หน้าแรก การเมือง เปิดคำร้อง เล...

เปิดคำร้อง เลือกส.ว.พุ่ง 614 เรื่อง มีแจกเงิน โพยฮั้ว บล็อกโหวต ยันใกล้ชิดพรรคใหญ่

27.06.24 | 17:26 น.

กกต.เผย ยอดร้องเรียนเลือกสว.พุ่ง 614 เรื่อง ทั้งคุณสมบัติ-ทุจริตแจกเงิน ยันตรวจสอบ กลุ่มสว.ใกล้ชิดพรรคใหญ่ โพยฮั้ว – บล็อกโหวต

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน 2567 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงภาพรวมการยื่นร้องคัดค้านการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่า ขณะนี้มีคำร้องทั้งหมด 614 เรื่อง จำแนกเป็นเรื่องการร้องเรียนคุณสมบัติให้ลบชื่อ 400 กว่าเรื่อง คิดเป็น 65 เปอร์เซ็นต์ ความไม่สุจริต ให้เงิน ให้ทรัพย์สินตามมาตรา 77 พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. 14% ส่วนอีก 4% เป็นการร้องเรื่องการทุจริต ให้ลงคะแนน จ้างสมัคร เรียกรับ ให้ เพื่อลงคะแนน รวมถึงการนับคะแนน เจ้าหน้าที่ขานคะแนน ซึ่งจำนวนทั้งหมดนี้ เป็นการร้องให้ลบชื่อออกในการเลือกระดับอำเภอมากที่สุด มีการยื่นเรื่องไปที่ศาลฎีกา และศาลมีคำวินิจฉัย โดยสิ่งที่ กกต.จะต้องดำเนินการต่อคือการระงับสิทธิสมัครชั่วคราว (ใบส้ม) ส่วนการร้องระดับจังหวัดมี 175 เรื่อง ระดับประเทศยังไม่มี

ผู้สื่อข่าวถามว่า การตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่ได้รับเลือกเป็น ส.ว.เป็นคนของพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง นายแสวงกล่าวว่า คำร้องเดิมมีลักษณะแบบนี้อยู่แล้ว แต่ต้องดูว่าเข้าองค์ประกอบผิดกฎหมายหรือไม่ กกต.พยายามเอากฎหมายมาปรับใช้ เพื่อให้การเลือกสุจริตเที่ยงธรรม แต่กรณีที่บอกว่ามีโพย มี บล็อกโหวต ก็ไม่มีใครกล้าพูดคำว่าผิดกฎหมายสักคน มีแต่คนพูดว่า “เป็นข้อสังเกต” นอกจากเราจะไปสืบว่าการไปเป็นกลุ่มเป็นก้อน ลงคะแนนให้กันมีการให้เงิน มีการให้ประโยชน์ มีการจัดเลี้ยงหรือไม่ ซึ่งกำลังหาพยานหลักฐานตรงนี้มาสนับสนุน หากเป็นเช่นนี้ผิดกฎหมายแน่นอน ทั้งนี้ การฮั้วกรณีการไปเจอกันที่โรงแรม จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี หรืออยู่เมืองทองจริงๆ มาก่อน 3-4 วัน ไม่ถือว่าผิด แต่ว่าถ้าเกิดทำเกินนั้นเช่นมีคนจัดเลี้ยงมีการให้เงิน ให้ค่าที่พักเราต้องหาส่วนนี้

เมื่อถามว่า ผู้สมัครบางรายเขียนหมายเลขเหมือนกันทั้ง 3 ใบ เป็นการบล็อกโหวตหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า เป็นสมมุติฐานว่าเป็นการให้ประโยชน์ลงคะแนนแบบนี้หรือไม่ ไม่ว่าศูนย์คะแนนหรือคะแนนเดียวกัน กกต.ต้องไปสืบเสาะหาข้อเท็จจริง ยกตัวอย่างย้อนไปในการเลือก ส.ว.ปี 2562 ที่มีการแลกคะแนนหรือขอคะแนนกัน ซึ่งก็เป็นความผิด แต่ในปัจจุบันไม่ผิด

เมื่อถามว่า มีการรายงานว่ามีการเข้าไปเจรจาในห้องน้ำ นายแสวงกล่าวว่า ที่จริงตนก็เข้าห้องน้ำชายหลายรอบ และมีคนของ กกต.อยู่ในนั้น ก็พบเหตุการณ์ว่ามีการเจรจาแต่ว่าจับยาก การท่องหมายเลขต่างๆ หากจะทำจริงเขาบอกได้ว่าทำการบ้านมา หรือตัดสินใจมาจากข้างนอก หรือจากที่ไหนก็ไม่ทราบ เพราะเราไม่อนุญาตให้เอาเอกสารอะไรเข้าไปในห้องเลือก ให้ใช้เอกสารใหม่ที่ กกต.แจกให้เท่านั้น ส่วนการพูดคุยเจาะจงว่าให้มีการเลือกหมายเลขนั้น หมายเลขนี้ นั้นก็ต้องดูด้วยว่า มีการให้เงินกันหรือไม่ เพราะถ้าเป็นไปตามระเบียบเดิม จะห้ามขอคะแนน แลกคะแนนกัน แต่เมื่อศาลตัดสินให้การแนะนำตัวสามารถทำได้ ดังนั้น การที่ผู้สมัครพูดคุยกันเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ตราบใดที่ไม่มีการจ่ายเงิน ซึ่งคิดว่าไม่มีใครกล้าจ่ายเงินในนั้น อย่างไรก็ตามก็อยู่ที่การสืบสวนสอบสวน ยกตัวอย่าง กลุ่มคนที่ได้คะแนนใกล้ๆ กัน ก็อาจจะไปดูต้นทางการเงิน แต่ในห้องน้ำไม่มีการจ่ายเงินเพราะว่าเราดูแลดี

