หน้าแรก การเมือง ทสท.บี้กองทัพ...

ทสท.บี้กองทัพเขียนงบชัดๆ ปิดช่องสอดไส้ โวยงบแก้แก๊งคอลได้น้อยนิด ไม่เหมือนเงินช้อปอาวุธ

20.06.24 | 18:27 น.

ทสท.ดักคอกองทัพ ของบให้ชัดอย่าสอดไส้ทีหลัง เปิดช่อง ‘ไอ้โม่ง’ หาประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง เย้ย ‘บิ๊กทิน’ ของจริงหรือไม่ หลังกองทัพไม่ทำตามสั่ง

เมื่อวันที่ 20 มิถุยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 เป็นวันที่สอง มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในที่ประชุม

เวลา 16.40 น. นายชัชวาล แพทยาไทย ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ว่า การจัดสรรงบฉบับนี้ผิดฝาผิดตัว ไม่ตอบโจทย์ หากสภาโหวตผ่านในวาระที่ 1 แต่เชื่อว่าจะต้องมีการแก้ไขในวาระที่ 2 อีกไม่น้อย ซึ่งความบกพร่องของงบ 2568 คือโครงการที่ควรทำท่านก็ไม่ทำ โครงการที่ยังไม่ควรทำท่านก็เร่งรีบทำ โครงการที่ต้องจัดสรรงบให้เพียงพอก็ไม่ใส่เงินลงไป ตรงกันข้ามกับโครงการที่ไม่จำเป็นกลับอัดเม็ดเงินลงไปจนล้น ที่สำคัญคือตั้งงบไว้สูงเกินจริง เป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะหน่วยงานสามารถซื้อของในราคาแพงเกินจริง เพื่อให้คนขายนำเงินมาทอนให้ผู้มีอำนาจภายหลัง

นายชัชวาลกล่าวว่า เรียกได้าว่าฮั้วกันตั้งแต่ทีโออาร์ เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากช่องว่างของระเบียบที่เอื้อให้หน่วยงานบางหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคง ซึ่งเปิดโอกาสให้มีไอ้โม่งบางคนออกมาบงการผู้ใต้บังคับบัญชาแสวงหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองและพวกพ้อง

นายชัชวาลกล่าวต่อว่า ในปีงบประมาณ 2567 ตนทำหน้าที่เป็นอนุกรรมาธิการด้านความมั่นคง พบว่าในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ หน่วยงานหรือเหล่าทัพจะของบประมาณมาในกรอบกว้างๆ ไม่มีรายละเอียดเหมือนกระทรวงอื่นๆ มักจะอ้างว่าเป็นความลับด้านความมั่นคง ซึ่งตรงนี้เป็นจุดให้เข้ามาทุจริต เพราะงบในการจัดหายุทโธปกรณ์บวมออกมาเกินความเป็นจริง เวลาเจ้าหน้าที่มาชี้แจงความจำเป็นและสัญญาว่าจะมีการจัดหาอย่างโปร่งใส จะพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด จะทำให้งบของประเทศรั่วไหลให้น้อยที่สุด แต่ไม่เคยมีรายละเอียดเทียบราคาถูกแพงมาแสดงให้พิจารณา

Advertisement

นายชัชวาลกล่าวว่า ตัวอย่างโครงการของกองทัพอากาศที่เขียนในหลักการกว้างๆ ว่าเป็นโครงการเพิ่มสมรรถนะกองทัพ ไม่บอกรายละเอียกว่าจะไปทำอะไร แต่สุดท้ายแล้วมีการไปจัดซื้อวิทยุสื่อสาร จำนวน 40 ตัว เสนอราคากลางมาอยู่ที่ 38 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ราคาตลอดอยู่ที่ 15 ล้านบาท มีส่วนต่างถึง 23 ล้านบาท เพราะซื้อแพงเกินจริง

“เรื่องนี้คณะกรรมการจัดซื้อของกองทัพกลัวจะติดคุกจึงส่งเรื่องมาให้ผมดู ผมเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นในงบปี 2568 จึงอยากให้กองทัพมีการเขียนทีโออาร์ในโครงการต่างๆ ให้ชัดเจน ไม่ใช่มาสอดไส้ในภายหลัง” นายชัชวาลกล่าว

นายชัชวาลกล่าวต่อว่า เห็นว่าเป็นการตั้งงบประมาณไม่เหมาะสมกับสภาพปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่คนไทยถูกโจมตีทางไซเบอร์ มูลค่าความเสียหายนับหมื่นล้านบาท แต่ปรากฏว่างบปี 2568 ที่จะนำมาใช้แก้ปัญหากลับได้น้อยนิด ต่างจากงบจัดซื้ออาวุธของกองทัพที่ยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะมองความมั่นคงในมิติของยุคดึกดำบรรพ์ และรัฐบาลไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับสภา เพราะที่ผ่านมา นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม เคยสั่งการให้กองทัพใช้ยุทธภัณฑ์ที่บริษัทคนไทยเป็นผู้ผลิต แต่ในทางปฏิบัติกองทัพกลับไม่ให้ความร่วมมือทำตามนโยบายที่ รมว.กลาโหมให้ไว้ แม้แต่กระทั่งการเปิดโอกาสให้บริษัทคนไทยเข้าร่วมแข่งขันอย่างเป็นธรรมก็ไม่มี

“ไม่รู้ว่าไม่ให้ความร่วมมือ หรือ รมว.กลาโหมสั่งการไม่ได้ เรื่องนี้เป็นสัญญาที่รัฐบาลให้ไว้ต่อสภา แต่หน่วยงานไม่ทำตามสัญญา กองทัพไม่ให้ความสำคัญกับ รมว.กลาโหม งานนี้จึงพิสูจน์ว่านายสุทินคือของจริงหรือไม่” นายชัชวาลกล่าว