ธรรมนัส กดปุ่มเปิดโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง หวังลดต้นทุนเกษตรกรอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ภายใต้มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 หรือ ปุ๋ยคนละครึ่ง โดยที่ผ่านมามีการหารือร่วมกับนายกสมาคมชาวนา ตัวแทนศูนย์ข่าวอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นเรื่องที่ต้องแลกเปลี่ยนกันอยู่ตลอด เป็นเหมือนเพื่อนกัน หากไม่ได้คุยกันแล้วจะรู้สึกประหลาด โครงการนี้จึงเกิดขึ้นจากการขบคิดร่วมกันมา ไม่ใช่ว่าเพิ่งทำ จึงมีโครงการนี้ขึ้น เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตข้าวให้ชาวนาและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567- 31 กรกฎาคม 2568 กรอบวงเงินงบประมาณโครงการ 29,980.1695 ล้านบาท
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า โครงการปุ๋ยคนละครึ่งจะสนับสนุนค่าปุ๋ยส่วนหนึ่งให้เกษตรกร โดยรัฐบาลช่วย 50% และชาวนาจ่ายอีก 50% ในการซื้อปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และชีวภัณฑ์ในราคาไม่เกินไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ (ไม่เกิน 10,000 บาทต่อครัวเรือน) เป้าหมายเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร 4.68 ล้านครัวเรือน ซึ่งเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถสั่งซื้อปุ๋ยและชีวภัณฑ์ได้จากแอพพลิเคชั่นที่กรมการข้าวและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พัฒนาร่วมกัน ส่วนผู้ประกอบกิจการผู้ค้าปุ๋ยมาเข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นการจำหน่ายในราคาปุ๋ยตามสูตรที่กำหนดต่ำกว่าท้องตลาดและจำหน่ายราคาเดียวกันหมด เพื่อแก้ปัญหาชาวนาซื้อปุ๋ยแพง โดยปุ๋ยที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นปุ๋ยที่ได้รับการขึ้นทะเบียน หรือมีหนังสือสำคัญรับแจ้งถูกต้องตามพระราชบัญญัติปุ๋ย ส่วนชีวภัณฑ์ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนถูกต้องตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ฤดูการเก็บเกี่ยวที่ผ่านมา ข้าวราคาดี พี่น้องชาวนาก็ยิ้มกันถ้วนหน้า รัฐบาลมองว่าหากอุดหนุนต่อเนื่องอีกไร่ละ 1,000 บาท ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่โครงการนี้กว่าจะต่อสู้ให้เกิดขึ้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเป็นโครงการที่ดีถึงจะออกมาได้ จึงมองว่าเมื่อข้าวราคาดีแล้ว ก็ควรจะมีมาตรการที่ทำให้เกิดความยั่งยืน จึงออกมาเป็นโครงการนี้ เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพราะได้ฟังเสียงจากเกษตรกรแล้ว ต้องการใช้ปุ๋ยที่ดีและราคาเข้าถึงได้ สิ่งสำคัญคือ สูตรปุ๋ยในตลาดมีเต็มไปหมด การจะนำเข้ามาร่วมในโครงการนี้ จะต้องมีการตรวจสอบคุณภาพของปุ๋ย ที่เหมาะสมกับดินในพื้นที่และพันธุ์ข้าว โดยผู้ประกอบการที่ต้องการขายปุ๋ยร่วมในโครงการจะต้องขายปุ๋ยในราคาที่เราควบคุมได้ ไม่ใช่ขายในราคาแพงแล้วมาเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง แบบนั้นจะไม่ช่วยให้เกิดความยั่งยืน และหลุดพ้นจากห่วงโซ่แห่งการเอารัดเอาเปรียบกัน
ทั้งนี้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสามารถขอใช้สิทธิตามระบบข้อมูลโครงการปุ๋ยและชีวภัณฑ์คนละครึ่ง ผ่านแอพพลิเคชั่นของธ.ก.ส. ส่วนการจ่ายเงินสมทบค่าปุ๋ยและชีวภัณฑ์ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เกษตรกรต้องชำระเงินสมทบค่าปุ๋ยและชีวภัณฑ์ตามที่แจ้งความประสงค์ ขณะที่ธ.ก.ส. โอนจ่ายเงินค่าปุ๋ยและชีวภัณฑ์ให้ตามรายงานที่สหกรณ์การเกษตรจ่ายปุ๋ยและชีวภัณฑ์ให้เกษตรกร
“พี่น้องเกษตรกรในภาคอื่นๆ ที่ไม่ใช่ชาวนา จะคิดโครงการดีๆ มาช่วยลดต้นทุนให้ด้วย อาทิ ปศุสัตว์ ประมง พืชไร่ พืชสวนประเภทต่างๆ โดยฝากถึงพี่น้องเกษตรกรคนไทย เรามีหลายสิ่งหลายอย่างที่กำลังขับเคลื่อนเพื่อพี่น้องคนไทย อาทิ แผนในการส่งโค แพะ แกะ ออกไปยังซาอุดิอาระเบีย การเแปรรูปเป็นอาหารฮาลาลไปตะวันออกกลาง การเปิดตลาดจีน ที่จะเดินทางไปในสัปดาห์หน้า สิ่งเหล่านี้ต้องการใช้ตลาดนำ นวัตกรรมเข้าเสริมของจริง เพื่อเพิ่มรายได้ให้พี่น้องเกษตรกรทั้งแผ่นดิน ภายใต้การนำของผมและผู้บริหารครอบครัวกระทรวงเกษตร ผู้แทนภาคเอกชนทุกภาคส่วน เดินหน้าไปด้วยกัน เพื่อสร้างความมั่นคงอย่างมั่งคั่งยั่งยืนในยุคใหม่” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

