หน้าแรก การเมือง ก.ตร.ถกคำสั่ง...

ก.ตร.ถกคำสั่งปลด ‘บิ๊กโจ๊ก’ วันนี้ วิษณุเบรกรอง ผบ.ตร.ฟ้องนายกฯ ชี้ฟัง ก.พ.ค.ตร.

26.06.24 | 06:00 น.

ก.ตร.ถกคำสั่งปลด ‘บิ๊กโจ๊ก’ วันนี้ วิษณุเบรกรอง ผบ.ตร.ฟ้องนายกฯ ชี้ฟัง ก.พ.ค.ตร.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันนี้ เวลา 15.00 น. ยอมรับว่ามีวาระเรื่องการกลับเข้ารับราชการได้หรือไม่ได้ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เป็นหนึ่งในประเด็นที่ประชุมก.ตร.จะต้องพิจารณาด้วย แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องกลับหรือไม่กลับเพียงอย่างเดียว เพราะมีขั้นตอนทางกฎหมายด้วย คณะกรรมการที่พิจารณาทางวินัยกับคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) จะนำข้อมูลต่างๆ มาร่วมพิจารณา ต้องฟังให้ รอบด้าน

“ผมเข้าใจว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์มีความเดือดร้อนและร้อนใจ แต่ผมเชื่อว่าในฐานะที่เป็นคนทำงานด้วยกัน เราก็เข้าใจถึงความร้อนใจ และผมเองไม่ได้มองว่าเป็นการขู่” นายเศรษฐากล่าว

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เตรียมจะยื่นฟ้องนายกฯ กรณีปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 157 หากไม่ออกคำสั่งให้กลับไปทำหน้าที่ว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์มีสิทธิฟ้อง เพราะเป็นการฟ้องส่วนตัว แต่เห็นว่าไม่ควรฟ้องและไม่น่าฟ้อง เพราะยังมีช่องทางที่จะได้รับการเยียวยาหลายช่องทาง ควรไปใช้ช่องทางปกติ โดยใช้ช่องทาง ก.พ.ค.ตร. ที่กฎหมายบัญญัติว่าถ้าใครไม่ได้รับความเป็นธรรมและความเดือดร้อนจากผู้บังคับ และร้องเรียนผู้บังคับบัญชาแล้วไม่ได้ผลก็มายื่นร้อง ก.พ.ค. เมื่อมีคำตัดสินออกมาอย่างไรให้ปฏิบัติตามนั้น และเวลานี้เรื่องทั้งหมดอยู่ที่ ก.พ.ค. ทั้งนี้ความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ทั้งอนุกรรมการข้าราชการตำรวจ คณะกรรมการกฤษฎีกา จะเป็นหลักฐานที่ส่งไปที่ ก.พ.ค.เพื่อวินิจฉัย คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ควรรอฟังผลจาก ก.พ.ค.ตร.อย่างเดียวหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้องควรรอ ก.พ.ค.เว้นแต่ ตร.จะไปแก้ไข หรือเยียวยาเอง หากทำอย่างนั้นก็ต้องทิ้งเรื่องไว้ที่ ก.พ.ค.ตร.

Advertisement

“ขอย้ำประโยคนี้ว่าเขาออกแบบไว้ให้ ก.พ.ค.ตร.เป็นผู้ตัดสินปัญหา ต้องใช้ช่องทางนี้ หากผลตัดสินของ ก.พ.ค.ตร.ไม่เป็นที่พอใจก็ไปร้องศาลปกครองได้อีก ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ ก.พ.ค.ตร.และรัฐบาลก็ฟัง ก.พ.ค.ตร.จะเอาอย่างไรก็เอาตามนั้น” นายวิษณุระบุ

สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.วินัย ทองสอง อดีต รอง ผบ.ตร. และก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.326, 328 กรณีให้สัมภาษณ์ยืนยันข้อเท็จจริงให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าใจว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการ กระทำความผิดเว็บพนันออนไลน์ หลังศาลอนุมัติหมายจับในคดีดังกล่าว โดยศาลอาญากรุงเทพใต้กำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในวันที่ 2 กันยายน 2567 เวลา 09.00 น. และวันที่ 28 มิถุนายน เตรียมยื่นฟ้องกูรูอีก 1 คน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทเช่นเดียวกัน และสัปดาห์หน้าจะยื่นฟ้องผู้บังคับบัญชาระดับสูงด้วย

ด้าน พล.ต.อ.วินัยเปิดเผยว่า ยินดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์จะฟ้องร้องตนเอง เพราะจะได้นำพยานหลักฐานทั้งหมดที่มีออกมาเปิดเผยกับศาลและสาธารณชน ซึ่งเรื่องนี้มองว่าเป็นสิทธิที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สามารถทำได้ หลังจากนี้หากการฟ้องร้องไปถึงในชั้นศาลจะนำพยานหลักฐานที่มีไปชี้แจงเพื่อเป็นการปกป้องสิทธิของตนเองเช่นกัน ว่าตนเองรู้ข้อมูลพยานหลักฐานหรือการกระทำใดๆ บ้าง