‘ประเสริฐ’ดัน5ยุทธศาสตร์ รุกพัฒนา‘เอไอ’บูมศก.

22.06.24 | 12:54 น.

หมายเหตุ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อ The Power of AI เกมใหม่ โลกเปลี่ยน จัดโดยประชาชาติธุรกิจ ในหัวข้อ AI Transform ความท้าทายประเทศไทย ที่พารากอนฮอล์ สยามพารากอน เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 

 

วันนี้ต้องยอมรับว่า เอไอเป็นโอกาสและความท้าทาย เป็นสิ่งที่ปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว และความสำคัญคือ ในชีวิตประจำวันแทบทุกเรื่อง มักมีเอไอเข้ามาเป็นส่วนประกอบตลอดเวลา

หากมองย้อนไปปี 2539 มีการจัดแข่งขันระหว่างคนกับเอไอ เป็นนักหมากรุกแชมป์โลก โดยรอบแรกคนชนะด้วยคะแนน 4 ต่อ 2 จากนั้นในช่วง 24-25 ปี
ที่ผ่านมา มีการแข่งขันใหม่อีกครั้ง ผลปรากฏว่า
เอไอชนะไป จึงมองว่า ระยะหลังนี้ เทคโนโลยีมีความสามารถในการประมวลผลได้ดีกว่าสมองมนุษย์

ยังไม่นับรวมยุค Generative AI เป็นพัฒนาการอีกก้าวหนึ่งของเอไอที่สามารถสร้างข้อมูลเนื้อหาในรูปแบบต่างๆ สามารถสร้างสรรค์เนื้อหาอะไรก็ได้ด้วยคำสั่งเสียงแล้วแปลงเป็นสิ่งต่างๆ ได้มากมาย ทำให้ในชีวิตประจำวัน เอไอเป็นเครื่องมือที่สำคัญหลายเรื่องที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว เป็นการยกระดับการเรียนรู้ เป็นการสามารถสร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ สามารถวิเคราะห์ข้อมูล เพิ่มผลผลิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

Advertisement

เอไอเข้าไปช่วยในหลายเรื่อง ได้แก่ เอไอเป็นพันธมิตรคนใหม่ในธุรกิจให้คำปรึกษา ช่วยทำให้ธุรกิจทำงานได้มากขึ้น ให้คำปรึกษาสามารถวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาล ทำให้เกิดความง่ายมากขึ้น สามารถเข้าใจปัญหาของลูกค้า โดยในหน่วยงานภาครัฐ ก็มีการบริการพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเอไอได้เข้ามาเป็นผู้ช่วยคนใหม่ในธุรกิจการเงิน ตัวอย่างคือ สมัยก่อนหากมีการเข้าไปกู้เงินธนาคาร การพิจารณาเพื่ออนุมัติเงินกู้ อาทิ การชำระหนี้ย้อนหลัง วันนี้เอไอสามารถเข้ามาพิจารณาได้หมดว่า 

ในอดีตที่ผ่านมาประวัติการชำระหนี้เป็นอย่างไร และข้อมูลการเงินเอกสารประกอบ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เป็นอย่างไรบ้าง สามารถทำได้ในระยะเวลาไม่นาน สามารถสนับสนุนธุรกิจการเงินได้เป็น
อย่างดี โดยเอไอเป็นนวัตกรรมใหม่ของธุรกิจสร้างสรรค์ เทคโนโลยีเอไอในปัจจุบัน สร้างขึ้นมาเพื่อใช้คำสั่งในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเป็นเพลง
คลิป รูปภาพ ที่ต้องกับความต้องการของลูกค้า จนสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดได้ จึงหวังว่าการสร้าง
โอกาสจากเอไอและการขับเคลื่อนนวัตกรรมทุก
ภาคส่วน จะเป็นการขับเคลื่อนทำให้เอไอประเทศไทยทวีความสำคัญและเป็นสิ่งจำเป็นมากขึ้น

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้จัดทำแผน 5 ยุทธศาสตร์ที่จำเป็นในการพัฒนาการเติบโตของเอไอ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเอไอ เรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ และคลาวน์กลางภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย go cloud first policy รวมทั้งการสร้างระบบระบบนิเวศเพื่อส่งเสริมการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์และเอไอ เรื่องพลังงานที่ราคาถูกลง และมาตรการด้านภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุน ทำให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ ถือว่ามีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเอไอ

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาและส่งเสริมเทคโนโลยี เอไอเป็นการพัฒนาข้อมูลเปิดรายสาขา อาทิ การเกษตร การท่องเที่ยว สุขภาพ การให้บริการการเงิน และบริการภาครัฐ ซึ่งขณะนี้มีการส่งเสริมการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเอไอผ่านกองทุนต่างๆ ของกระทรวงดีอี เพื่อการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนากำลังคนด้านเอไอ เพราะวันนี้ต้องยอมรับว่าบุคลากรด้านเอไอของไทยไม่เพียงพอ เรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำเข้ากำลังคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีชาวต่างชาติที่มีความรู้ความเข้าใจในด้านเอไอ และอยากเข้ามาทำงานในประเทศไทย กระทรวงดีอีโดยดีป้า มีโครงการหลายโครงการเพื่อดึงคนที่มีความสามารถจากต่างประเทศเข้ามา ด้วยวีซ่า อาทิ global digital talent visa หรือ long term residence visa รวมถึงคุยกับอีอีซี เพื่อมี EEC visa เพื่อให้คนไทยมีความรู้ความเข้าใจเรื่องของเอไอ เป็นการสร้างให้บุคคลภายนอกมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเอไอเป็นอย่างดี

