‘อัครนันท์’ ชู รบ.เพื่อไทยเปิดตลาดใหม่เน้นศก.สีรุ้งเอาใจชุมชนLGBTQIA+ พร้อมผลักดันเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดเวิลล์ไพรด์2030
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 มิถุนายน นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่ารัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทยด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้ประชาชนมีความสุข อิ่มท้องได้เราจึงต้องคิดเพื่อสวนตลาด Disrupt ขยับเพื่อโตไม่ใช่อยู่กับที่เพื่อรอวันตาย ส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่คิดใหม่ทำได้จริง หาอุตสาหกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ
นายอัครนันท์กล่าวว่า รัฐบาลจึงกำหนดนโยบายที่ขับเคลื่อนประเทศไทยหนึ่งในนั้นคือ การใช้ซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับแนวทางการสร้างรายได้ผ่านเศรษฐกิจเชิงรุกเพื่อเปิดตลาดใหม่ให้สินค้าและการบริการเกิดขึ้นได้ จึงต้องพิจารณาในการใช้สมาร์ทพาวเวอร์ว่าเมื่อไหร่จะใช้ฮาร์ดพาวเวอร์ ซึ่งจากการพิจารณาข้อเท็จจริงพบว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นโดยเศรษฐกิจนั้นต้องมีการนำโดย เรนโบว์อีโคโนมี ดังนั้น รัฐบาลจึงได้กำหนดเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญผ่านเศรษฐกิจสีรุ้ง หรือเรนโบว์อีโคโนมี
นายอัครนันท์กล่าวต่อว่า ในการยอมรับความหลากหลายทางเพศที่จะมีขึ้นด้วยระบบเศรษฐกิจนี้จะเน้นย้ำเจตนารมณ์ของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยที่จะเกิดความยั่งยืน การไม่แบ่งแยก ความหลากหลาย และความเสมอภาค ดังนั้น รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการร่วมกลุ่มของชุมชน LGBTQIA+ และกลุ่มชายขอบที่ภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจ การดำเนินนโยบายของรัฐบาลภายใต้การมอบหมายของนายกฯได้มีความเชื่อมโยงระหว่างซอฟต์พาวเวอร์และเรนโบว์อีโคโนมี จากการพิจารณาข้อมูลแล้วพบว่าอุตสาหกรรมบันเทิงขยายตัวสูง ทำให้รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ถือเป็นโอกาสที่จะนำภูมิปัญญาไทยและสินค้าชุมชน สื่อสารออกมาในรูปแบบต่างๆ เพื่อชักจูงให้คนอยากมาเที่ยว
ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจสีรุ้ง ขยายอุตสาหกรรมการสร้างสื่อเพื่อเจาะจงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นอย่างเป็นระบบ นั้นคือบุคคล ชุมชน LGBTQIA+ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นเป็นทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ทำให้กลุ่ม LGBTQIA+มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะมีอำนาจในการตัดสินใจใช้จ่ายกลุ่ม LGBTQIA+ นอกจากนี้รายได้ 1% ของจีบีทีของไทยก็มาจากนักท่องเที่ยวของกลุ่ม LGBTQIA+ ดังนั้น การผลักดันเศรษฐกิจสีรุ้งด้วยกลุ่ม LGBTQIA+ ผ่านกิจกรรมตามนโยบายดังกล่าวสามารถสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน LGBTQIA+ และสังคมเศรษฐกิจโดยรวมของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายอัครนันท์กล่าวอีกว่า กระทรวงพาณิชย์เองก็อยากเป็นกลไกที่สำคัญสนับสนุนอุตสาหกรรมฯที่จะให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงประสบการณ์ และกระตุ้นให้นักเที่ยวเข้ามาเที่ยวมากขึ้นนั่นคือการจัดอีเวนต์ อย่างเวิลด์ไพรด์ ที่รัฐบาลไทยเราพยายามที่จะผลักดันให้ไทยเราได้เป็นเจ้าภาพจัดเวิลด์ไพรด์เป็นประเทศแรกของภูมิภาคนี้ในปี 2030 และเป็นอีกปัจจัยหนึ่งคือกฎหมาย ซึ่งกฎหมายสมรสเท่าเที่ยมเพิ่มผ่านสภา ไปเมื่อสองวันที่แล้วก็ถือเป็นก้าวที่สำคัญมากที่ประเทศไทยจะได้เตรียมความพร้อม

