‘ภคมน’ จวกรบ.ใช้งบซ้ำซ้อนนับไม่ถ้วนหลายโครงการ เหน็บ ยิ่งเปิดเพจมากคนก็ไม่สนใจอยู่ดี หนำซ้ำยิ่งเป็นการผลาญงบ อัด เป็นครั้งแรกในปวศ.รบ.ใช้ศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์แก้ต่างกันเอง ถาม NBT connext ลงข่าว ‘ทักษิณ’ เป็นภารกิจรัฐตรงไหน
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 วันที่สามซึ่งเป็นวันสุดท้าย
เวลา 14.25 น. นางสาวภคมน หนุนหนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า มีงบฯ ที่ไม่ถูกพูดถึงมานาน คืองบฯ โฆษณาประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ ซึ่งในปี 68 เป็นเงิน 2,945 ล้านบาท จะขอแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ โฆษณาประชาสัมพันธ์ทางตรง เป็นการนำไปใช้เพื่อประชาสัมพันธ์ ส่วนที่สอง ชื่อโครงการไม่ได้ระบุชัด แต่ซ่อนในคีย์เวิร์ดที่สำคัญ เช่น ปลูกฝัง รณรงค์ ปลูกจิตสำนึก ในบางโครงการก็มีชื่อไม่ชัดเจนว่าจะใช้ในการโฆษณา ซึ่งต้องดูในรายละเอียดจึงจะทราบ
นางสาวภคมน กล่าวว่า ในงบก้อนนี้ มีโครงการที่ซ้ำซ้อนเป็นเงินอย่างน้อย 662 ล้านบาท โครงการยอดฮิตที่หลายกระทรวงรุมทำ เช่น โครงการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด หน่วยงานที่ดำเนินการ กระทรวงมหาดไทย งบที่ใช้ดำเนินการ 38 ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการ 23 ล้านบาท กระทรวงยุติธรรม 5 ล้านบาท และกระทรวงสาธารณสุข 100 ล้านบาท แม้ชื่อโครงการจะไม่เหมือนกัน แต่หากดูวัตถุประสงค์ไม่ห่างไกลกัน ซึ่งงบฯ ที่ตนยกตัวอย่างไม่ใช่งบบูรณาการ เป็นงบฯ ที่แยกกันทำ หากแต่ละกระทรวงมีการพูดคุยกันเราอาจไม่ต้องใช้งบฯ ไปกว่า 600 ล้านบาท แต่ท่านก็อาจจะอ้างได้ว่าเป็นคนละหน่วยงานกัน แต่ก็ยังปรากฏหน่วยงานเดียวกันดำเนินโครงการซ้ำซ้อนกันอยู่ อย่าง สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกรมประชาสัมพันธ์สังกัดอยู่ โดยจะมี 5 โครงการที่ซ้ำซ้อนกัน
โครงการแรก โครงการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความรักสถาบันหลักของชาติ ใช้งบฯ 5 ล้านบาท และสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ ก็ดำเนินแผนงานประมาณนี้ โดยระบุว่า ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนสร้างการรับรู้เรื่องสถาบันหลักของชาติ เป็นงบฯ 530,000 บาท ต่อมา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แผนงานเผยแพร่เสริมสร้างความมั่นสร้างความมั่นคงสถาบันหลักของชาติวัสดุโฆษณาและเผยแพร่ 35,722,400 บาท

นางสาวภคมน กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ยังมีอีก 2 กระทรวงที่เห็นได้ชัดเจน กระทรวงแรก กระทรวงมหาดไทย โครงการปลูกฝังจิตสำนึกรักสามัคคีและส่งเสริมความปรองดองของคนในชาติ เป็นงบฯ 10,009,130 บาท ส่วนอีกโครงการไม่มีรายละเอียดระบุ โดยบอกเพียงว่า ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ เป็นงบฯ 2,456,800 บาท และกระทรวงกลาโหม ซึ่งแผนงานระบุว่า เพื่อการดำรงสภาพความพร้อมในการป้องกันประเทศ มี 2 รายการระบุว่า เป็นการโฆษณาและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ใช้เงินไป 4.76 ล้านบาท และรายการที่ 3 เป็นค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการจิตวิทยาและปฏิบัติงานมวลชน เป็นเงิน 12.54 ล้านบาท ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้ปรากฏคลิปของอินฟลูเอนเซอร์ท่านหนึ่ง นำเสนอหน้าที่ของทหารชายแดน จนเป็นที่วิจารณ์จากสังคม ว่านี่คือการประชาสัมพันธ์ของกองทัพหรือไม่ ต้องจับตากันดีๆ ว่า งบฯ ก้อนนี้ สุดท้ายเราจะเห็นผลผลิตออกมาในรูปแบบงานนั้นอีกหรือไม่
