หน้าแรก การเมือง รองโฆษกปชป.ชี...

รองโฆษกปชป.ชี้ โลกร้อนหนัก แต่รัฐจัดการสวนทาง แนะให้ท้องถิ่นช่วย เหตุรู้ปัญหาจริง

24.06.24 | 15:59 น.

“รองโฆษกปชป.”ชี้ โลกร้อนกระทบไทยหนัก ซัดรัฐบาลมีนโยบายแก้ปัญหาที่แย่มาก แนะหนุนท้องถิ่นมีส่วนร่วมรับมือเอง เหตุรู้ปัญหาอยู่แล้ว

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2567 นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในเวทีเสวนา ‘การจัดการน้ำและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภาคอีสาน’ โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่า หลายคนคงแปลกใจที่ตอนนี้เข้าหน้าฝนแล้ว ทำไมฝ่ายค้านจึงมาพูดเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะเรื่องโลกร้อนไม่ได้หมายความแค่ความร้อน แต่คือโลกที่รวนมากขึ้น ฝนตกน้อยเกินไปหรือมากเกินไป แปรปรวนมากยิ่งขึ้นจนไม่สามารถบริหารจัดการแบบเดิมๆ ได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคอีสาน หลายปีที่ผ่านมามีทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม ยิ่งเกษตรกรยิ่งได้รับผลกระทบมาก ต้นเหตุมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้นในระดับโลก ทั้งภาคอุตสาหกรรม คมนาคม และภาคเกษตร มีการประเมินกันว่าขณะนี้โลกร้อนเพิ่มขึ้น 1.1 องศาเซลเซียส ผลกระทบเห็นชัดเจน คือเรื่องความร้อน ไฟป่า ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน ความร้อนในทะเล ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น หลายพื้นที่ชายฝั่งกระทบอย่างมาก

“แม้ไทยจะมีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยมาก แต่ปัญหาคือเราเป็นประเทศลำดับ 9 ของโลกที่ได้รับผลกระทบจากโลกร้อน และมีการคาดการณ์ว่าจะกระทบเศรษฐกิจเป็นอันดับ 5 ของโลก ดังนั้นเมื่อเราเลี่ยงผลกระทบไม่ได้ก็ต้องมีมาตรการรับมือมากกว่านี้ ต้องปรับตัวให้ได้ เพราะผลกระทบมีแต่จะรุนแรงขึ้นในอนาคตต จึงต้องให้สำคัญกับเรื่องนี้ ยิ่งพี่น้องภาคอีสานเรื่องน้ำได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่ยังมีปัญหาทั้งงบประมาณ การกระจายอำนาจที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการมากนัก สิ่งที่เราอยากเสนอต่อรัฐบาลคือต้องสนับสนุนให้มีการกักเก็บน้ำให้มากขึ้นในท้องถิ่น หรือแหล่งน้ำขนาดใหญ่” นายร่มธรรมกล่าว

นายร่มธรรมกล่าวต่อว่า เมื่อมาดูเรื่องการบริหารจัดการและงบประมาณของรัฐบาล จะเห็นว่าไม่ได้สัดส่วนกับปัญหาที่มีและไม่สะท้อนว่าให้ความสำคัญกับการรับมือความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเลย แม้จะตั้งเป้าหมายระดับโลกว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็น 0 ในปี 2065 และเคยแถลงนโยบายชัดเจนว่าจะลดผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ในความเป็นจริง เราได้รับการประเมินจากองค์กรระดับโลกว่าเป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่มที่มีนโยบายรับมือโลกร้อนได้แย่ที่สุด และตั้งงบประมาณน้อยมาก อย่างงบปี 68 มีงบประมาณแค่แสนล้านบาท จากงบรวม 3.75 ล้านล้านบาท เป็นงบที่ไม่ได้สัดส่วนกับปัญหาที่มีอยู่จริง แม้จะมีการตั้งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ ก็มีงบแค่ 600 ล้านบาทเท่านั้น ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับงานที่ต้องทำ ซึ่งในส่วนของฝ่ายค้านมีความพยายามผลักดันเรื่องนี้ผ่านกลไกของสภาฯ มีการตั้งกรรมาธิการฯ เพื่อศึกษาการจัดการน้ำและการรับมือโลกร้อน รวมถึงกำลังผลักดันกฎหมายสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

นายร่มธรรมกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ มีข้อเสนอต่อรัฐบาลว่าควรให้ความสำคัญกับการปรับตัวเพื่อรับมือโลกร้อนให้ได้มากที่สุด ทำได้โดยการให้ประชาชนและท้องถิ่นมีส่วนร่วม ขณะเดียวกันภาครัฐต้องพุ่งเป้าที่พลังงานทดแทนมากที่สุด ปัจจุบันมีเพียงร้อยละ10 เท่านั้น รัฐบาลต้องปรับโครงสร้างให้ประชาชนสามารถขายพลังงานทดแทนกลับไปให้ภาครัฐได้ สนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียว และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวระดับชุมชน รวมถึง การบริหารจัดการน้ำต้องให้ความสำคัญกับท้องถิ่น ต้องมีแหล่งน้ำระดับชุมชน โดยจะต้องมีงบให้กับท้องถิ่นบริหารจัดการเพื่อปรับตัว เพราะท้องถิ่นรู้บริบท รู้ปัญหาของตัวเองดี ดังนั้นต้องสนับสนุนและมีแผนกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการรับมือให้ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้

Advertisement