‘คาเงะ’ ชวด ส.ว.รอบไฟนอล เผยข้างในมีประท้วงเบาๆ ‘ศิลปะปลดแอก’ เห็นสัญญาณ แต่ยังลุ้น หวังแก้ รธน.หยุดวังวน‘ดุลพินิจ’
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่อาคาร 4 ศูนย์การประชุมอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ระดับประเทศ ซึ่งมีผู้สมัครในบัญชีที่ผ่านการคัดเลือกในระดับจังหวัดรวม 3,000 คน ถูกตัดสิทธิ 5 คน เหลือ 2,995 คน ทั้งนี้ มีผู้มาใช้สิทธิ 2,989 คน โดยไม่มารายงานตัว 6 คนนั้น
บรรยากาศเวลา 14.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้สมัคร ส.ว.ที่ตกรอบแรก ในรอบเลือกกลุ่มเดียวกัน ทยอยเดินเท้าออกจากฮอลล์ โดยผู้สมัครที่ผ่านเข้ารอบนั่งรับประทานภายใน เพื่อรอจับฉลาก เลือกรอบไขว้สายในลำดับต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้สมัครในฝั่งประชาธิปไตย ที่ไม่ผ่านเข้าสู่รอบเลือกไขว้สาย อาทิ กลุ่มที่ 16 ศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา ได้แก่ น.ส.ภาวิณี สมรรคบุตร ฟอฟิ กลุ่มศิลปะปลดแอก FreeArts (กทม.), นายธีระวัฒน์ มุลวิไล ศิลปินรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี 2561 ผู้ร่วมก่อตั้งคณะละคร B-Floor Theatre (นนทบุรี), น.ส.ดุจดาว วัฒนปกรณ์ นักจิตบำบัดด้วยศิลปะการเคลื่อนไหว กลุ่มละครบี-ฟลอร์ เธียเตอร์ (กทม.) กลุ่มที่ 3 การศึกษา รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ (กทม.) เป็นต้น
นายธีระวัฒน์ หรือคาเงะ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนไม่ผ่านเข้ารอบ ตอนนี้ได้โทรศัพท์มือถือคืนแล้ว
เมื่อถามว่า บรรยากาศการเลือกข้างในเป็นอย่างไรบ้าง มีความผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่?
นายธีระวัฒน์เผยว่า ข้างในมีความวุ่นวายนิดหน่อย มีประท้วงเบาๆ เรื่องการวินิจฉัยการนับคะแนน แต่ทุกอย่างก็ผ่านมาได้

ด้าน น.ส.ภาวิณี จากกลุ่มศิลปะปลดแอก FreeArts ซึ่งผ่านเข้ารอบจังหวัด แต่ไม่ผ่านระดับประเทศ มีคนรัก คือ นายเอเลียร์ ฟอฟิและเพื่อนที่มาให้กำลังใจ เดินเข้ามาสวมกอด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า บรรยากาศข้างในเป็นอย่างไร มีความวุ่นวายหรือไม่? น.ส.ภาวิณีกล่าวว่า ไม่ได้วุ่นวายมาก อาจจะมีเสียงนับคะแนนที่ตีกันเล็กน้อย แต่ก็พอที่จะฟังออก พยายามช่วยกันฟัง
เมื่อถามว่ามีคนที่รู้จักผ่านเข้ารอบบ้างหรือไม่? น.ส.ภาวิณีเผยว่า รู้จักบ้าง ตอนช่วงที่มาสมัคร ส.ว.
“ไม่อยากจะบอกว่า พอเขาเข้าไป ก็ยังรู้สึกว่าเขาก็น่าจะเป็นความหวัง แต่ถ้าถามว่า เข้าไปเป็นจำนวนที่มากไหม ก็น้อยกว่าที่คิดเยอะมาก” น.ส.ภาวิณีระบุ
เมื่อถามว่า รู้สึกว่ามีกลุ่มที่จัดตั้งกันมาเพื่อเลือกกันเอง หรือบล็อกโหวตหรือไม่?
