ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร นักเคลื่อนไหวเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก หัวข้อ ไม่เรียกว่า ‘ทรราช’ แล้วจะให้เรียกว่าอย่างไร วิจารณ์การดำเนินการของรัฐบาลกรณีโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยระบุว่า
ข้าจะเอาให้ได้ เพราะเดิมพันข้าสูง ข้าซื้อเหมืองไว้แล้วช่วงที่คนอื่นเขาไว้อาลัยกันอยู่ ราคาหุ้นขึ้นมาตั้ง 3 เท่าตัวก่อนข้าซื้อ ถ้าไม่ได้ทำแล้วใครจะซื้อสินค้า หุ้นดิ่งแน่ แล้วไหนจะค่าคอม อภิมหาโปรเจ็กต์ขนาดหลายแสนบาทแบบนี้ มีค่าคอมตั้งเท่าไหร่
ทั้งที่เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม ชีวิตและสุขภาพประชาชน เศรษฐกิจท้องถิ่น แต่ไปขู่จะจับประชาชน 3,500 คน ที่ในวันที่ 13 ได้ออกมาแสดงพลังต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน หากมีเคลื่อนไหวต่อที่ กทม.ตามที่เขาได้ประกาศไว้
ทั้งนี้ ในการขู่ ก็ได้บิดเบือนเอา ว่าผู้คัดค้านอ้าง ‘ประชาธิปไตย’ จะให้เป็นเรื่องการเมือง ทั้งที่ไม่ได้มีใครพูดถึง แต่สิ่งที่เขาพูดถึงคือความเดือดร้อนของเขา ที่จะเกิดจากโครงการนี้ บิดเบือนเอาว่า ผู้คัดค้านไม่เอาโรงไฟฟ้า ให้ดูไม่มีเหตุมีผล ทั้งที่สิ่งที่เขาไม่เอาคือถ่านหิน
บิดเบือนเอาว่า ไฟไม่พอ ทั้งที่กำลังการผลิตเกินการใช้สูงสุดไปถึง 41% โดยมาตรฐานสากล (International Norm) คือ 15%
วันรุ่งขึ้น มีจดหมายทางราชการ ซึ่งได้มีการตรวจสอบถึงต้นตอแล้วว่าเป็นของจริง อ้างอิงคำสั่งนายกฯ สั่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ระดมมวลชนออกมาสนับสนุน รฟฟ (ถ่านหิน-แต่ในจดหมายไม่บอกประเภท รฟฟ) หมู่บ้านละ 20 คน รวมทุกอำเภอในกระบี่ 388 หมู่บ้าน ก็จะได้มากเกิน 7,000 คน ประมาณ 2 เท่าของผู้ที่ได้ออกมาคัดค้าน เพื่อที่จะเอาไปอ้างกันเมื่อประชุมพิจารณาตัดสินในวันที่ 17 นี้ ตามที่ได้ปักธงกันไว้แล้ว
สรุปได้ว่าม็อบสนับสนุนถ่านหิน ก็คือม็อบจัดตั้งโดยรัฐบาลนั้นเอง ซึ่งก็อธิบายได้ดีว่าทำไมถึงมีขึ้นมาได้ เพราะจะมีมนุษย์ที่ไหนเดือดร้อนเพราะจะไม่ได้สูดดมสารพิษสารกัมมันตรังสีจากฝุ่นถ่านหิน ถึงขั้นออกมาชูป้าย หากยังมีสติสมบูรณ์ก็ย่อมไม่มีโดยธรรมชาติ
โสโครกสิ้นดีกับพฤติกรรมเหล่านี้ ซึ่งแสดงตนเองเป็นทรราช ‘ผู้ปกครองบ้านเมืองที่ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ทำความเดือดร้อนทารุณให้แก่ผู้อยู่ใต้การปกครองของตน’ เป็นศัตรูของประชาชนอย่างชัดเจน โดยนอกเหนือจากความเลวร้ายของโครงการแล้ว เป็นสร้างความแตกแยกให้ชาวกระบี่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
