บิ๊กต่าย ไม่กลัวถูกเช็กบิล หลังบิ๊กโจ๊ก จ่อยื่นป.ป.ช. ยันเซ็นปลดสุจริต ต้องดูความร้ายแรงของคดีด้วย

24.06.24 | 12:36 น.

บิ๊กต่าย ไม่กลัวถูกเช็กบิล หลังบิ๊กโจ๊ก จ่อยื่นป.ป.ช. ยันเซ็นปลดสุจริต ต้องดูความร้ายแรงของคดีด้วย


เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (ผบ.ทอ.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะไปร้องกับ ป.ป.ช.เพื่อเอาผิดตอนที่ออกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนโดยมิชอบ คิดหรือไม่ว่าวันนึงจะมาถึงจุดนี้ ในฐานะที่เป็นคนเซ็นคำสั่งว่า ส่วนตัวเพิ่งทราบว่าจะมีการไปยื่นร้องจากสื่อมวลชน ซึ่งก็เป็นสิทธิของท่าน ตอนนี้ตนทำหน้าที่รอง ผบ.ตร.แล้ว ไม่ได้รักษาการ โดยในกระบวนการพิจารณา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ไปยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ จากนี้ก็ต้องรอให้พิจารณา

ส่วนการมองว่าการออกพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 นั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า มีนักกฎหมายออกมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ แตกต่างกันออกไปก็รับฟัง แต่ตอนนี้มีแต่การออกมาบอกว่าสิ่งนั้นไม่ชอบ สิ่งนี้ไม่ถูกต้อง แต่มีท่านใดที่ได้ดูข้อเท็จจริงบ้างหรือไม่ เรากำลังคิดว่าคำสั่งนี้ไม่ถูกต้องคำสั่งนี้ขัดกฎหมาย หรือใช้กฎหมายเก่า แต่ต้องไม่ลืมว่า พ.ร.บ.ตำรวจ ออกปี’65 ส่วนตนปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคำสั่งอื่นที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น การนำกฎหมายปี’65 มาใช้ ถือเป็นฐาน ก็ต้องพูดตรงๆ ว่ามีใครหยิบมาพิจารณาหรือไม่ ในเรื่องพฤติกรรมความร้ายแรงแห่งคดี มาประกอบกับข้อเท็จจริงกับกฎหมาย อยากให้ไปดูตรงนี้

ส่วนที่กฤษฎีกาให้ความเห็นมาแล้วว่าคำสั่งดังกล่าวนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายและให้กลับมาดำเนินการใหม่นั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐไม่ขอออกความเห็น และไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์อะไร พร้อมย้ำว่ากฤษฎีกาก็เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของรัฐบาล และเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรีเหมือนกัน ความเห็นใดๆ ที่เป็นข้อผูกพันทางกฎหมาย ทุกหน่วยย่อมถือปฏิบัติ ข้อสังเกตเราก็รับไว้ และดูว่าสามารถที่จะทำได้หรือไม่อย่างไร