น.ส.ภาวิณีกล่าวว่า ยังตัดสินขนาดนั้นไม่ได้ ต้องให้คนที่ได้คะแนนสูงที่เป็นกลุ่มเดียวกันเป็นคนบอก แต่เราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ถ้าจะมีการรวมคะแนนกันมา แต่ถ้าถามว่ามีคะแนนโหวต NO ไหม ก็มี
เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตย ที่เป็นหนึ่งในความหวัง เข้ามาสู่รอบระดับประเทศ มีความเสียใจในความตั้งใจที่จะเข้าไปเป็น ส.ว.หรือไม่? น.ส.ภาวิณีถอนหายใจ ก่อนกล่าวว่า ไม่รู้ว่าจะใช้คำว่าอะไรดี มันไม่ได้เสียใจ จริงๆ ก็พอจะรู้ว่ามีหวังน้อย แต่ก็ขอลองดู คิดว่ามันก็คงต้องใช้เวลาอยู่ ด้วยจำนวนสัดส่วนของคนที่เข้ามาในรอบประเทศ
“จริงๆ แล้ว ก็พอจะดูได้ว่าเราก็คงไม่ใช่คนที่เขาจะเลือกหรอก เขาก็ไม่ได้อยากจะรู้ว่าเราจะเข้าไปทำอะไร หรือว่าเราเป็นใคร แค่เริ่มต้นบทสนทนาก็มีสัญญาณแล้วว่าอาจจะไม่ใช่พื้นที่ที่เรากำลังคุยกัน ว่าเรากำลังจะเข้าไปทำอะไร” น.ส.ภาวิณีชี้

เมื่อถามว่า ถ้าเข้าไปได้อยากเข้าไปแก้อะไรเป็นพิเศษ? น.ส.ภาวิณีกล่าวว่า อยากเข้าไปแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าถามว่าอยากจะให้มี ส.ว.อยู่ไหม อยากให้ไปถึงระดับไม่มีก็ดี แต่ถ้ามันยังจำเป็นต้องมี ก็ขอให้มาจากการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีเสียงความเห็นที่ว่า ควรจะทำเป็นเหมือนกับการเลือกตั้งทั่วไป ที่แบ่งเป็น 20 กลุ่ม โดยเลือกแบบ popular vote ส่วนตัวเห็นด้วยไหม? น.ส.ภาวิณีเผยว่า ส่วนตัวมองว่า ต้องเริ่มที่รัฐธรรมนูญ เพราะถ้าวันหนึ่งรัฐธรรมนูญมันยังเป็นฉบับนี้อยู่ ต่อให้เลือกตั้งไป ก็จะเกิดปัญหาอะไรหลายๆ อย่างอยู่ดี เพราะมันมีจุดที่ไม่ชัดเจน
เมื่อถามต่อไปว่า อยากบอกอะไรผู้สมัคร ส.ว.ที่ผ่านเข้าไปได้ อยากจะฝากความหวังเรื่องอะไร? น.ส.ภาวิณีกล่าวว่า จริงๆ มันไม่ใช่เรื่องของการอยู่ข้างไหน แต่ถ้าได้เข้าไปแล้ว อยากบอกว่ามันมีสิ่งที่ประชาชนรอไม่ได้อยู่
“เมื่อเขาได้เข้าไปอยู่ในจุดที่สามารถช่วยให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ เขาอยู่ตรงกลางที่จะสามารถทำให้ความขัดแย้งที่คุณเองก็พูดว่ามันมีการแบ่งนู่นนี่นั่น มันลดลงหรือหายไปได้ ด้วยการที่ทำให้มีกติการ่วมกัน ไม่ใช่การใช้ดุลพินิจของบุคคล” น.ส.ภาวิณีกล่าว