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเร่งรัดการใช้งานเอไอ โดยทั้งตัวเองและกระทรวงดีอี มีความพยายามในการสนับสนุนและส่งเสริมให้รัฐวิสาหกิจขนาดกลางขนาดเล็กได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ รวมทั้งการส่งเสริมเรื่องมาตรการสินเชื่อ เพื่อให้วิสาหกิจเหล่านั้นมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น

ยุทธศาสตร์ที่ 5 การสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในการใช้งานเอไอ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนที่ถูกหลอกลวง สร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใส โดยเอตด้ามีการจัดตั้งศูนย์ธรรมาภิบาลเอไอขึ้นมา เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบและจริยธรรมของเอไอ ทำให้เอไอแอพพลิเคชั่นมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

จากยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ขณะนี้กระทรวงดีอีได้มีโครงการที่สำคัญหลายเรื่องที่ดำเนินการเพื่อสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ต่างๆ ขอยกตัวอย่างในบางเรื่องที่กระทรวงกำลังดำเนินการอยู่ เรื่องแรกเป็นเรื่องโครงการ health link เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับประเทศไทย สนับสนุนให้เกิดประโยชน์จากการใช้ข้อมูลในการสนับสนุนด้านสุขภาพให้กับพี่น้องประชาชน กระทรวงดีอีได้ทำงานร่วมกับโรงพยาบาลนอกกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเชื่อมโยงระบบข้อมูลด้านสุขภาพของประชาชน ใช้เอไอเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ซึ่งโครงการได้ดำเนินการไปแล้ว 

รวมถึงโครงการ Thai large language model
เพื่อพัฒนาโมเดลภาษาไทยขนาดใหญ่ เป็นการพัฒนาให้ภาษาไทยมีขีดความสามารถในการทำงานร่วมกับเอไอในอนาคต สุดท้ายเป็นโครงการ strengthening fruad detection ecosystem with data lab โครงการนี้จะออกแบบและพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลของกลุ่มมิจฉาชีพทั้งหมด ที่เคยมีบัญชีธนาคาร มีบัญชีหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อที่ทำให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ สามารถทำได้ตามมาตรา 4 หรือมาตรการ CFR

การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เอไอจะส่งผลต่อภาครัฐ และเอกชน ภาครัฐจะได้ประโยชน์จากการทำงานที่มีประสิทธิภาพ มีความสะดวกรวดเร็ว ประหยัดเวลา ภาคเอกชน จะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ โดยสามารถใช้ประโยชน์จาก AI new s curve และเติบโตขึ้นเป็นยูนิคอร์น ซึ่งเอไอจะช่วยทำให้งานตรงนี้สำเร็จได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กระทรวงจะต้องคำนึงถึง คือเรื่องของการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาเอไอในประเทศ จะทำอย่างไรให้รักษาความสมดุลระหว่างการส่งเสริมและกำกับดูแลได้อย่างเหมาะสมกัน ไม่เป็นการกำกับดูแลที่เข้มงวดจนเกินไป เพราะกระทรวงยอมรับว่าเอไอเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วในโลกปัจจุบัน

สุดท้ายไม่ว่าเอไอจะพัฒนาได้อย่างรวดเร็วอย่างไรก็ตาม แต่เชื่อว่าความสามารถของมนุษย์ ปัญหา หรือสมองมีความสลับซับซ้อนมากกว่า มีการตัดสินใจภายใต้เหตุผลและอารมณ์ต่างๆ มนุษย์มีมิติในการแสดงออกด้านความคิดมากมายยิ่งกว่าเครื่องจักร เชื่อว่าสินค้าที่ผลิตโดยฝีมือมนุษย์ หรือ
งานแฮนด์เมด มีราคา มีคุณค่ามากกว่าสินค้าที่ผลิตโดยโรงงานอุตสาหกรรม ที่ใช้เอไอเป็นเครื่องมือในการผลิต ภาพที่สร้างขึ้นมาโดยคำสั่งของเอไอ ราคาก็ไม่สามารถสู้กับศิลปินระดับโลกที่สร้างไว้ในอดีต
เอไออาจสร้างภาพที่ตรงกับความต้องการของ
มนุษย์ได้ จากการป้อนคำสั่งเข้าไป แต่ไม่ได้มีมูลค่า
เท่า วินเซนต์ แวนโก๊ะ ได้อย่างการสร้างเพลง เอไอคงไม่สามารถสร้างเพลงได้ตรงกับความต้องการของมนุษย์เหมือนกับมนุษย์แต่งเอง เพราะคนแต่งจากอารมณ์ ความรัก และเหตุผลต่างๆ

เอไอจึงเป็นโอกาสและเป็นความท้าทายในหลายเรื่อง แปลความคือ เอไอมีประโยชน์ในการขับเคลื่อนของภาคสังคม เศรษฐกิจ และอื่นๆ แต่เอไอก็ยังไม่ใช่คำตอบในทุกๆ เรื่อง จึงหวังไว้ว่า เวทีประชาชาติธุรกิจในวันนี้ จะเป็นเวทีที่ทุกคนได้รับประโยชน์ และแลกเปลี่ยนความคิด นำไปสู่การพัฒนาเอไอในประเทศไทยต่อไป