Advertisement

เมื่อย้อนกลับไปตอนเป็นรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตอนเซ็นคำสั่งไตร่ตรองอย่างถูกต้องแล้วหรือไม่อย่างไร พล.ต.อ.กิตติ์รัฐระบุ เป็นช่วงที่ตนเข้ามาเป็นรักษาการ ผบ.ตร. สิ่งต่างๆ เข้ามา ในจุดนั้นพอดี เป็นเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้ดุลพินิจพิจารณาจากข้อเท็จจริงประกอบกับข้อกฎหมายระเบียบและคำสั่งและกฎ กตร.ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบแล้ว ดังนั้นตนจึงขอดูข้อเท็จจริงเราอย่าไปมีมุมมองแค่ว่าสิ่งนั้นผิดสิ่งนั้นถูก เพราะเป็นสิทธิของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่มองว่าอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องพิจารณาจากหลักฐานและเรื่องต่างๆ ประกอบกัน ดังนั้นการที่จะพิจารณาว่าคำสั่งนั้นถูกต้องหรือไม่อย่างไรนั้น ก็อยู่ที่องค์กรอิสระและคณะกรรมการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ส่วนความสงบภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติหากถูกฟ้องคดี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐระบุว่า ตนในฐานะรักษาการ ก็มีหน้าที่รับคำสั่งมาทำงาน ทุกวันนี้ก็ทำงาน มีหน้าที่อย่างไรก็ทำ ตนก็เห็นว่าตำรวจก็ร่วมมือร่วมแรงกัน ส่วนประเด็นต่างๆ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นย่อมเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ เป็นเรื่องปกติ ซึ่งเรื่องความขัดแย้งคณะกรรมการของนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ก็ชัดชัดเจนโดยนายวิษณุ เครืองาม ก็ออกมาแถลงว่ามีความขัดแย้งกันจริง สิ่งนั้นเป็นความเห็นของคณะกรรมการตนไม่มีความเห็นอะไร แต่ตำรวจเองที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กลับมา ก็ยังไม่ปรากฏเรื่องที่ต้องขัดแย้งอะไรกัน ถึงแม้จะมีรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติท่านไหนกลับมาอีก ก็เป็นเรื่องที่ต้องให้เกิดความชัดเจน ในเรื่องของการกล่าวหาและเคลียร์หลักฐานต่างๆ กลับมาตนก็พร้อมที่จะทำงานในฐานะรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ส่วนใครจะฟ้องร้องก็เป็นสิทธิของท่าน ตนก็ใช้สิทธิแก้ต่างไป

เมื่อตอนนี้เป็นรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้วจะถูกเช็กบิล พล.ต.อ.กิตติ์รัฐระบุว่า ไม่เคยคิดว่าจะถูกเช็กบิล เป็นสิทธิของแต่ละท่านที่จะดำเนินการทั้งทางกฎหมายทางวินัยกับตนได้อยู่แล้ว แต่ตนได้ถือปฏิบัติบนความสุจริตเป็นที่ตั้ง และทำเพื่อองค์กร ดังนั้นการทำเพื่อองค์กรเราก็ต้องดูเรื่องกฎหมายและข้อเท็จจริงระเบียบคำสั่งประกอบแล้ว ส่วนอะไรจะเกิดขึ้นกับเราก็พร้อมรับ ส่วนอะไรจะเกิดขึ้นกับเราก็พร้อมรับ

ส่วนยังมั่นใจหรือไม่ว่าจะได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนต่อไป พล.ต.อ.กิตติ์รัฐถึงกับร้องโอ้โห อย่าใช้คำว่ามั่นใจครับ คิดยังไม่เคยคิด ส่วนมีสัญญาใจหรือไม่ว่าท่านอาจจะมีโอกาสได้ขึ้นมา ยืนยันว่าไม่มีสัญญาใจ ตนไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย คิดอย่างเดียวว่าได้ทำหน้าที่อะไรก็ต้องทำ แค่นั้น

ส่วนการวิเคราะห์ว่าเหมือนท่านตายเดี่ยวในรอบนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐถึงกับหัวเราะ และยืนยันว่า เกิดมาก็ต้องตาย ทุกคนเกิดมาต้องตายไม่มีใครหลุดพ้น ความตายเป็นธรรมะอย่างหนึ่ง ดังนั้นเมื่อความตายมาเยือน เราก็ต้องพร้อมที่จะรับความตาย แต่เราอยู่ในพื้นฐานของความสุจริตใจและความโปร่งใส ปฏิบัติตามหลักนิติธรรมเพื่อองค์กร ดังนั้นก็พร้อมที่จะรับทุกสิ่งทุกอย่าง

ส่วนที่มีการประชุม ก.ตร. ในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ ประชุมซึ่งคาดว่าจะมีวาระของบิ๊กโจ๊กเข้าสู่ที่ประชุมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐยอมรับว่ามีการประชุม และทราบวาระแล้ว แต่ขอไม่เปิดเผย เพราะเป็นเรื่องของการประชุม ส่วนที่ประชุมจากอภิปราย หรือมีความเห็นอย่างไรก็สุดแล้วแต่กรรมการแต่ละคน