หน้าแรก การเมือง ภูมิธรรม ย้ำ ...

ภูมิธรรม ย้ำ แค่สั่งให้ศึกษา ปมต่างชาติถือครองคอนโด จาก 49% เป็น 75% ยันไม่เอื้อเอกชนเจ้าไหน

21.06.24 | 17:53 น.

“ภูมิธรรม” ย้ำ ปม“ต่างชาติครองคอนโดจาก 49 เป็น 75%” แค่สั่งการให้ศึกษา ยังไม่ได้ลงมือทำ ชี้ ผู้ประกอบการมีสิทธิเสนอเข้ามา แต่รัฐบาลจะพิจารณาตามความเป็นจริง ยันไม่เอื้อประโยชน์เอกชนเจ้าไหน


เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 21 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ให้มีการศึกษาเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการให้ชาวต่างชาติครอบครองอสังหาริมทรัพย์ คอนโดมิเนียมได้ 75% จากเดิมให้ไม่เกิน 49% ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตนเป็นประธานที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นเรื่องสืบเนื่องจากวันที่ 9 เมษายน จากกระทรวงการคลังเสนอให้ครม.พิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่หลายข้อ ก็เป็นการรวบรวมความคิดเห็นต่างๆ ในนั้นก็มี 2 เรื่องที่ค้างอยู่ เรื่องแรกคือเรื่อง ทรัพย์อิงสิทธิจาก 50 ต่อ 50 เป็น 99 ปี อีกเรื่องก็คือเรื่องของการถือครองคอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติ จาก 49% เป็น 75% ก็ได้มีข้อสั่งการว่าให้กระทรวงมหาดไทยไปศึกษาเรื่องนี้ เพื่อหาข้อสรุปความเป็นไปได้ เหมาะสมอย่างไร สมควรหรือไม่ ยังไม่ได้มีการดำเนินการจัดการอย่างไร

ถามว่า มีเกณฑ์อย่างไรในการเพิ่มจาก 49% เป็น 75% นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่มีเกณฑ์ เป็นข้อเสนอที่เข้ามา ที่เรารับฟังมา ข้อที่คิดว่าเป็นไปได้ก็สั่งการให้ทำไปแล้ว เหลือเพียงสองข้อนี้ที่ให้ไปศึกษา ยังไม่ได้มีการอนุมัติแต่อย่างใด ตนเพียงแต่มาเร่งผลข้อสรุปการศึกษาเท่านั้น

เมื่อถามว่า มีการกำหนดเดตไลน์ในการกลับมานำเสนอให้ ครม.หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ได้มีกำหนด เพียงแต่ให้สรุปมาได้โดยเร็ว ถ้ายังไม่มีการสรุปก็ไม่มีการตัดสินใจ

Advertisement

เมื่อถามว่า หน่วยงานที่รับไปคือกระทรวงมหาดไทยใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ใช่ เพราะมีเรื่องเกี่ยวกับกรมที่ดินที่ต้องไปดู ซึ่งเขาได้รายงานกับที่ประชุมว่าได้รับไปศึกษาดู แต่ว่าไม่แน่ใจว่าจะป็นอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลว่าจะโยงไปเรื่องการเมืองหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่กังวล ก็สั่งให้ไปศึกษาตามที่มีเสนอมา ถ้าเราเห็นด้วยก็จัดการเป็นมติออกไป แต่อันนี้เรายังไม่แน่ใจก็บอกให้มีการไปศึกษา เพราะอาจมีคนมองเป็นปัญหาได้ มันยังอยู่ในขั้นตอนศึกษา ไม่ได้มีปัญหา หรือกังวลอะไร

เมื่อถามว่า ได้มีการนำแนวทางศึกษาเก่าจากรัฐบาลก่อนมาดูเพิ่มเติมหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ได้ไปดูเอาข้อเสนอเก่ามาปรับปรุง เวลานี้มีผู้ประกอบการเสนอมาเราก็รับเรื่องมาแล้วเข้าไปศึกษา ศึกษาแล้วไม่ได้เราก็จะแจ้งไปว่าไม่ได้ ตอนนี้เราได้ทำไปแล้วในมาตรการที่เค้าให้มาก็ไม่มีปัญหาใด อันนี้เราเห็นว่าน่าจะมีปัญหา ไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ ก็เลยให้ไปศึกษา

