●…ยังเน้นไปที่ขยันขันแข็ง ลงแรงทานไม่รู้เหน็ดเหนื่อย หลังให้ภาพประเทศไทยเป็น “รถซุปเปอร์คาร์-เฟอร์รารี่ 12 สูบ” ที่ยังทำงานแค่ “6 สูบ” ในรายการใหม่ทางช่อง “NBT” ที่ดึงพิธีกรจาก “วอยซ์ทีวี” ที่ปิดทิ้งมาทำงาน “เศรษฐา ทวีสิน” นำเสนอแผนการใช้งบประมาณของงบประมาณต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยผ่านวาระแรกฉลุยด้วยเสียงข้างมาก แต่ถูกตั้งคำถามทิ้งไว้จมหู กับการใช้ “เงินภาษีประชาชนและเงินกู้ที่เป็นภาระต่อคนรุ่นหลัง” ว่าเหมาะสมกับ “ปัญหาและโอกาสการพัฒนาประเทศ” แค่ไหน
●…ลงพื้นที่ “พัทยา” ดูงานภาคตะวันออกรอบนี้ ที่ “นายกฯเศรษฐา” ตั้งใจทำให้เกิดขึ้นคือ “สร้างสนามกีฬาขนาดใหญ่” เพื่อเปิดหมายใช้เป็น “เวทีคอนเสิร์ตดนตรีต่างประเทศ” หวังใช้เป็นตัวดึง “นักท่องเที่ยว” และเมื่อได้รับรายงานว่าแถบนี้ เหลือแต่ “นักท่องเที่ยวจีนกับแขก” คณะจาก “ยุโรป” ไม่ค่อยมา ก็สั่งให้ไปทำการตลาดเพื่อดึงกลับ ทว่าคำถามและเสียงเรียกร้องของประชาชน ยังเป็นการจัดการกับ “ค่าครองชีพที่สูงขึ้น” ค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน สินค้าอุปโภค อาหารที่แพงขึ้น กับรายได้นิ่งสนิทมาหลายปี ตามประสาชาวบ้านเห็นภาพ “ความเดือดร้อนของครอบครัว” มากกว่านึกถึง “เฟอร์รารี่” และ “คอนเสิร์ตศิลปินต่างประเทศ”
อย่างที่ “ลูกเศรษฐีหลงใหล”
●…การเมืองพัฒนาดีขึ้น การอภิปรายงบประมาณ เป็น “นิมิตใหม่ของการเมืองไทย” ทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลเน้นสาระ ทำการบ้านกันมาอย่างเข้มข้น ใครที่ติดตามทั้งสดๆ และย้อนหลังจะมีประโยชน์ยิ่งกับการได้เห็นปัญหาในด้านต่างๆ ของประเทศที่รอคอยการแก้ไขเยียวยา โดยมีโครงสร้างการบริหารของระบบราชการเป็นตัวถ่วงรั้ง ส่งเสียงเตือนดังๆ ว่า “ปฏิรูประบบราชการกันได้แล้ว”
●…ที่ท้าทายยิ่งหลังจาก “งบประมาณประกาศใช้” ว่า ระหว่าง “ดิจิทัล 10,000 บาท และซอฟต์พาวเวอร์” ที่เป็น “เรือธง” หวังสร้างเป็นผลงานเลื่องชื่อของ “พรรคเพื่อไทย” กับ “การเยียวยาทุกข์ยากในชีวิตประจำวัน” ทั้ง โคฟองสบู่ที่คนเลี้ยงขาดทุนกันถ้วนหน้า-ทุเรียนแล้งน้ำ ถูกกดราคาจาก “ล้งจีน”-PM2.5 ที่คร่าชีวิตผู้คนจากโรคร้าย และอีกสารพัดเรื่องสุขภาพ ปากท้อง การทำมาหากิน ที่ “ส.ส.พรรคก้าวไกล” เรียงหน้ากันออกมาชี้ให้เห็นว่ามีความจำเป็นต้องใช้ “เงิน” ในการจัดการ แต่ “งบประมาณกลับถูกหั่นเหี้ยนในปีนี้” น่าสนใจตรงที่ “ประชาชนฟังแล้ว” น้ำหนักจะเทไปทิศทางไหน
●…พัฒนาการใหม่ของ “เพื่อไทย” การให้บทบาทกับ “คนรุ่นใหม่” ในการอภิปรายงบประมาณรอบนี้ เป็นการเริ่มต้นที่ถือว่าตั้งใจทำงานรับการนำของ “แพทองธาร ชินวัตร” ได้อย่างน่าชื่นชม เพียงแต่ “ความเข้าใจปัญหาด้วยตัวเอง แทนที่จะเห็นตามที่ทีมงานเบื้องหลังทำการบ้านให้” ยังต้องกระตุ้นความใส่ใจมากกว่านี้ หลายคนอภิปรายเหมือนอ่าน มากกว่า “พูดให้เหมือนเดือดร้อนกับความทุกข์ของประชาชนตามปัญหาที่นำเสนอจริง” ภาพรวมจึงยังเป็น “การบ้านข้อใหญ่ของอุ๊งอิ๊ง”
●…อีกเรื่องคือ เลือก ส.ว. ที่แม้ “วิธีเลือก” จะถูกออกแบบให้สร้างความยุ่งยาก และ “การจัดการ” ไม่ก่อให้เกิดความไว้วางใจต่อ “กลไกอำนาจ” ได้เลย แต่ความพยายามสู้ของอำนาจประชาชน ที่เสียสละลงเงิน ลงแรง ยอมเสียเวลา ทำให้ “ผู้มีผลงานชัดเจนว่าทำเพื่อสังคมดีขึ้น” ได้รับเลือกมาสู่ “การคัดระดับประเทศ” อยู่ไม่น้อย “26 มิ.ย.นี้” จะพิสูจน์ครั้งสุดท้าย ว่า “กลไกสถาปนาของทุนและอำนาจผูกขาด” จะปฏิบัติการ “แช่แข็งประเทศ” ต่อไปได้สำเร็จหรือไม่
●…ที่จะตัดสินกันอีกรอบว่า “การเมืองไทย” ที่เป็นตัวฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ ทำให้ “นักลงทุนหนี ตลาดหุ้นตกต่ำ” เศรษฐกิจถอยหลัง การเติบโตต่อจีดีพีต่ำสุดในภูมิภาคเดียวกัน จะมีแนวโน้มดีขึ้นหรือไม่ คำตอบในสายตาของทั่วโลกอยู่ที่ “คดีที่พรรคก้าวไกลถูกฟ้องว่าล้มล้างการปกครอง” จะตัดสินกันออกมาอย่างไร หากเป็นอย่างที่นักวิเคราะห์ทุบโต๊ะกันคือ “ยุบพรรค” ย่อมหมายถึง “การพัฒนาประเทศที่ต้องผ่าน ด้านพัฒนาการทางการเมือง” ยังเป็น “โจทย์ยาก” ด้วยไม่มี “นักลงทุนหน้าไหน” จะเกิดความหวังในทาง “ดีขึ้น” ขึ้นมาได้
ชโลทร

เหลืองนฤมิตชัย เข้าร่วมงาน




ไทย นำโดย เจมส์ สกอทท์ กรรมการบริหาร จัดกิจกรรม GrabForGood เพื่อปลุกจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับพนักงานเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ชวนพนักงานแกร็บร่วมเก็บขยะในคลองลาดพร้าว โดยมีจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม และพนมกร จิระเสถียรพงศ์ เข้าร่วมกิจกรรม เมื่อเร็วๆ นี้

