หน้าแรก การเมือง ธเนศ ชี้ มรดก...

ธเนศ ชี้ มรดกที่คนรุ่นนี้ได้รับคือ ‘ถูกลิดรอนสิทธิ’ ฝากแก้โจทย์เฉพาะหน้า ปาฐกถา 92 ปีอภิวัฒน์สยาม

24.06.24 | 20:17 น.

ธเนศ ฝากแก้โจทย์เฉพาะหน้า ปาฐกถา 92 ปีอภิวัฒน์สยาม ชี้ มรดกที่คนรุ่นนี้ได้รับคือ ‘ถูกลิดรอนสิทธิ’

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาคม สี่แยกคอกวัว เขตพระนคร กรุงเทพฯ กลุ่ม ThumbRights ร่วมกับ เเนวร่วมธรรมศาสตร์เเละการชุมนุม, ทะลุฟ้า เเละองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) จัดงาน “92 ปี ประชาธิปไตย(?) ประเทศไทยเอาไงต่อ“ ตั้งแต่เวลา 18.00 – 21.00 น. เนื่องในวาระครบรอบ 92 ปี การอภิวัฒน์สยาม 24 มิถุนายน พ.ศ.2475

เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในงาน มีการตั้งบูธรณรงค์จากกลุ่ม องค์กร และเครือข่ายภาคประชาสังคม ตลอดจนซุ้มอาหารโดยนักกิจกรรมเเละผู้ถูกดำเนินคดีทางการเมือง อาทิ ทะลุฟ้า คปช.53 และดนตรีโดยวงสามัญชน

เวลา 18.00 น. ศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อดีตคณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวปาฐกถาเปิดงาน ในหัวข้อ “จากหลัก 6 ประการของคณะราษฎรสู่การต่อสู้ในปัจจุบัน”

Advertisement

ศ.ดร.ธเนศ กล่าวในตอนหนึ่งถึงหลัก 6 ประการของคณะราษฎร ว่า เอกราช ความปลอดภัยในประเทศ เศรษฐกิจ การศึกษา เสรีภาพ ทั้งหมดนี้ต้องดูจากนโยบาย เมื่อพูดถึงปัญหานโยบาย รองรับรัฐใหม่ที่มีโครงสร้างประชาธิปไตย คืออำนาจสูงสุดอยู่ที่ประชาชน นี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญของ 24 มิถุนายน 2475

“สิ่งที่ทุกคนต้องการทราบคือ หลัก 6 ประการนี้ บรรลุความสำเร็จไหม เราต้องไปดูที่การปฏิบัติในทางนโยบาย ซึ่งผมเบ่งเป็นง่ายๆ เช่น เรื่องเอกราช ผมตอบได้ว่าประสบความสำเร็จ ทำให้ตะวันตก ที่แต่ก่อนมีสนธิสัญญา เบาว์ริง มองไทยไม่เท่าเทียม เจรจาจนได้รับการยอมรับฐานะ ในปี 2483 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกฯ”

ศ.ดร.ธเนศกล่าวต่อว่า สถานการณ์ในตอนนั้น ทำให้ความคิดเรื่องเอกราช และชาติใหม่ เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นในช่วงปี 75

“ผมอยากเสนอว่า การเปลี่ยนแปลง 2475 ที่คนวิจารณ์ว่าชิงสุกก่อนห่าม ไม่สะท้อนสถานการณ์ที่แท้จริง เพราะทุกรัฐบาลเจอปัญหา วิกฤตการณ์ทั้งภายในและนอกประเทศ ซึ่งประเทศที่ไม่เปลี่ยนแปลง ยากมากที่จะอยู่”

การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ต้องมาแน่ๆ แต่ใครเป็นคนเปลี่ยน คือคำถามที่ควรถาม ไม่ใช่มาถามว่าชิงสุกก่อนห่าม” ศ.ดร.ธเนศชี้

ศ.ดร.ธเนศกล่าวต่อไปว่า เป็นระยะเวลาที่สั้นมาก แค่ 15 ปี จากปี 2475 มาจนถึง 8 พ.ย.2490 ที่มีการยึดอำนาจโดยทหารบกครั้งแรก และนำมาสู่วังวนรัฐประหาร จนทุกวันนี้ 15 ปีของคณะราษฎร ต้องยอมรับว่า พยายามสถาปนา เปลี่ยนระบอบการปกครองมาเป็นภูมิภาค

“ถ้าถามว่าการสร้างรัฐใหม่ สำเร็จไหม ถ้าดูจากการตอบรับของข้าราชการ ประชาชนทั่วประเทศ จะพบว่า ไม่มีการต่อต้านคัดค้าน เสียงตอบรับจากประชาชนตั้งแต่ข้างบนจนข้างล่าง เห็นด้วยกับการมีระบอบใหม่”

และตอนนั้น รัฐบาลก็สร้างรัฐธรรมนูญจำลอง ในวัด ศาลากลางทั่วประเทศ เป็นสัญลักษณ์ว่าระบอบใหม่ พยายามหยั่งรากให้มากเท่าที่จะมากได้ จากที่คนวิจารณ์ว่า ไม่มีฐานมวลชนรองรับ มีแต่ผู้นำทหาร ซึ่งตอนเริ่มต้นจริง เพราะเป็นขบวนการลับ

ศ.ดร.ธเนศกล่าวต่อว่า ถ้าถามว่า ‘สิทธิเสรีภาพ’ มีมากขึ้น เห็นได้จากจากการออกกฎหมาย ไปจนถึงอนุสาวรีย์ปราบกบฎ ที่วงเวียนบางเขน หลักสี่ที่ถูกรื้อ ดังนั้นการสร้างระบอบใหม่ยากกว่าที่คิด

ศ.ดร.ธเนศ ยังกล่าวถึง มรดกที่คนรุ่นนี้ต้องรับ คือการถูกลิดรอน อำนาจอธิปไตย ล้มส.ส. ยุบพรรค

“โจทย์เฉพาะหน้าทำอย่างไรให้อำนาจนิติบัญญัติ มีศักดิ์ศรีและอำนาจอย่างแท้จริง เมื่อไหร่ที่พรรคการเมืองได้รับอำนาจนั้นขึ้นมา จะไม่ต้องรอให้พระศรีอาริย์มา เพราะอำนาจจะกลับมาอยู่ในมือประชาชน” ศ.ดร.ธเนศกล่าว