สะพัดกันมาก่อนการเลือก ส.ว. วันที่ 26 มิถุนายน ซึ่งจะเป็นการเลือกระดับประเทศ
จากผู้สมัครที่ผ่านเข้ารอบ 3 พันกว่าคน จะเหลือแค่ 200 คน และสำรองอีก 100 คน
สถานที่จัดเลือก คือ อิมแพค เมืองทองธานี
ต้องย้ำอีกครั้งว่า กระบวนการเลือก ส.ว.ครั้งนี้ไม่ยึดโยงกับประชาชน แต่ยึดโยงกับโหวตเตอร์
โหวตเตอร์ก็คือคนที่สมัครเป็น ส.ว. โดยต้องมีคุณสมบัติครบ และจ่ายเงิน 2,500 บาทเป็นค่าสมัคร
โหวตเตอร์แต่ละคนต้องมีสังกัดกลุ่มอาชีพซึ่งกำหนดไว้ 20 กลุ่ม โดยเป็นกลุ่มอาชีพที่ระบุจำนวน 19 และกลุ่มอื่นๆ อีก 1
ตามความหมายนี้ ส.ว.ที่จะได้รับเลือกในวันที่ 26 มิถุนายน น่าจะเป็นตัวแทนกลุ่มอาชีพ
แต่ดูเหมือนว่า กลุ่มอาชีพต่างๆ ก็ไม่ได้มีส่วนในการคัดเลือกหรือส่งตัว จึงไม่ได้ยึดโยงกับ ส.ว.
สิ่งที่ ส.ว.ชุดใหม่ยึดโยงคือโหวตเตอร์
และเมื่อพิจารณาจาก 4 รูปแบบที่ กกต.จับตาว่าอาจทุจริต แปลมาเป็นกลุ่มที่น่าจะเกี่ยวข้อง แบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม
1.กลุ่มโหวตเตอร์ เป็นกลุ่มที่ผ่านเข้ารอบระดับจังหวัด แล้วยื่นข้อเสนอต่อรองขอตำแหน่ง หรือเรียกเงินหลักแสนบาทแลกกับการลงคะแนนให้ผู้สมัครที่ต้องการเสียงโหวตให้เป็น ส.ว.รอบสุดท้าย
2.กลุ่มการเมือง กลุ่มนี้อยู่เบื้องหลังผู้ได้รับเลือกเป็น ส.ว.ระดับจังหวัด และพยายามล็อบบี้โหวตเตอร์รายอื่นๆ เพื่อให้ ส.ว.จากกลุ่มตัวเองได้รับเลือกเป็น ส.ว.
3.กลุ่มล็อบบี้ยิสต์ เป็นคนกลางคอยประสานงานจองห้องพักโรงแรมบริเวณใกล้สถานที่เลือก นัดรวมตัวกันก่อนวันเลือก เพื่อล็อบบี้และตรวจสอบคะแนนเสียง
กลุ่มนี้จะเรียกรับเงินหลักล้านบาท เพื่อแลกกับการลงคะแนนสนับสนุน
4.กลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดำเนินการติดต่อไปยังผู้ได้รับเลือกเป็น ส.ว.ระดับจังหวัดในพื้นที่ทุกกลุ่มอาชีพ เพื่อให้มาอยู่กลุ่มตัวเอง โดยอ้างว่าจะสนับสนุนให้เป็น ส.ว.
ทั้งนี้มีรายงานข่าวจาก กกต.ว่า พฤติการณ์ที่พบเหล่านี้จะกระจายอยู่หลายพื้นที่ พบมากในพื้นที่ภาคเหนือ
ขณะนี้ กกต.ได้ให้ผู้ตรวจการเลือกตั้ง ฝ่ายสืบสวนสอบสวนแต่ละจังหวัด ชุดเคลื่อนที่เร็วประกบติดตามความเคลื่อนไหวของผู้สมัครอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสั่งการให้รายงานให้กับ กกต.ทราบ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลและพฤติการณ์ดำเนินการเอาผิดต่อไป
หากสิ่งที่ปรากฏเป็นกระแสสามารถหลุดรอดเข้าไปเป็น ส.ว.ได้
เท่ากับว่า ส.ว.ที่เข้าไปได้ จะยึดโยงกับกลุ่มต่างๆ เหล่านี้ แทนการยึดโยงกับ 20 กลุ่มอาชีพ หรือประชาชน
หวังว่ากระแสข่าวที่ปรากฏไม่เป็นความจริง เชื่อว่า โหวตเตอร์ทั้งหมดซึ่งล้วนมีเกียรติและมีประวัติที่น่าเชื่อถือ จะไม่กระโจนเข้าไปในทางที่ผิดเช่นนั้น
เพราะแม้ ส.ว.ชุดใหม่ จะไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ไม่ได้ยึดโยงกับกลุ่มอาชีพ
แต่อย่างน้อยก็น่าจะเริ่มต้นชีวิต ส.ว.ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี
แต่หากว่ากระแสข่าวดังกล่าวเป็นจริง และ กกต.ไม่สามารถต้านพฤติกรรมมิชอบเช่นนั้นได้
เราก็จะได้วุฒิสภาชุดใหม่ที่มีความยึดโยงกับคนแค่ 2 กลุ่มใหญ่ๆ
หนึ่ง คือ กลุ่มทุน และอีกหนึ่ง คือ กลุ่มการเมือง
โดยมีกลุ่ม ส.ว.ที่เป็นอิสระสอดแทรกเข้ามาบ้างเท่านั้นเอง
นฤตย์ เสกธีระ