Advertisement

เมื่อถามว่า มีผู้สมัครโวยวายว่าขีดคะแนนได้ 13 คะแนน แต่พอรวมคะแนนกลับได้เพียง 12 คะแนน แล้วคะแนนหายไป นายแสวงกล่าวว่า การเลือก ส.ว.ประเทศ เพราะทุกคะแนนสำคัญมากเพราะเป็นการเลือกครั้งสุดท้ายแล้ว ดังนั้นของเราอ่านช้า ชัด โปร่งใส และมีท่าทีที่เป็นมิตรแต่เด็ดขาด อีกทั้งยังมีกล้องวงจรปิด 4 ตัวเพื่อดูพฤติกรรมคนในแต่ละกลุ่ม ซึ่งในระดับอำเภอ ระดับจังหวัดศาลก็ใช้กล้องนี้มาตัดสินว่ามีการท้วงติง หรือไม่มีการทำถูกต้องหรือไม่ ส่วนกรณีเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ผู้สมัครนับและขีดคะแนนเอง แต่ในกระดานไม่ใช่ มันเหมือนคนตกลงกันมา ได้ 3 คะแนน แต่พอผลออกมาได้ 2 ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเพื่อนที่เข้าคูหาแล้วเขียนเลขให้หรือไม่ ซึ่งมีกล้องชัด ซึ่งถือเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ กับความรู้สึกของคน เหมือนที่มีคนเข้าห้องน้ำแล้วพูดว่า “ผมถูกหักหลัง” มันก็เป็นลักษณะเดียวกัน

เมื่อถามว่า หากจะมีการจัดเลือก ส.ว.ครั้งต่อไป จะใช้เวลานานเช่นนี้หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า ถ้ายังใช้ระบบนี้อยู่ อย่างน้อยต้องดีขึ้น ใช้เวลาแน่นอน แต่ กกต.อาจจะรับมือยากขึ้นก็ได้ เช่นการเลือกตั้งเมื่อปี 2544 โดยใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นครั้งแรก ทำอะไรก็ง่ายเพราะคนยังไม่ไหวตัว แต่พอการเมืองไหวตัวจะยากทันที จะมีการเตรียมการเพราะรู้ว่าเกมจะเดินไปเช่นนี้ แต่ กกต.ต้องรับมือให้ได้ และเชื่อว่าการบริหารจัดการจะดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งตอนนั้นคงไม่ใช่ตนที่จะมารับผิดชอบแล้ว

เมื่อถามอีกว่า ว่าที่ ส.ว.บางรายมีคุณสมบัติไม่ตรงกลุ่มอาชีพ แต่ได้รับเลือกเป็น ส.ว.นั้น กกต.จะมีการตรวจสอบอย่างไร นายแสวงกล่าวว่า เดิมตามกฎหมายอาชีพจะต้องมีองค์กรรับรอง แต่เมื่อไปดูรัฐธรรมนูญไม่ต้องมีองค์กรรับรองเพราะไม่อยากให้มีเจ้าพ่อมาอีกคนหนึ่งเพื่อมากันมากรองคนเข้ามา ให้ผ่านกลุ่มวิชาชีพนั้น องค์กรนั้น แต่อยากให้ประชาชนเดินเข้ามาสมัครโดยมีผู้รับรองไม่ต้องจบปริญญาตรี ความรู้คือความรู้จริงๆ มาจากอาชีพจัดการทำงาน ไม่ใช่ปริญญา ให้ทุกคนสามารถเข้ามาสมัคร และกฎหมายก็ออกแบบมาครอบคลุม 20 กลุ่มอาชีพ โดยเริ่มตั้งแต่ระดับอำเภอ เพื่อเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย แล้วให้ตัวเองเป็นผู้ถูกเลือก และผู้มีสิทธิได้รับเลือกด้วย อย่างไรก็ตาม กฎหมายไม่สามารถไปดูพฤติกรรมคนได้ทุกอย่าง ซึ่งจนถึงตอนนี้มีคนร้องเข้ามาเยอะที่สุดคือเรื่องคุณสมบัติ ทั้งนี้ กฎหมายได้ให้สิทธิเขา ยกตัวอย่างอาชีพทำนา ทำนาเกลือบางคนทำนาเกลือ มาอยู่กลุ่มอาชีพทำนา แต่ถ้าไปดูตามกฎหมายมันให้สิทธิเขา

เมื่อถามว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหยิบย่อย นายแสวงกล่าวว่า เกินกำลังคนตัวเล็กๆ อย่างตน เป็นเรื่องของคนไทยทุกคน เพราะสภาออกแบบมาเช่นนี้ กกต.ก็มีหน้าที่ทำ เพียงแต่ต้องทำให้ดีที่สุด ขณะนี้คนได้เห็นหน้าตา ส.ว.ชุดใหม่แล้ว บางคนบอกให้ลองไปก่อน หรือถ้าทำผิดก็สอบอยู่แล้ว แต่บอกว่าได้ตามที่รัฐธรรมนูญออกแบบไว้หรือไม่ ซึ่งรัฐธรรมนูญออกแบบไว้สวยแน่นอน แต่เมื่อใช้แล้ว กกต.ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ แต่จนถึงวันนี้ก็กำลังจะส่งรายชื่อแล้ว ส่วนข้อวิจารณ์ต่อหน้าตา ส.ว.ชุดใหม่ที่สังคมมอง ขอไม่ออกความเห็น เพราะตนจะเดือดร้อน