แล้วยังจะลากข้าราชการซึ่งมีหน้าที่รับใช้ประชาชน ไปทำงานตามความประสงค์ส่วนตัวอีกตามเคย ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะกระทำอยู่เป็นนิจ ไม่ทราบว่าคิดว่าตระกูลตนเองเป็นราชวงศ์ใหม่หรือไร ใช้เครื่องบินและน้ำมันหลวงเฉียดล้านไปเปิดฝาย 7 พันบาท ซึ่งพังภายใน 1 สัปดาห์ตามสไตล์สติปัญญาของพวกตน ถามหน่อยสิ บริษัทของหลานชายคุณไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีอะไรเลย ไปก่อสร้างอะไรได้อย่างไร เกณฑ์ข้าราชการ กองทัพ เอาอุปกรณ์ของรัฐไปทำหรือ หรือว่าแค่กินหัวคิวจากงบของกองทัพ
เงินจากเกาะลึกลับที่โอนเข้าบัญชี 600 ล้าน ไม่ต้องอธิบายใช่ไหม ไม่ต้องอธิบายหรอก ก็มันเห็นอยู่แล้วจะต้องอธิบายทำไม นอกจากจะเห็นมีการต่อสัญญาโดยไม่มีการประมูล ซึ่งได้ให้ประโยชน์โดยประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้เกี่ยวของนับหมื่นล้านไปแล้ว ยังเห็นเขามาเขียนนโยบายขับเคลื่อนประเทศโดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง ซึ่งก็เห็นคุณเดินตามต้อยๆ โปรโมตให้ จึงไม่ต้องมาอธิบายหรอก
มันไม่ใช่แค่โกงนะทุกวันนี้ แต่ยังจะเบียดเบียนสร้างความเดือดร้อนในการทำมาหากินของประชาชนทั่วสารทิศ ทำลายแผ่นดินเกิดของปู่ ย่า ตา ยาย ตัวเอง ถ่านหิน ระเบิดแม่น้ำ เหมืองแร่ต่างๆ ยึดที่ดินเกษตรกรไปประเคนให้ต่างชาติ โดยไม่แม้แต่จะคิดจัดสรรอะไรให้เขาเลย
ผมก็ไม่ได้มองคุณเป็นทหารหรอก ทหารคือนักรบ หมายความว่าต้องรบเป็น ไม่ใช่ไปปล่อยให้เสียดินแดนให้เขารุกเข้ามาเรื่อยเรื่อยแบบพวกคุณ ทั้งที่มียุทโธปกรณ์เหนือกว่าทุกทาง แต่ผมจะยกประโยคของทหารท่านหนึ่ง นโปเลียน โบนาปาร์ต ซึ่งเป็นที่กล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในนักรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ให้คุณนำไปพิจารณา ‘ ในโลกนี้มีพลังสองอย่าง คือดาบและจิตวิญญาณ ในระยะยาวดาบจะพ่ายแพ้ต่อจิตวิญญาณเสมอ’ คุณจงไปพิจารณาให้ดี
วันที่ 17 นี้ เราจะไปเยี่ยมเยียนคุณ เข้าใจให้ถูกว่าเรายังไม่ได้ไปไล่คุณ เพียงแต่สิ่งที่คุณจะกระทำนั้นยอมไม่ได้แล้วจริงๆ ผมยังไม่อยากไล่คุณหรอก ผมอยากให้คุณอยู่จนมันพังโดยสมบูรณ์ใส่คุณ เมื่อถึงวันนั้นประชาชนคงเลิกทะเลาะกันเองและสามัคคีกันเพื่อที่จะขับไล่คุณ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการเพียงแต่ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา เมื่อถึงเวลาคุณก็ต้องรับกรรมของคุณอย่างสาสม ถ้าโชคดีหน่อยคุณอาจได้หนีไปอยู่ในทะเลทรายกับสหายหน้าเหลี่ยมของคุณที่ไว้ใจคุณมาก จงจำไว้ให้ดี พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา

