หน้าแรก การเมือง ยุทธพร ชี้สละ...

ยุทธพร ชี้สละสิทธิ-ถอนตัวเกิดได้หมด เห็นด้วยเลือก ส.ว.แบบปาร์ตี้ลิสต์ หนุนปลายทาง ‘สภาเดี่ยว’

26.06.24 | 14:47 น.

‘ยุทธพร’ คาดสละสิทธิ-ถอนตัวอะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ไม่น่าถึงขั้นโมฆะ เห็นด้วย 20 กลุ่ม ‘เลือกแบบปาร์ตี้ลิสต์’ ชงปลายทาง ‘สภาเดี่ยว’ หนุนสภา ปชช.

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่อาคาร 4 ศูนย์การประชุมอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ระดับประเทศ ซึ่งมีผู้สมัครในบัญชีที่ผ่านการคัดเลือกในระดับจังหวัดรวม 3,000 คน ถูกตัดสิทธิ 5 คน เหลือ 2,995 คน ทั้งนี้ มีผู้มาใช้สิทธิ 2,989 คน โดยไม่มารายงานตัว 6 คนนั้น

บรรยากาศเวลา 08.00 น. ภายในฮอลล์ 4 สถานที่เลือก ส.ว.ระดับประเทศ มีการติดตั้งจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ 4×3 เมตร จำนวน 2 จอ ที่หน้าห้องพร้อมถ่ายทอดสดการเลือก โดยจัดเก้าอี้ให้ผู้สังเกตการณ์นั่งจับตาภายนอก และเปิดให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปเก็บภาพตามช่วงเวลา โดยภายในห้องประชุมซึ่งเป็นสถานที่เลือก ส.ว.มีการแบ่งคูหาของแต่ละกลุ่มอาชีพเป็น 20 โซน มีป้ายเบอร์กลุ่มอาชีพขนาดใหญ่แขวนบริเวณบนเพดานอย่างชัดเจน

บรรยากาศเวลา 11.15 น. การเลือกรอบแรก “เลือกกันเองในกลุ่ม” แล้วเสร็จ จากนั้นมีการนับคะแนนโดยเปิดให้สื่อมวลชนและผู้สังเกตการณ์ที่ได้รับอนุญาตเข้ามาร่วมรับชมการเลือกของแต่ละกลุ่มอาชีพเป็นเวลา 20 นาที โดยเมื่อทราบผลคาดว่าช่วงเวลา 15.00 น.เป็นต้นไป จะเข้าสู่การเลือกรอบไขว้ แบ่ง 4 สาย สายละ 5 กลุ่มอาชีพ และลดพื้นที่เป็น 5 โซน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า มาออกรายการให้ความเห็นเกี่ยวกับการเลือก ส.ว.

Advertisement

รศ.ดร.ยุทธพรกล่าวว่า ในเรื่องการฮั้วให้มาโหวตใครเป็นสิ่งที่ กกต.จะต้องหาหลักฐาน หากจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายโดยไม่มีหลักฐาน สุดท้ายเรื่องทั้งหมดจะถูกส่งไปที่ศาลฎีกา และ กกต.เอง อาจกลายเป็นผู้กระทำความผิด ตามมาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบได้ ดังนั้น เป็นข้อจำกัดที่ กกต.ต้องระมัดระวัง ต้องมีหลักฐานในการดำเนินการ

เมื่อถามต่อว่า อย่างการเลือก ส.ว.ครั้งนี้ มีความเข้มข้นอย่างมาก ด้วยอำนาจของ ส.ว.ในการเลือกองค์กรอิสระ ทำให้เกิดการตั้งค่าหัว บล็อกโหวตสูงถึง 1-2 ล้านบาท ส่วนตัวมองอย่างไร?

รศ.ดร.ยุทธพรกล่าวว่า เรื่องเหล่านี้ถือเป็นข้อที่ถูกพูดถึงอย่างมากมาย ในเรื่องการฮั้ว การจ่ายเงิน แต่เรื่องพยานหลักฐานก็เป็นเรื่องสำคัญ หากไม่มีกระบวนการในการดำเนินคดี ถึงแม้จะถูกส่งไปชั้นศาล แต่สุดท้าย กกต.จะกลายเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง ดังนั้น การเชื่อมต่อระหว่าง กกต.กับภาคประชาสังคมเป็นโจทย์ที่ใหญ่มาก ให้ได้มาซึ่งข้อมูลในการที่จะไปดำเนินการต่างๆ ได้มากขึ้น

เมื่อถามต่อว่า มองว่าหลังจากนี้จะมีการสละสิทธิเกิดขึ้นหรือไม่? รศ.ดร.ยุทธพรกล่าวว่า เป็นไปได้ หากสุดท้ายมีผู้ที่ไม่พึงประสงค์ที่จะเป็น ส.ว.แต่ได้รับคัดเลือกเข้าไป เขาก็อาจจะสละสิทธิ ซึ่งก็เป็นสิทธิของเขา เราไม่สามารถห้ามได้

“แม้บางส่วนอาจมองว่าจะเป็นการสละสิทธิที่จะทำให้อีกคนหนึ่งได้ หรือเป็นการสละสิทธิเพราะว่าฮั้วกันมา ได้รับคำสั่งกันมาก็เป็นสิทธิของเขา เราคงไม่สามารถไปห้ามได้ว่าคนที่ได้รับเลือกแล้วห้ามลาออก เราห้ามไม่ได้หรอก แม้กระทั่งปัจจุบันคนที่เป็น ส.ส. หรือคนที่จะเป็น ส.ว.ในอนาคต จะไปบอกเขาว่าห้ามลาออกก็ทำไม่ได้ เพราะเป็นช่องว่างทางกฎหมายที่เราก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการออกแบบวิธีการ หรือระเบียบอะไรให้มันครอบคลุมได้ทั้งหมด” รศ.ดร.ยุทธพรกล่าว

มองภาพรวมการเลือก ส.ว.ในวันนี้ เป็นอย่างไรบ้าง? รศ.ดร.ยุทธพรกล่าวว่า การเลือก ส.ว.วันนี้เป็นไปได้ด้วยดี ในแง่ของการบริหารจัดการของ กกต.เราก็ไม่พบอะไรที่เป็นปัญหาใหญ่ที่จะทำให้เกิดเรื่องของประเด็นที่นำไปสู่การเลือกที่เป็นโมฆะ

“การเลือก ส.ว.ระดับอำเภอและระดับจังหวัดก็ไม่ได้พบอะไรที่เป็นปัญหาอย่างมากมาย มีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งก็ต้องมีเกิดขึ้นอยู่แล้วในการทำงาน แต่โดยภาพรวมผมถือว่าบริหารจัดการได้ดีภายใต้กติกาที่ซับซ้อนแบบนี้ กกต.สามารถทำให้ภาพออกมาได้ในเชิงปฏิบัติ ก็ถือว่าใช้ได้

ส่วนช่วงบ่ายนี้จะมีคนสละสิทธิหรือไม่นั้น ก็มีความเป็นไปได้เช่นเดียวกัน เกิดขึ้นได้ทั้งหมด ทั้งสละสิทธิ หรือถอนตัว เป็นไปได้ในทุกรูปแบบ ถ้ามีคนสละสิทธิจำนวนมากอันนี้มีความเป็นไปได้ว่าผิดปกติ แต่ถ้ามีคนสละสิทธิในระดับหนึ่ง แม้ว่าจะฮั้ว หรือได้รับใบสั่งกันมาหรือเปล่า ก็เป็นสิทธิของเขา เป็นเรื่องปลายทางแล้ว

เรื่องที่เป็นต้นทางมันคือกระบวนการในการออกแบบเรื่องของ ส.ว. ต้องกลับไปสู่โจทย์แรกที่สำคัญที่สุดว่า ส.ว.มีไว้ทำไม ถ้าเราตอบได้ว่า ส.ว.มีไว้ทำไม จะนำไปสู่กระบวนการออกแบบ ที่มา อำนาจ ที่ละเอียดและรอบคอบมากกว่านี้” รศ.ดร.ยุทธพรกล่าว

รศ.ดร.ยุทธพรกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดี ในวันนี้ก็มีแนวทางที่มีการพูดกัน คือการเลือก ส.ว.ครั้งหน้า ให้ใช้ระบบบัญชีรายชื่อ สำหรับ ส.ว. 20 กลุ่ม

“เป็นปาร์ตี้ลิสต์ระดับประเทศเลย ให้ประชาชนเลือกกันโดยตรง ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง หรืออีกทางเลือกหนึ่งซึ่งผมสนับสนุนทางเลือกที่ 2 นี้มากกว่า นั่นคือ ‘การไปสู่สภาเดี่ยว’ มีเพียงแค่ ส.ส.อย่างเดียว ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิสภากันอีก

ในขณะเดียวกัน ควรไปส่งเสริมกลไกตรวจสอบ ภาคประชาชนอย่างอื่นมากกว่า เช่น สภาตรวจสอบภาคพลเมือง หรือสภาตรวจสอบภาคประชาชน โดยการสุ่มบรรดาผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เปลี่ยนตัวทุก 3 เดือน

ไม่ต้องให้อยู่ยาว 5 ปีเหมือน ส.ว. ไม่ต้องให้สิทธิพิเศษ หรืออภิสิทธิ์อะไรต่างๆ กระบวนการตรงนี้ทำให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมทางตรงในการตรวจสอบ และเป็นการส่งเสริมรัฐและการเรียนรู้ทางการเมืองให้กับประชาชนทางตรง ได้โดยที่ไม่ต้องมี ส.ว. ซึ่งสภาตรวจสอบภาคพลเมืองก็มีในหลายประเทศ เช่น แคนาดา, เกาหลีใต้ ก็มี เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องมีระบบสภาคู่ก็ได้” รศ.ดร.ยุทธพรกล่าวทิ้งท้าย