ป.ป.ช. ฟัน 7 จนท. ศุลกากร เอื้อเอกชนนำเข้ารถหรูจ่ายภาษีน้อยเกินจริง
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญกรณีเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นเพื่อดำเนินการไต่สวน กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า นายชลิต หอมหวล นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ สำนักงานศุลกากรกรุงเทพ กรมศุลกากร กับพวก ช่วยเหลือผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์ที่ไม่ใช่ตัวแทน ด้วยการรับราคารถยนต์นั่งใหม่สำเร็จรูปที่นำเข้าจากต่างประเทศที่สำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริงเป็นราคาศุลกากร และตรวจปล่อยไปจากอารักขาศุลกากร รวมจำนวน 62 คัน (2 สำนวนคดี)
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏจากหลักฐานบัญชีราคาสินค้า (INVOICE) ซึ่งเป็นหลักฐาน ตามคำร้องขอความร่วมมือระหว่างประเทศในทางอาญาจากสาธารณรัฐอิตาลี ว่ารถยนต์ยี่ห้อ LAMBORGHINI และยี่ห้อ MASERATI จำนวน 122 คัน ที่นำเข้าโดยบริษัท จูบิลี่ไลน์ จำกัด, บริษัท เบนซ์นครินทร์ ออโต้ กรุ๊ป จำกัด และบริษัท เฟอร์ม่า มอเตอร์ จำกัด มีการสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง โดยระหว่างวันที่ 17 มกราคม 2554 ถึงวันที่ 28 ตุลาคม 2557
- นายนิตย์ชัย ร่มสุขวนาสันต์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ สังกัดสำนักงานศุลกากรกรุงเทพ
- นายชลิต หอมหวล นักวิชาการศุลกากรชำนาญการฯ
- นายเอกสิทธิ์ รัตนะ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการฯ (เสียชีวิตแล้ว)
.
- นายศรัณยพงศ์ สุรรัตน์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ สังกัดสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง
- นายสนองชัย เลขกลาง นักวิชาการศุลกากรชำนาญการฯ
- นายธนพล มณีรัตน์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการฯ
- นายอภิชาต แย้มมณี นักวิชาการศุลกากรปฏิบัติการฯ
- นายพรชัย เกศไตรทิพย์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการฯ
ได้ตรวจปล่อยรถยนต์นั่งใหม่สำเร็จรูปยี่ห้อ LAMBORGHINI ซึ่งนำเข้าโดยบริษัท จูบิลี่ไลน์ จำกัด และบริษัท เบนซ์นครินทร์ ออโต้ กรุ๊ป จำกัด จำนวน 29 คัน และยี่ห้อ MASERATI ซึ่งนำเข้าโดยบริษัท เฟอร์ม่า มอเตอร์ จำกัด จำนวน 33 คัน ตามใบขนสินค้าซึ่งสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริงเป็นราคาศุลกากรและได้ชำระค่าภาษีอากรแล้ว ไปจากอารักขาของศุลกากร โดยรู้อยู่แล้วว่าราคาที่บริษัทผู้นำเข้าทั้งสามบริษัทสำแดงไม่ใช่ราคาที่ได้ชำระจริงและเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาซื้อขายจริง ทำให้บริษัทผู้นำเข้าได้ประโยชน์ในการชำระค่าภาษีอากรนำเข้าน้อยกว่าที่ต้องชำระจริง เป็นเหตุให้กรมศุลกากร กรมสรรพากร และกรมสรรพสามิต ได้รับความเสียหาย รวมเป็นเงินจำนวนไม่น้อยกว่า 897,148,369 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติดังนี้
- การกระทำของนายชลิต หอมหวล, นายสนองชัย เลขกลาง, นายธนพล มณีรัตน์, นายพรชัย เกศไตรทิพย์, นายนิตย์ชัย ร่มสุขวนาสันต์, นายอภิชาต แย้มมณี และนายศรัณยพงศ์ สุรรัตน์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 154 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 91 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แล้วแต่กรณี และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
- การกระทำของบริษัท จูบิลี่ไลน์ จำกัด บริษัท เบนซ์นครินทร์ ออโต้ กรุ๊ป จำกัด บริษัท เฟอร์ม่า มอเตอร์ จำกัด และเอกชนที่เกี่ยวข้อง มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด และฐานความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจ และส่งรายงาน สํานวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคําวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณี
ทั้งนี้ ให้แจ้งกรมศุลกากรดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง และให้ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาหรือ ผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนดำเนินการทางวินัยไปตามหน้าที่และอำนาจกับผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหากรณีบกพร่องไม่ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติงานของผู้ถูกกล่าวหา จนเป็นเหตุให้กรมศุลกากรได้รับความเสียหาย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 64 ต่อไป (สำหรับกรณีการนำเข้ารถยนต์ยี่ห้อ LAMBORGHINI และยี่ห้อ MASERATI อีกจำนวน 60 คันอยู่ระหว่างการไต่สวน)

