หน้าแรก การเมือง ก้าวไกล โวยงบ...

ก้าวไกล โวยงบสธ.ถูกตัด ห่วงให้ความสำคัญปัญหาสุขภาพจิตน้อย 

20.06.24 | 15:37 น.

ก้าวไกล โวยงบสธ.ถูกตัด ห่วงให้ความสำคัญปัญหาสุขภาพจิตน้อย 

เมื่อวันที่ 20 มิถุยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 เป็นวันที่สอง มี นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานในที่ประชุม

เวลา 14.00 น. นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยระยะพึ่งพิง หรือระยะประคับประคองที่ปัจจุบันเพิ่มขึ้น โดยปี’68 มีผู้ป่วย จำนวน 686,823 คน ซึ่งงบประมาณการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ปี’67 เบิกจ่ายรายหัว 9,000 บาท ไม่เกิน 6 เดือนต่อราย ขณะที่ปี’68 เพิ่มอัตราเหมาจ่ายต่อคนต่อปี 10,442 บาท แม้ว่ารายหัวจะสูงขึ้นแต่ก็มีคนที่ตกหล่นอยู่ถึง 76,882 คน

และเมื่อจำนวนผู้ป่วยระยะพึ่งพิงเพิ่มขึ้น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ แต่หากดูโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาศักยภาพของ อสม. และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) ทั้งโครงการพัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนทุกกลุ่มวัย ที่ของบประมาณ 1,274.21 ล้านบาท แต่ได้เพียง 153.27 ล้านบาท ส่วนโครงการองค์ความรู้ด้านสุขภาพได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม ของบประมาณ 7,590.49 ล้านบาท ได้เพียง 2,761.96 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มีแนวโน้มถูกปรับลดลงทำให้ไม่สามารถเพิ่มกำลังคนได้ ไม่สามารถทำให้เขาก้าวหน้าในอาชีพได้ นอกจากงบประมาณในการพัฒนาบุคลากรแล้ว

งบประมาณในส่วนของอุปกรณ์ทางการแพทย์ในโครงการยกระดับคุ้มครองสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ภายใต้การดำเนินงานสถานชีวาภิบาลประเทศไทย ขอไป 71.85 ล้านบาท ถูกปรับลดเหลือ 20.925 ล้านบาท ซึ่งปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์ พรรคก้าวไกลผลักดัน “โครงการธนาคารอุปกรณ์” โดยให้ยืมอุปกรณ์ไปใช้ที่บ้านได้ และให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบจัดการดูแล จึงอยากเสนอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับผู้ป่วย และครอบครัวของผู้ป่วยในระยะพึ่งพิงมากขึ้น เพราะวิธีคิดของรัฐบาลต่อผู้ป่วยระยะพึ่งพิงหรือระยะประคับประคองในขณะนี้ดูเหมือนจะให้ความสำคัญลดน้อยลง

Advertisement

เวลา 14.40 น. น.ส.สิริลภัส กองตระการ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขออภิปรายงบในส่วนกรมสุขภาพจิตที่ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2568 ของบไป 4,400 ล้านบาท แต่ได้รับจัดสรรแค่ 3,038 ล้านบาท คิดเป็นแค่ 1.8% ของงบประมาณกระทรวงสาธารณสุข ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันที่คนไทยมีปัญหาด้านสุขสภาพจิตมากถึง 10 ล้านคน แต่เข้ารับการรักษาแค่ 3 ล้านคน ปัจจุบันคนไทยมีปัญหาสุขภาพจิตทุกวัยตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน และวัยผู้สูงอายุ โดยเฉพาะวัยผู้สูงอายุมีอัตราฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นทุกปี รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญการแก้ปัญหาสุขภาพจิตคนไทย ทั้งที่ปัญหาหนักขึ้น แต่งบประมาณแก้ปัญหากลับลดลง

นอกจากนี้ ส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายเน้นไปที่รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงสาธารณสุข ปล่อยให้ขาดแคลนแพทย์ พยาบาล อาทิ น.ส.กัลยพัชร รจิตโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ไม่ให้ความสำคัญในการเพิ่มแพทย์ พยาบาล มาประจำที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ (ตำบล) รวมถึงนโยบายนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข ที่ระบุจะเพิ่มบุคลากรทางแพทย์ที่ขาดแคลน แต่ในร่าง พ.ร.บ.งบรายจ่ายปี 2568 กลับไม่มีการจัดสรรงบส่วนนี้ไว้ แสดงว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญการจัดสรรงบส่วนนี้ใช่หรือไม่

ขณะที่นายปิยชาติ รุจิพรวศิน ส.ส.นครราชสีมา พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงงบอาสากู้ภัยของกระทรวงสาธารณสุข ที่มีอยู่ 45,000 คน แต่กลับมีปัญหารายได้ไม่เพียงพอ มีการค้างค่าชดเชยเจ้าหน้าที่ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) 8 เดือน ตั้งแต่ปี 2566 แม้ล่าสุด สพฉ.ชี้แจงว่า จ่ายเงินที่ค้างอยู่ครบแบบเดือนต่อเดือนแล้ว แต่จากการตรวจสอบพบว่า สพฉ.ยังจ่ายเงินให้บุคลากรแค่ 2 เดือนต่อครั้ง ไม่ใช่เดือนต่อเดือน