นางสาวภคมน กล่าวว่า ศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์มีผลงานใหม่ปรากฏเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ คือการแก้ข่าวที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทย นำปตท.เข้าแปรรูปขายหุ้นหมดภายใน 3 นาที แต่หลักการที่ศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์ประกาศไว้ ว่าต้องเป็นกลาง ไม่เป็นเครื่องมือทางการเมือง มุ่งประโยชน์แก่ประชาชน ขนาดรัฐบาลที่แล้วยังไม่เคยใช้ศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์ ในการแก้ข่าวให้พรรคของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเลยสักครั้ง
ซึ่งกรมประชาสัมพันธ์ได้งบฯ ปีนี้ไป 2,496 ล้านบาท เป็นด้านบุคลากรจำนวน 970 ล้านบาท มีบุคคลากรกว่า 2 พันคน และเป็นงบฯ ลงทุนอีก 540 ล้านบาท เพื่อลงทุนด้านอุปกรณ์และระบบ กรมประชาสัมพันธ์น่าจะเป็นสถานีโทรทัศน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เพราะมีบุคลากรมากที่สุด งบฯ ที่ลงในแต่ละปีก็เป็นหลักพันล้านบาท แต่หากเทียบผลงานกับสื่อออนไลน์เล็กๆ กลับสู้ไม่ได้ นอกจากนี้งบที่สำคัญของกรมประชาสัมพันธ์ในการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ แต่พูดตามตรง ต่อให้กรมประชาสัมพันธ์ได้งบประมาณก้อนนี้มากกว่าเดิม 10 เท่า หรือ 100 เท่า ก็ไม่สามารถสร้างภาพลักษณ์เชิงกรุกในเวทีต่างชาติ ให้เขามีความเชื่อมั่นมากขึ้นได้
นางสาวภคมน กล่าวว่า การบุกเปิดยอดบัญชี ยอดเพจ จำนวนเยอะๆ ทำไปเพื่ออะไร ยุทธศาสตร์การเปิดเป็นร้อยๆ เพจนี้ จะทำให้เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้นจริงหรือไม่ หรือเราควรมียุทธศาสตร์อื่นที่ดีกว่านี้ การเปิดเพจจำนวนมากๆ นั้น ไม่ได้ทำให้คนสนใจมากขึ้น มีแต่จะใช้งบฯ มากขึ้นอย่างไม่สมเหตุสมผล

“ดิฉันไม่ได้นั่งเทียนวิจารณ์ด้วย ถ้าไม่เชื่อก็ลองเปิดดูเรตติ้งทีวีดิจิทัล ที่เขาวัดจากทั้งคนที่ดูผ่านทีวีและอินเตอร์เน็ต ช่อง NBT ของกรมประชาสัมพันธ์อยู่ในอันดับ 19 รองบ๊วยจากทั้งหมด 20 ช่อง ก็คงจะเป็นหนึ่งตัวชี้วัดที่ทำให้เห็นว่ายังทำงานไม่เข้าเป้า” นางสาวภคมน กล่าว
นางสาวภคมน กล่าวว่า เพจ NBT connext มีการลงข่าวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก่อนตั้งคำถามว่าเกี่ยวข้องกับภารกิจรัฐตรงไหน พอมีคนเริ่มวิจารณ์ NBT connext ลงข่าวให้พรรคก้าวไกล ตนก็จะถามคำถามเดิม มันเป็นภารกิจของรัฐตรงไหน ทั้งนี้ มีโครงการหนึ่ง จ้างเหมาบริการผลิตข้อมูลข่าวสาร 39 ล้านบาท โดยใช้บุคลากร พิธีกรผู้ดำเนินรายการจำนวนหนึ่งจากบริษัทที่ปิดตัวลง ย้ายมาทำให้ NBT จนประชาชนตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสม แต่ตอนนี้ที่กรมประชาสัมพันธ์ประสบปัญหา คือพยามจะใช้บทบาทตัวเอง เพื่อเป็นปากเป็นเสียงทางการเมืองให้รัฐบาล มากกว่าการมุ่งเน้นงานสื่อสารเพื่อประชาชน และช่องทางแต่ละช่องทางที่ท่านหมายมั่นปั้นมือ ล้วนไม่มีคนดู เรตติ้งต่ำเตี้ยเรี่ยดิน สู้สื่ออื่นไม่ได้เลย
นางสาวภคมน กล่าวว่า ตนคาดหวังว่ารัฐบาล และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ จะแก้ไข ปรับปรุง ให้งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ของภาครัฐโปร่งใส เลิกซุก เลิกซ่อน เลิกซ้อนเสียที และด้วยความปรารถนาดี การสื่อสารคือปลายทาง แต่ต้นทางที่จะทำให้การสื่อสารของรัฐบาลได้ผล คือ ฝีมือการบริหาราชการแผ่นดิน ความสง่างามทางการเมือง

