‘สุรศักดิ์’ ห่วงงบจัดทำแพลตฟอร์มถูกหั่นกว่า 4 พันล้าน หวั่นกระทบโครงการเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ยันนำร่องแจกอุปกรณ์การเรียนเน้นโปร่งใส
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 วาระที่ 1 ไปเมื่อเร็วๆ นี้นั้น ในส่วนของการจัดทำงบของ ศธ. มีเป้าหมายเพื่อปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ ซึ่งหมายความว่าต้องเร่งดำเนินการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ครั้งใหญ่ โดยจะต้องมีการรื้อหลายเรื่อง ทั้งเรื่องหลักสูตร เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาขาดแคลนครู ฯลฯ
ทั้งนี้ เพื่อให้การศึกษาไทยปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยในการบริหารการศึกษามากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ตอบโจทย์นโบาย เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา หรือ Anywhere Anytime โดยเฉพาะเรื่องหลักสูตร ที่จะต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ในเรื่องการจัดทำแพลตฟอร์ม เนื้อหาวิชาต่างๆ รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์ให้กับนักเรียนด้วย
นายสุรศักดิ์กล่าวต่อว่า งบประมาณที่จัดทำคำขอไป เพื่อมาดำเนินการเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งส่วนตัวเข้าใจว่า หลายฝ่ายมีความห่วงใยเรื่องความโปร่งใส ในการใช้จ่ายงบประมาณ ในส่วนของ ศธ.เองพยายามดำเนินการให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้มากที่สุด ซึ่งโครงการ anywhere anytime มีการจัดสรรอุปกรณ์ให้กับนักเรียนและครูกว่า 600,000 เครื่อง เป็นโครงการนำร่อง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ในโรงเรียนคุณภาพและโรงเรียนขยายโอกาส เพื่อให้มีทั้งตัวอย่างของโรงเรียนที่มีความพร้อมที่สามารถบริหารจัดการได้ และโรงเรียนที่อาจจะยังไม่มีความพร้อมเรื่องการบริหารจัดการ เพื่อนำมาเปรียบเทียบ และหาวิธีการที่เหมาะสม
“ส่วนที่มีผู้อภิปรายว่า ทำไมแจกเพียง 6 แสนเครื่อง และเน้นโรงเรียนที่อยู่ในโครงการโรงเรียน 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ซึ่งค่อนข้างมีความพร้อม อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำนั้น หากมีงบประมาณเพียงพอ ศธ. ก็อยากดำเนินการให้ครอบคลุม แต่ขอย้ำว่า การแจกอุปกรณ์การเรียน เป็นโครงการใหญ่ที่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ดังนั้น จึงต้องมีการนำร่อง เพื่อดูแนวทางที่เหมาะสม ซึ่งโรงเรียนคุณภาพ มีทั้งโรงเรียนที่มีความพร้อม และโรงเรียนที่ยังไม่มีความพร้อม ที่กระจายอยู่ทุกอำเภอทั่วประเทศ ก็เชื่อว่า มีตัวอย่างให้เกิดขึ้นเปรียบเทียบ เพื่อดำเนินโครงการขั้นตอนไปอย่างเหมาะสม ซึ่งเรื่องการจัดหาอุปกรณ์การเรียน เชื่อว่าไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่ไม่สบายใจ คืองบจัดทำแพลตฟอร์ม เนื้อหาในการเรียนการสอน ที่ถูกตัดไปค่อนข้างมาก และเป็นส่วนที่ ศธ.คิดว่าสำคัญที่สุด หากถูกตัดไป ก็อาจกระทบกับการดำเนินการจัดทำเนื้อหาการเรียนรู้ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญ โดย ศธ.ได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ทุกที่ทุกเวลา จำนวน 7,644,068,100 บาท ได้รับการจัดสรรเพียง 3,395,466,600 บาท ถูกตัดจำนวน 4,148,601,500 บาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการจัดทำแพลตฟอร์มและเนื้อหาการเรียน ซึ่งไม่ได้ตามแค่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 เหมือนอย่างการนำร่องแจกอุปกรณ์การเรียนเท่านั้น แต่ทำครอบคลุมทุกระดับชั้น ดังนั้น หากถูกตัดไปก็อาจทำให้การดำเนินการมีปัญหา” นายสุรศักดิ์กล่าว
นายสุรศักดิ์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ศธ.คงต้องขอแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อของบส่วนดังกล่าวกลับคืนมา ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้รับการจัดสรรคืนมาจำนวนเท่าไร แต่อยากให้ทุกฝ่ายเห็นความสำคัญ เพราะวันนี้ทุกคนเห็นแล้วว่าการศึกษาจะช่วยแก้ปัญหาประเทศได้
ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า หากถูกปรับลดงบประมาณในส่วนของการจัดทำเนื้อหาการเรียนรู้ เพื่อบรรจุไว้ในแพลตฟอร์มจริง ก็อาจจะกระทบทำให้การดำเนินการ ซึ่งตามแผนงานที่วางไว้ ใช้สำหรับการจัดทำเนื้อหาการเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ไม่ใช่สำหรับชั้น ม.4-6 ตามที่จะมีการนำร่องแจกอุปกรณ์การเรียนการสอน ซึ่ง สพฐ.จะต้องเสนอของบที่ถูกตัดไปคืนกลับมามาในชั้น กมธ. หากไม่ได้ตามที่ขอ ก็จะต้องปรับลดการจัดทำเนื้อหาการเรียนการสอน โดยอาจจะเหลือเพียงระดับชั้น ม.4-6 ตามที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมา
สำหรับงบประมาณที่ ศธ.ได้รับตามร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ซึ่งผ่านการพิจารณาของสภาวาระที่ 1 ภาพรวม จำนวน 340,584.6581 ล้านบาท เพื่อขึ้นจากปีงบประมาณ 2567 ร้อยละ 3.78 คิดเป็นเงินจำนวน 12,413.7696 ล้านบาท แบ่งเป็น งบบุคลากร 210,280.8076 ล้านบาท งบดำเนินการ 13,303.8929 ล้านบาท งบลงทุน 12,026.0163 ล้านบาท งบอุดหนุน 92,388.9346 ล้านบาท และงบรายจ่ายอื่นๆ 12,585.0067 ล้านบาท

