‘ราชิต’ ชงเพิ่มงบปราบยาเสพติด 10 เท่า แนะรัฐอุดหนุนค่าบำบัด 50% จี้ ‘เศรษฐา’ เร่งแก้ปัญหาจริงจัง

20.06.24 | 13:10 น.

‘ราชิต’ ชงเพิ่มงบปราบยาเสพติด 10 เท่า แนะรัฐอุดหนุนค่าบำบัด 50% จี้ ‘เศรษฐา’ เร่งแก้ปัญหาจริงจัง ชี้เกือบครบปีแล้วยังไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 เป็นวันที่สอง มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานในที่ประชุม

โดยเมื่อเวลา 11.50 น. นายราชิต สุดพุ่ม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายถึงงบประมาณการแก้ปัญหายาเสพติดว่า เนื่องจากปัญหายาเสพติดมีความรุนแรง ทุกคนเหนื่อยหน่าย จึงต้องกระตุ้นให้มีการแก้ปัญหา และเมื่อดูร่างงบประมาณ ปี ​68 ตนมองว่ายังคงแก้ปัญหาไม่ได้

นายราชิตกล่าวว่า การตั้งงบประมาณในเรื่องยาเสพติด อยู่ในแผนบูรณาการ ภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง จึงเป็นการแก้ปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคง หากเป้าหมายไม่ได้กระทบต่อการพัฒนาประเทศ ก็เหมือนจะไม่ให้ความสำคัญ ตนจึงมีข้อเสนอว่า ควรแก้ปัญหาด้วยวาระเร่งด่วนแห่งชาติ ไม่ใช่ทำแบบงบประมาณปกติไปวันๆ รัฐบาลควรกำหนดระยะเวลา หน่วยงานที่รับผิดชอบ ตัวชี้วัด และเป้าหมายให้ชัดเจน และงบประมาณควรจะเพิ่มขึ้น 10% ไม่ก็ 10 เท่า จากงบประมาณที่ตั้งไว้ 5,048 ล้านบาท ควรจะเป็น 5 หมื่นล้านบาท

2.การจัดสรรงบประมาณ ไม่สอดคล้องกับการแก้ปัญหา อย่างในงบประมาณปี 67-68 แม้งบปราบยาเสพติดจะเพิ่มขึ้น แต่งบในการป้องกันลดลง จาก 35% เหลือ 32% และตั้งแต่ปี 67 เป็นต้นมา งบประมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย การแก้ปัญหาก็ไม่เกิด ดังนั้น ตนจึงเสนอให้เพิ่มงบประมาณในการป้องกัน แก่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากเราทำให้ครอบครัวและสังคมมีความเข้มแข็ง ความต้องการในยาเสพติดก็จะไม่เกิด

Advertisement

นายราชิตกล่าวว่า ตนขอเสนอวิธีการบำบัดผู้ติดยาเสพติด โดยควรเพิ่มงบประมาณสถานที่บำบัดให้มาก และให้ทุกจังหวัดมีสถานที่บำบัดอย่างน้อย 5 อำเภอต่อ 1 ที่ นอกจากนี้ อยากให้ส่งเสริมและจูงใจภาคเอกชน เข้ามาทำศูนย์บำบัดยาเสพติด เพราะต้องยอมรับว่า รัฐบาลหมดปัญญา หน่วยงานรัฐไม่สามารถทำได้

นายราชิตกล่าวว่า อยากให้รัฐบาลอุดหนุนค่าบำบัดรักษา 50% ให้กับผู้ปกครอง เพราะเยาวชนที่เสพยา ส่วนใหญ่เป็นลูกของชนชั้นกลาง และชนชั้นรากหญ้า ซึ่งไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนชั่ว แต่เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี สภาพสังคมที่เขาอยู่จึงไม่ดี ทำให้ลูกหลานติดยาเสพติด ดังนั้น หากรัฐบาลอยากนำเยาวชนเหล่านี้กลับมา ก็ต้องอุดหนุนค่าบำบัด

นายราชิตกล่าวว่า ตนอยากให้การแก้ปัญหายาเสพติด อยู่ในยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของมนุษย์ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนที่ดี และรัฐบาลควรรีบแก้ปัญหาอย่างจริงจัง จึงขอฝากไปยังนายกรัฐมนตรี ที่เคยประกาศว่าจะแก้ปัญหายาเสพติดภายใน 1 ปี วันนี้เหลือเวลาอีกแค่ 3 เดือนก็จะครบ ยังไม่มีอะไรเลย

นายราชิตกล่าวทิ้งท้ายว่า การตั้งงบประมาณเรื่องยาเสพติดไม่ประสบผลสำเร็จแน่นอน ทำให้คาดว่าการแก้ปัญหาอื่นๆ ก็คงทำไม่ได้ ตนจึงไม่สามารถรับงบประมาณฉบับนี้ได้