ส.ส.ปชป.แต่งกลอนล้อรัฐบาล ‘เศรษฐกิจก็เสดสา พัฒนาก็ค้างคาใจ ยาเสพติดก็ติดกันไป สบายใจรัฐบาลเศรษฐี’ ถามนายกฯลูกหลานติดยาจนตายนั่งดูได้หรือ แซะสิ่งที่เป็นหน้าเป็นตาคือพอนักข่าวถาม ทำแต่คิ้วขมวด-ปากจู๋
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 เป็นวันที่สอง มี นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานในที่ประชุม
จากนั้นเวลา 18.00 น. นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ถึงงบประมาณในสัดส่วนการแก้ไขปัญหายาเสพติดว่า หากย้อนไปวันที่ 11 ก.ย.2566 นายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า นายเศรษฐา ทวีสิน แถลงนโยบายต่อสภาแห่งนี้ โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดว่ารัฐบาลจะดำเนินการให้ยาเสพติดหมดไปจากสังคมไทย โดยยึดหลักการเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย สนับสนุนให้ผู้เสพรักษาบำบัดอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มจำนวนทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพให้กลับสู่สังคมไทย โดยใช้มาตรการตามความในกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดและดึงประชาชนออกจากวงจรอย่างถาวร แต่เมื่อดูงบ 2568 ในส่วนแผนบูรณาการป้องกันและปราบปรามแก้ไขปัญหายาเสพติดได้รับการจัดสรรงบประมาณกว่า 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าปี 2567 ก็จริงแต่ก็ยังน้อยอยู่ดี เหมือนรัฐบาลไม่จริงใจต่อพี่น้องประชาชน

นายพิทักษ์เดชกล่าวต่อว่า เป็นเรื่องดีที่รัฐบาลจับกุมยาเสพติดได้มาก แลกกับการลำเลียงลักลอบนำเข้ายาเสพติดสู่ประเทศไทย ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ขอสนับสนุน ไม่ได้รังเกียจอะไร แต่สิ่งที่รัฐบาลทำไม่เท่ากันคือการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติด วันนี้เราจะเห็นได้ว่าในสังคมไม่ว่าในเมือง หรือชนบทมีผู้ป่วยยาเสพติดมาก ที่ผ่านมามีนัยความหมายว่า “คนเสพตาย คนขายติดคุก” วันนี้คนเสพกว่าจะตายมันไปทำร้ายคนอื่น ส่วนคนขายติดคุก ต้องจับมันให้ได้ก่อนถึงจะติดคุก
นายพิทักษ์เดชกล่าวว่า สิ่งสำคัญเหล่านี้คือเมื่อผู้ป่วยยาเสพติดเพิ่มขึ้นและทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องคิดและนำมาแก้ไข ซึ่งรัฐบาลต้องให้ความสำคัญอย่างมากต่อการวางแผน การบริหารจัดการผู้เสพที่เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาให้มากกว่านี้ เชื่อมต่อเครือข่าย รวมถึงการติดตามช่วยเหลือฟื้นฟูสภาพทางสังคมให้ผู้เสพเข้ารับการบำบัดอย่างครบวงจร เพื่อให้ผู้ผ่านการประวัติรักษาได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิต และกลับมาใช้ชีวิตในสังคมอย่างเท่าเทียมกัน แต่รัฐบาลไม่ได้มีหน่วยงานการดูแลเรื่องนี้อย่างชัดเจน วันนี้จับผู้ป่วยไปแต่ไม่รู้จะเอาไปไว้ไหน เมื่อผู้ป่วยละเมิดต่อพี่น้องประชาชน ทำร้ายร่างกายต่อครอบครัว ทรัพย์สิน แต่รัฐบาลอย่านั่งดูดาย

“ผมมองดูนายกรัฐมนตรีที่ชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน สิ่งที่ทำแล้วเป็นหน้าเป็นตาที่สุดคือเวลานักข่าวถามเรื่องนี้ท่านจะทำคิ้วขมวด แล้วปากจู๋ นี่เป็นหน้าเป็นตาที่สุด วันนี้เราต้องให้งบประมาณเพิ่มขึ้น พี่น้องประชาชนที่ไม่มีเงินมีทองก็นั่งรอให้ลูกหลานติดยาเสพติดจนป่วยตาย เรานั่งดูได้หรือ ดังนั้น นายกฯควรเป็นแม่บท ตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดแต่ละจังหวัด หรือบูรณาการร่วมกับกองทัพ อุดหนุนงบประมาณไปให้กองทัพเพราะกองทัพมีกำลังพล มีพื้นที่ โดยไม่ต้องเสียงบประมาณ และถ้าปล่อยไปให้เป็นปัญหายืดเยื้อโรคเรื้อรัง ผมเชื่อว่าอีกไม่นานเยาวชนของประเทศไทยก็มีแต่จมลง เพราะติดยาเสพติด เมื่ออ่านงบประมาณแล้วผมรับไม่ได้” นายพิทักษ์เดชกล่าว
นายพิทักษ์เดชแต่งกลอนทิ้งท้ายว่า “เศรษฐกิจก็เสดสา พัฒนาก็ค้างคาใจ ยาเสพติดก็ติดกันไป สบายใจรัฐบาลเศรษฐี”

