วิษณุ เตือนบิ๊กโจ๊ก ไม่ควรฟ้องนายกฯ ชี้ยังมีโอกาสเป็นแคนดิเดต ผบ.ตร. แต่อาจโดนแก้เกมอีกได้

25.06.24 | 11:35 น.

‘วิษณุ’ เตือน ‘บิ๊กโจ๊ก’ ไม่ควรฟ้อง 157 นายกฯ ชี้มีหลายช่องทางเยียวยา แนะให้รอ ก.พ.ค.ตร. คาด 1 เดือนรู้ผล ชี้ปม ‘สุรเชษฐ์’ ฟ้อง ‘กิตติ์รัฐ’ เป็นเรื่องบุคคล ไม่เกี่ยวองค์กร

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 25 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เตรียมจะยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรีกรณีปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 157 หากไม่ออกคำสั่งให้กลับไปทำหน้าที่ว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์มีสิทธิฟ้อง เพราะเป็นการฟ้องส่วนตัว แต่เห็นว่าไม่ควรฟ้องและไม่น่าฟ้อง เพราะยังมีช่องทางที่จะได้รับการเยียวยาหลายช่องทาง ควรไปใช้ช่องทางปกติ โดยใช้ช่องทางของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ที่กฎหมายบัญญัติว่าถ้าใครไม่ได้รับความเป็นธรรมและความเดือดร้อนจากผู้บังคับ และร้องเรียนผู้บังคับบัญชาแล้วไม่ได้ผลก็มายื่นร้อง ก.พ.ค. เมื่อมีคำตัดสินออกมาอย่างไรให้ปฏิบัติตามนั้น และเวลานี้เรื่องทั้งหมดอยู่ที่ ก.พ.ค.

นายวิษณุกล่าวว่า ความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ทั้งอนุกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) คณะกรรมการกฤษฎีกา จะเป็นหลักฐานที่ส่งไปที่ ก.พ.ค.เพื่อวินิจฉัย คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ควรรอฟังผลจาก ก.พ.ค.อย่างเดียวหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้องควรรอ ก.พ.ค.เว้นแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไปแก้ไข หรือเยียวยาเอง หากทำอย่างนั้นก็ต้องทิ้งเรื่องไว้ที่ ก.พ.ค.

เมื่อถามว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์อ้างมติ ครม.ปี 2482 ว่าหน่วยงานใดที่ขอคำปรึกษาจากคณะกรรมการกฤษฎี ต้องยึดปฏิบัติตามความเห็นกฤษฎีกาด้วย นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนี้มีอยู่จริง และเป็นผลสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม และปฏิบัติกันมาจนถึงทุกวันนี้ และขอย้ำว่าความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ได้ชี้ถูกหรือผิด และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ เป็นประธาน ก็ไม่ได้ชี้ถูกชี้ผิด รวมถึงการแถลงข่าวของตนในเรื่องดังกล่าวก็ไม่ได้ชี้ถูกหรือผิด เพียงแต่บอกความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดที่ 2 ว่ามีความเห็นอย่างไร

Advertisement

นายวิษณุกล่าวว่า ตามหลักกฎหมายที่สื่อมวลชนมาถามว่ามีโอกาสชิงตำแหน่ง ผบ.ตร.หรือไม่ ก็ต้องบอกว่ามี เพราะใครก็ตามที่มียศ พล.ต.อ. และเป็นรอง ผบ.ตร. รวมทั้งจเรตำรวจ ก็มีโอกาสทั้งนั้น สุดท้ายจะได้เป็นหรือไม่ขึ้นอยู่กับมติ ก.ตร.และหลายองค์ประกอบ แล้วขึ้นอยู่กับว่านายกรัฐมนตรีจะเสนอชื่อใคร

เมื่อถามย้ำว่า มติ ครม.ดังกล่าวที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์นำมาอ้างสามารถฟังได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทุกคนก็นำแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวเองมาอ้าง ใครจะอ้างอิงเหตุผลที่เป็นโทษกับตัวเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเตรียมฟ้องมาตรา 157 จะส่งผลให้นายกรัฐมนตรีต้องเป็นกังวลหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่จบ พอดูเหมือนว่าจะนำผลของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่นายกฯตั้งขึ้นไปต่อยอด ทั้งนี้ ถ้ามีการฟ้องร้องอีกถือเป็นคดีใหม่ และคดีเก่าจบไป คดีของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งเรื่องจบไปแล้วส่วนหนึ่ง ส่วนกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ไปยื่นฟ้อง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.และคนอื่นๆ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เป็นธรรมดาเหมือนคดีทั่วไป ที่จบอีกเรื่องก็มีอีกเรื่องหนึ่งขึ้นไป และถือเป็นเรื่องตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับองค์กร ไม่เกี่ยวกับกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายวิษณุกล่าวว่า ขอย้ำประโยคนี้ว่าเขาออกแบบไว้ให้ ก.พ.ค.ตร.เป็นผู้ตัดสินปัญหา ก็ต้องใช้ช่องทางนี้ หากผลตัดสินของ ก.พ.ค.ตร.ไม่เป็นที่พอใจ ก็ไปร้องศาลปกครองได้อีก

เมื่อถามว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์สามารถกลับเข้ามาเป็นแคนดิเดต ผบ.ตร.ได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าดูจากวันนี้ เดี๋ยวนี้ ตอบได้ว่ามี แต่ถ้าต่อไปอาจมีการแก้เกมอย่างอื่นจนไม่ได้เป็นก็ได้ เพราะยังมีช่องกฎหมายอีกเยอะ ตามช่องที่คณะกรรมการกฤษฎีกาบอกว่ากระบวนการไม่ชอบ และเป็นเอกฉันท์

เมื่อถามย้ำว่า กระบวนการทั้งหมดจะไม่สามารถดำเนินการได้ หากยังไม่มีการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่ เมื่อถามอีกว่า มีโอกาสที่จะไม่นำขึ้นทูลเกล้าฯได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เขาจะไม่นำขึ้นทูลเกล้าฯแน่ เว้นแต่ ก.พ.ค.ตร.จะสั่งลงมา แต่คณะกรรมการกฤษฎีกาก็ไม่ได้บอกว่าไม่ให้นำขึ้นทูลเกล้าฯ แต่บอกว่าหนังสือที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯมีข้อสังเกตว่าควรจะถูกต้องตามกระบวนการ เพราะมีตัวอย่างมาแล้วนับ 10 เรื่องที่กระบวนการไม่ถูก แล้วถูกส่งกลับมา ดังนั้น ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้องก่อนที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ ก.พ.ค.ตร.และรัฐบาลเองก็ฟัง ก.พ.ค.ตร.จะเอาอย่างไรก็เอาตามนั้น