ผู้สมัคร ส.ว.ตกรอบ-บัญชีสำรอง แห่ร้อง กกต. สอบชุดโพยตัวเลขมหัศจรรย์ สงสัยข้อมูล ส.ว. 3 โฆษณาเกินจริงหรือไม่ ไล่ไปเปิดวงจรปิดดูจะเจอแก๊งชุดเหลือง มีหัวหน้าไกด์ทัวร์ แต่งตัวผิดธรรมชาติ เหน็บ ‘แสวง’ พูดว่ารู้แต่จับ ‘คนทุจริต’ ไม่ได้ ลั่นต้องจัดการ จะสีส้ม-แดง-น้ำเงิน ถ้าสาวว่าผิดก็ต้องยุบ ด้านกลุ่มสตรีงง! ว่าที่ ส.ว.ไม่เคยแนะนำตัวแต่เข้ารอบเฉย
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลุ่มผู้สมัคร ส.ว. นำโดย นายสุรชัย พรจินดาโชติ ผู้สมัคร ส.ว.กลุ่ม 19 พร้อมด้วยผู้สมัครบางส่วน ยื่นคำร้องต่อ กกต.เพื่อตรวจสอบกระบวนการเลือก ส.ว.ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยนายสุรชัยกล่าวว่า อยู่ในบัญชีสำรองของการเลือกครั้งนี้ อยากให้ กกต.ตรวจสอบ 3 มีความผิดปกติ ประเด็นแรก ผู้สมัครบางกลุ่มลงคะแนนเหมือนกัน ซีรีส์เดียวกัน ภายในกลุ่มตนพบว่ามีประมาณกว่า 20 คน ซึ่งตนคิดว่ามีแค่สองคนก็ประหลาดแล้ว โดยตัวเลขที่ลง เช่น 3, 22 ,122, 5 ขอเรียกว่าเป็นตัวเลขมหัศจรรย์
ประเด็นที่ 2 พบว่า ผู้สมัคร ส.ว.บางส่วนมีการแต่งกายคล้ายกัน เช่น ใส่เสื้อสีเหลืองเป็นกลุ่ม คลุมด้วยแจ๊กเก็ตสีดำ พฤติกรรมบางอย่างมีข้อผิดสังเกต ไม่เหมือนพวกตนที่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังพบคนที่เป็นหัวหน้าทีม แต่ไม่แต่งกายในชุดเดียวกัน ลักษณะคล้ายไกด์ทัวร์ ขอแนะนำให้ กกต.ไปเปิดวิดีโอวงจรปิดดู
และ ประเด็นที่ 3 อยากให้ตรวจสอบข้อมูลคุณสมบัติที่กรอกไว้ในเอกสาร ส.ว.3 ว่าจริงหรือเท็จ โดยเฉพาะข้อมูลประวัติการศึกษา และประวัติการทำงานที่เกี่ยวข้องในกลุ่มตัวเอง ซึ่งจากที่ตนเห็น กกต.น่าจะตรวจสอบไม่ละเอียด
“การเขียนข้อมูลลงในเอกสาร ส.ว.3 ก็เหมือนเป็นการโฆษณาตัวเองเพื่อให้คนเข้ามาเลือก ซึ่งจะมีผลในการลงคะแนน ถ้าเขาเขียนอะไรที่โฆษณาเกินจริง หรือไม่ใช่ข้อเท็จจริง แล้วทำให้คนอื่นตัดสินใจเลือก ก็จะมีผลต่อผู้สมัครรายอื่น โดยการกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จมีผลทางกฎหมาย จึงอยากให้ กกต.ตรวจสอบ” นายสุรชัยกล่าว
นายสุรชัยกล่าวว่า ยังมีพวกตนบางส่วนที่แยกกันไปศาลฎีกาเพื่อยื่นคำร้องในลักษณะดังกล่าวเช่นกัน ส่วนคุณสมบัติของว่าที่ ส.ว. 200 คนนี้ ขอไม่ให้ความเห็น เพราะถือว่าผ่านกระบวนการของ กกต.ไปแล้ว
ขณะที่ นายสหรัฐ มาลาศรี ผู้สมัคร ส.ว.ที่ตกรอบ กล่าวว่า ที่ กกต.บอกว่ามีสายสืบอันนี้ท่านได้ไปทำงานหรือไม่ โดยเฉพาะ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ขอให้ท่านทำงานสมกับที่เป็น กกต. คุ้มภาษีประชาชน
“คุณบอกว่าคุณรู้ แต่คุณไม่สามารถจับคนทุจริตได้ ถือว่าคุณไม่ทำงาน การมายื่นครั้งนี้ไม่ถึงขนาดที่อยากให้การเลือกเป็นโมฆะ แต่อยากให้ตรวจสอบคนที่บล็อกโหวต หรือจัดตั้ง คุณต้องไปจัดการ ไม่ใช่มาบอกว่าไม่มีหลักฐาน ทำอะไรไม่ได้ อย่างนั้นแสดงว่าคุณไม่ทำงาน” นายสหรัฐกล่าว
นายสหรัฐกล่าวอีกว่า คนที่ได้ศูนย์คะแนนโดยที่ไม่กาตัวเอง เฉพาะกลุ่มตนมีประมาณกว่า 10 คน และได้ 1 คะแนนมีประมาณกว่า 10 คน อยากให้ กกต.ไปดูตรงนี้ว่าสามารถทำอะไรกับเขาได้บ้างหรือไม่
เมื่อถามว่า จะเอาผิดกับพรรคการเมืองด้วยหรือไม่ นายสหรัฐกล่าวว่า ถ้าสอบสวนถึงก็ต้องเอาผิดแน่นอน
“จะยุบก็ต้องยุบ ไม่ว่าจะเป็นพรรคสีน้ำเงิน สีส้ม หรือสีแดง ก็ต้องจัดการ” นายสหรัฐกล่าว
ด้าน นายพัลลภ แก้วใหม่ ผู้สมัคร ส.ว.กลุ่ม 6 กล่าวว่า อยากเรียกร้องไปถึงระบบภาพ เสียง และการขานชื่อ เนื่องจากคะแนนของตนหายเข้าไปในกลีบเมฆ ทักท้วงไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ขอให้นับใหม่แต่ กกต.ก็ไม่ยอม ทำให้มองว่าเป็นการเสียสิทธิไม่ได้เข้าไปสู่รอบไขว้ ไม่ได้รับความเป็นธรรม
“ผมมาจากชนบท มาด้วยใจจริงใจเกินร้อย ผมอยู่กลุ่ม 6 ทำสวนจริง มีสวนยางพารา ป่าไม้ก็มี มีสระเลี้ยงปลาอยู่หลังบ้าน ซึ่งเป็นประวัติของผมที่ กกต.ได้รับ ตัวจริง 100%” นายพัลลภกล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มสตรีที่รวมตัวกันเดินทางมาร้องภายหลังด้วย เพื่อให้ตรวจสอบกระบวนการเลือกใหม่ เนื่องจากพบว่าก่อนถึงวันเลือกระดับประเทศ ปกติผู้สมัครจะตั้งกลุ่มไลน์เพื่อแนะนำตัวให้เป็นที่รู้จัก แต่คนที่ได้รับเลือกกลับไม่ได้มีการแนะนำตัว พอถึงวันจริงก็มานั่งนิ่ง แล้วลงคะแนนในลักษณะเดียวกัน

