่เหลือในกองทุน ทั้งการรับเงินจากลูกหนี้ และการบริหารจัดการอื่นๆ ที่สามารถบริหารจัดการได้จากการรับงบอีก 800 ล้านบาท แต่หากไม่พอยังมีกลไกรองรับอื่นๆ เช่น งบกลาง จึงยืนยันได้ว่าจะไม่มีนักเรียน นักศึกษา ที่กู้ยืมเงิน กยศ.ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา