09.00 INDEX สมรภูมิ นายกอบจ.ปทุมธานี พื้นที่ชิงชัย สีแดง VS น้ำเงิน
จากพื้นที่ ”การเลือก” 200 สมาชิกวุฒิสภา ”ใหม่” การประลองยุทธอันแหลมคมยิ่งในทางการเมืองอยู่ที่พื้นที่ ”การเลือกตั้ง” นายกอบจ.ปทุมธานี
คล้ายกับเป็นการปะทะระหว่าง เบอร์ 1 นายชาญ พวงเพ็ชร กับ เบอร์ 3 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง
แต่หากประเมินผ่านการปรากฏเงาร่างของ นายทักษิณ ชินวัตร การปรากฏเงาร่างของ นายพานทองแท้ ชินวัตร การปรากฏเงาร่างของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร
เด่นชัดอย่างยิ่งว่า นายชาญ พวงเพ็ชร ก็ดี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ก็ดี ดำรงอยู่เสมือนกับเป็น ”ตัวแทน” สะท้อนการ ปะทะในลักษณะอันเป็น ”ช้างชนช้าง” ในทางการเมือง
เนื่องจากที่ทอดทะมื่นอยู่ข้างหลัง นายชาญ พวงเพ็ชร เป็นพรรคเพื่อไทย ทั้งยังเป็นพรรคเพื่อไทยที่แทบยกคน ”บ้านจันทร์ส่องหล้า” มาช่วยหาเสียงอย่างเต็มพิกัด
ขณะเดียวกัน ที่ทอดอยู่เรียงเคียงข้าง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง จะเห็นได้จากการสวมเสื้อ ”สีน้ำเงิน” อย่างเต็มภาคภูมิ หากบนปกเสื้อก็มี ”สีส้ม” สอดแซมอย่างเงียบเงียบ
สัมผัสได้ทั้ง ”ความเหมือน” และ ”ความต่าง” เชิงเปรียบเทียบ
ต่างตรงในการสัประยุทธ์เพื่อชิงพื้นที่ 200 สมาชิกวุฒิสภา ”ใหม่” ในกรณีของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ด้านของ ”สีแดง” ไม่สำแดงออกอย่างชนิดเต็มร้อย
เปิดโอกาสให้ด้านของ ”สีน้ำเงิน” สำแดงออกอย่างผาดโผนดุจดั่งแบ่งพื้นที่กันเข้าไปยึดครอง
ขณะที่กล่าวสำหรับพื้นที่การแย่งชิงตำแหน่งนายกอบจ.ปทุมธานีด้านของ ”สีน้ำเงิน” ไม่ประกาศตัวออกนำหน้าเมื่อเห็นท่า ทีที่เปิดเผยอย่างยิ่งจากด้านของ ”สีแดง”
กระนั้น เมื่อติดตามแต่ละร่องรอยการเคลื่อนไหวอย่างกระชับรัดกุมก็จะมองเห็นบทบาทในด้าน ”สีน้ำเงิน” รวมถึงการขับเคลื่อนอย่างเป็นส่วนตัวของส.ส.ในด้าน ”สีส้ม” ในลักษณะเอียงเอนไปทาง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง
เมื่ออ่านภาษากายประสานคำประกาศจาก ”บ้านจันทร์ส่องหล้า” ก็ชัดเจนอย่างยิ่งว่าเกมนี้พรรคเพื่อไทยแพ้ไม่ได้เด็ดขาด
ในที่สุดแล้ว ไม่ว่าชัยชนะจะเป็นของ นายชาญ พวงเพ็ชร ไม่ว่าชัยชนะจะเป็นของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง
ก็พิสูจน์จังหวะก้าวการเมือง พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย
ในสนามการแข่งขันทางการเมือง แม้พรรคภูมิใจไทย จะร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย แต่เมื่ออยู่ในจุดที่แน่นอน หนึ่งในทางการเมืองก็จำเป็นต้องใช้ชัยชนะเป็นเครื่องมือชี้ขาด
ปัจจัยนี้จะยิ่งทำให้การสัประยุทธ์ชิงชัยระหว่าง ”สีน้ำเงิน” กับ ”สีแดง” มีความแหลมคม เข้มข้น แม้ยังไม่ถึงขั้นแตกหักก็ตาม
เพียงแต่ ”สมรภูมิ” นี้พรรคเพื่อไทย ”แพ้ไม่ได้” เท่านั้น

