09.00 INDEX ​​​สมรภูมิ นายกอบจ.ปทุมธานี พื้นที่ชิงชัย สีแดง VS น้ำเงิน

29.06.24 | 08:44 น.

09.00 INDEX ​​​สมรภูมิ นายกอบจ.ปทุมธานี พื้นที่ชิงชัย สีแดง VS น้ำเงิน

จากพื้นที่ ”การเลือก” 200 สมาชิกวุฒิสภา ”ใหม่” การประลองยุทธอันแหลมคมยิ่งในทางการเมืองอยู่ที่พื้นที่ ”การเลือกตั้ง” นายกอบจ.ปทุมธานี

​คล้ายกับเป็นการปะทะระหว่าง เบอร์ 1 นายชาญ พวงเพ็ชร กับ เบอร์ 3 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง

แต่หากประเมินผ่านการปรากฏเงาร่างของ นายทักษิณ ชินวัตร การปรากฏเงาร่างของ นายพานทองแท้ ชินวัตร การปรากฏเงาร่างของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร

​เด่นชัดอย่างยิ่งว่า นายชาญ พวงเพ็ชร ก็ดี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ก็ดี ดำรงอยู่เสมือนกับเป็น ”ตัวแทน” สะท้อนการ ปะทะในลักษณะอันเป็น ”ช้างชนช้าง” ในทางการเมือง

Advertisement

เนื่องจากที่ทอดทะมื่นอยู่ข้างหลัง นายชาญ พวงเพ็ชร เป็นพรรคเพื่อไทย ทั้งยังเป็นพรรคเพื่อไทยที่แทบยกคน ”บ้านจันทร์ส่องหล้า” มาช่วยหาเสียงอย่างเต็มพิกัด

​ขณะเดียวกัน ที่ทอดอยู่เรียงเคียงข้าง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง จะเห็นได้จากการสวมเสื้อ ”สีน้ำเงิน” อย่างเต็มภาคภูมิ หากบนปกเสื้อก็มี ”สีส้ม” สอดแซมอย่างเงียบเงียบ

สัมผัสได้ทั้ง ”ความเหมือน” และ ”ความต่าง” เชิงเปรียบเทียบ

ต่างตรงในการสัประยุทธ์เพื่อชิงพื้นที่ 200 สมาชิกวุฒิสภา ”ใหม่” ในกรณีของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ด้านของ ”สีแดง” ไม่สำแดงออกอย่างชนิดเต็มร้อย

เปิดโอกาสให้ด้านของ ”สีน้ำเงิน” สำแดงออกอย่างผาดโผนดุจดั่งแบ่งพื้นที่กันเข้าไปยึดครอง

ขณะที่กล่าวสำหรับพื้นที่การแย่งชิงตำแหน่งนายกอบจ.ปทุมธานีด้านของ ”สีน้ำเงิน” ไม่ประกาศตัวออกนำหน้าเมื่อเห็นท่า ทีที่เปิดเผยอย่างยิ่งจากด้านของ ”สีแดง”

​กระนั้น เมื่อติดตามแต่ละร่องรอยการเคลื่อนไหวอย่างกระชับรัดกุมก็จะมองเห็นบทบาทในด้าน ”สีน้ำเงิน” รวมถึงการขับเคลื่อนอย่างเป็นส่วนตัวของส.ส.ในด้าน ”สีส้ม” ในลักษณะเอียงเอนไปทาง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง

​เมื่ออ่านภาษากายประสานคำประกาศจาก ”บ้านจันทร์ส่องหล้า” ก็ชัดเจนอย่างยิ่งว่าเกมนี้พรรคเพื่อไทยแพ้ไม่ได้เด็ดขาด

ในที่สุดแล้ว ไม่ว่าชัยชนะจะเป็นของ นายชาญ พวงเพ็ชร ไม่ว่าชัยชนะจะเป็นของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง

ก็พิสูจน์จังหวะก้าวการเมือง พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย

​ในสนามการแข่งขันทางการเมือง แม้พรรคภูมิใจไทย จะร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย แต่เมื่ออยู่ในจุดที่แน่นอน หนึ่งในทางการเมืองก็จำเป็นต้องใช้ชัยชนะเป็นเครื่องมือชี้ขาด

​ปัจจัยนี้จะยิ่งทำให้การสัประยุทธ์ชิงชัยระหว่าง ”สีน้ำเงิน” กับ ”สีแดง” มีความแหลมคม เข้มข้น แม้ยังไม่ถึงขั้นแตกหักก็ตาม

​เพียงแต่ ”สมรภูมิ” นี้พรรคเพื่อไทย ”แพ้ไม่ได้” เท่านั้น