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะตีตกเรื่องนี้เหมือนรัฐบาลที่แล้วหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า รัฐบาลมีเรื่องให้ทำเยอะ ดังนั้นการให้ไปศึกษา ก็ถือว่าได้ทำแล้ว ส่วนไปศึกษาจะบอกว่าไปดูตรงไหนมาหรือไม่เห็นด้วยก็ทำได้หมด

เมื่อถามว่า จะถูกมองเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางรายหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ถ้าเอื้อตนคงตัดสินใจไปแล้วว่าให้ทำได้ ตนก็ได้ให้ไปศึกษาว่าทำได้จริงหรือเปล่า หรือควรทำหรือไม่ แล้วการที่เสนอมาแล้วเรานำเอาสิ่งที่ได้ไปทำหรือสิ่งที่ทำไม่ได้เก็บไว้แล้วไปดูก็ถือว่าเราไม่ได้ฟังเสียงผู้ประกอบการอย่างเดียว ตอนนี้มีอีกหลายเรื่องที่ต่างชาติเสนอมาเรืองข้อจำกัดการเข้ามาลงทุนต่างๆ เราก็ดูความเหมาะสม ทำได้ก็ทำเลย เมื่อวานนี้ตนได้เจอหอการค้าต่างประเทศ 30 กว่าท่านจากทั่วโลก ก็ได้คุยกันเรื่องมาตรการวีซ่า มาตรการอะไร เขาก็มีสิทธิเสนอในฐานะผู้ประกอบการณ์ เราในฐานะรัฐบาลมีหน้าที่มาพิจารณาดูว่าทำได้หรือไม่ หากมันเหมาะสมถูกต้องได้ประโยชน์ไม่ผิดกฎหมายเราก็ทำเลย หากอันไหนเรายังคลางแคลงใจ ไม่แน่ใจ ไม่สบายใจอะไร เราก็ศึกษาดูว่าผิดข้อกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่มีแต่เป็นไปไม่ได้ ก็ตอบว่าเป็นไปไม่ได้ ก็ไม่ทำ ถ้าคิดว่าเป็นไปได้และมีเหตุผลก็ชี้แจงให้เข้าใจ ครม.ก็จะพิจารณาใช้ดุลพินิจบนพื้นฐานข้อเท็จจริง และประโยชน์สูงสุดที่รัฐบาลจะได้

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้ประกาศสำเนาด่วนที่สุด เรื่อง “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์” ถึง รมว.มหาดไทย เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2567 อ้างถึงหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 9 เม.ย.2567 โดยระบุว่า ตามที่ได้ยืนยันมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2567 เรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ และการเตรียมการเพื่อรองรับการดำเนินการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก (Thailand Vision) ไปเพื่อดำเนินการ ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น ในคราวประชุม ครม.เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เสนอว่า

ตามที่ ครม.มีมติเมื่อวันที่ 9 เม.ย.2567 เรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษามาตรการต่างๆที่เกี่ยวข้องนั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับมหภาค ตลอดจนดึงดูดนักลงทุนขนาดใหญ่ให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยมีปัจจัยต่างๆ ที่จะส่งเสริมการเข้ามาทำงานของชาวต่างชาติที่มีศักยภาพ จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยศึกษาความเป็นไปได้ ดังนี้

1. การพิจารณาทบทวนการกำหนดระยะเวลาของทรัพย์อิงสิทธิตามพระราชบัญญัติทรัพย์อิงสิทธิ พ.ศ.2562 โดยกำหนดให้ทรัพย์อิงสิทธิมีกำหนดเวลาได้ไม่เกิน 99 ปี

2.การพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการให้สิทธิคนต่างด้าวสามารถถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุด จากเดิมไม่เกินร้อยละ 49 เป็นไม่เกินร้อยละ 75 โดยอาจกำหนดเงื่อนไขอื่น ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการของนิติบุคคลอาคารชุด เช่น การจำกัดสิทธิการออกเสียงของคนต่างด้าวและนิติบุคคลต่างด้าวที่ได้เข้ามาถือกรรมสิทธิ์ในภายหลังจากที่เกินอัตราส่วนร้อยละ 49 ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องตราหรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมายประการใดเพื่อรองรับการดำเนินการในเรื่องนี้ ให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการตามขั้นตอนให้เสร็จโดยเร็ว โดยให้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดด้วย และเสนอ ครม.โดยเร็วต่อไป ซึ่ง ครม.พิจารณาแล้ว จึงลงมติเห็นชอบตามที่รองนายกรัฐมนตรีเสนอ จึงเรียนยืนยันมา และขอได้โปรดดำเนินการตามมติ ครม.ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป