หน้าแรก การเมือง บทนำ : เรื่อง...

บทนำ : เรื่องที่ควรแก้

26.06.24 | 11:09 น.

นักวิชาการได้สรุประบบการเลือกตั้งแบบระบบบัญชีรายชื่อ ใจความว่า ในประเทศประชาธิปไตยหลายประเทศ นำเอาระบบการเลือกตั้งทั้ง ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อมาใช้ควบคู่กัน โดยเฉพาะเมื่อต้องการให้เกิดความเข้มแข็งของระบบพรรคการเมือง ระบบบัญชีรายชื่อ เน้นความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับพรรคการเมือง โดยให้เลือก ส.ส.อีก 1 คน จากบัญชีรายชื่อผู้สมัครของพรรค ซึ่งมีหลายรูปแบบ เช่น พรรคกำหนดรายชื่อให้ประชาชนเลือก หรือให้ประชาชนเลือกพรรค แล้วนำไปคำนวณจำนวน ส.ส.จากบัญชี
รายชื่อ เว็บไซต์ของสถาบันพระปกเกล้า ชี้ข้อสังเกตต่อระบบบัญชีรายชื่อว่า (1) เป็นระบบที่เอื้อประโยชน์ต่อเสียงข้างน้อย เพื่อให้ทุกกลุ่มหรือทุกพรรคมีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรตามสัดส่วนคะแนนนิยมหรือคะแนนที่ได้รับ (2) ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยใหม่นิยมใช้ มีประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศที่มีการเลือกตั้ง (3) มีข้อวิจารณ์ว่าไม่เปิดโอกาสให้เลือกผู้สมัครเป็นรายบุคคล และผู้สมัครไม่จำเป็นต้องคลุกคลีกับพื้นที่

รัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตย 2540 ให้มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ควบคู่ไปกับ ส.ส.เขต 400 คน ใช้ครั้งแรกในการเลือกตั้ง 2544 ทำให้การเมืองไทยเปลี่ยนไปพรรคที่ชนะเลือกตั้ง มี ส.ส.ทั้งสองระบบสูงมาก และเมื่อเกิดการยุบสภา เลือกตั้งใหม่ในปี 2548 ผลการเลือกตั้งออกมาทำนองเดียวกันอีก จนเกิดรัฐประหารปี 2549 ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2540 มาใช้รัฐธรรมนูญ 2550 เปลี่ยนหลักเกณฑ์การคิด ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยแบ่งเป็น 8 กลุ่มจังหวัด แต่ผลเลือกตั้งในปี 2550 ยังออกมาในแนวทางเดิม เมื่อเกิดยุบสภาและเลือกตั้งในปี 2554 แก้ไข ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้มี 125 คน และ ส.ส.เขต 325 คน ผลเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยที่มีรากฐาน
จากพรรคที่ชนะเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 2544 ได้เข้าสภามากที่สุดอีกครั้ง ก่อนจะเกิดวิกฤตร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม นำไปสู่การฐประหารในปี 2557 ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 หันมาใช้รัฐธรรมนูญ 2560

รัฐธรรมนูญ 2560 คิด ส.ส.บัญชีรายชื่อแปลกออกไป ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว แต่กระนั้น การเลือกตั้งปี 2562 พรรคเพื่อไทยยังได้ ส.ส.มากที่สุดแม้ไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อเลย ต่อมามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ผลคือ พรรคก้าวไกลได้ ส.ส.มากที่สุด รองลงมาคือเพื่อไทย เห็นชัดว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงเป็นตัวชี้วัดความนิยมของพรรค ขณะที่ ส.ส.เขต สะท้อนความนิยมในตัวของผู้สมัคร ในระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา คนไทยคุ้นชินกับการเลือก 2 ระบบแล้ว การจะเปลี่ยนแปลงยกเลิก ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ว่าจะจริงหรือไม่ จึงไม่เป็นผลดีต่อประชาชนและการเมืองประเทศ การแก้ไขรัฐธรรมนูญควรเร่งดำเนินการ และเน้นประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน