เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ในคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) ว่า ยังไม่แน่ใจในรูปแบบของการเข้าพบ ป.ย.ป.ที่ได้เชิญตัวแทนพรรคการเมือง แต่ ป.ย.ป.ได้ส่งคำถามมา 10 คำถาม และเชิญเราไป 10 คน ซึ่งในรูปแบบนั้นเข้าใจว่า เราอาจจะไม่ได้ไปเจอกับคนอื่นที่เขาเชิญไป แต่เราอาจไปเจอกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะได้พบกรรมการ ป.ย.ป.ด้วยหรือไม่ เพราะดูจากโครงสร้างกรรมการฯ คือ มีชุดที่รับฟังความคิดเห็น ซึ่งจะฟังไม่ใช่เฉพาะพรรคการเมือง กลุ่มต่างๆ เพราะต้องฟังทุกฝ่าย และยังมีคณะกรรมาการชุดบูรณาการความคิดเห็น จากนั้นถึงจะไปสู่ชุดที่ทำข้อเสนอ จึงเข้าใจว่าสิ่งที่เขาต้องการคือ เอาคนของเรา 10 คนนี้ ไปตอบ 10 คำถาม เพราะฉะนั้น จึงใช้วิธีการโดยดูคำถามแต่ละคำถามว่าเป็นอย่างไร แล้วจึงเลือกคนในพรรคว่าใครเหมาะสมที่จะไปตอบเรื่องไหนบ้าง
“ถ้าบอกว่าวิธีสร้างความปรองดองคือ รีบคืนประชาธิปไตย หรือเลือกตั้ง ก็คงวนเวียนอยู่เช่นนี้ เพราะว่าสังคมอยากจะเห็นงานนี้สำเร็จ เราดูจากสำรวจความคิดเห็นทุกครั้ง ทุกคนก็จะบอกว่าอยากให้การปรองดองสำเร็จ คนอยากเห็นอะไรเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่มีอะไรคืบหน้า เลือกตั้งไปแล้วจะเกิดปัญหาหรือไม่ เพราะอย่างไรก็ตามประเทศก็ต้องกลับไปสู่การเลือกตั้ง ผมเชื่อในระบบการเลือกตั้ง สนับสนุนระบบการเลือกตั้ง แต่วันนี้ถ้าไปพูดแค่ว่า รีบๆ คืนอำนาจแล้วเลือกตั้งเสีย ผมว่ามันไม่ใช่ เพราะคนยังมีความกังวลอยู่ และเราก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า ปัญหาความล้มเหลว หรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในอดีตช่วงที่มีการเลือกตั้ง ต้องมาพูดกันให้ชัดว่าเราจะแก้ไขอย่างไร” นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถามอีกว่า ถ้าผลลัพธ์ออกมาไปเอื้อพรรคการเมืองหนึ่ง แต่ไม่เอื้อกับอีกพรรคการเมืองหนึ่ง จะนำไปสู่อะไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าอย่างนั้นก็ไม่สำเร็จ แต่เชื่อว่า ป.ย.ป.คงไม่ทำเช่นนั้น ถ้าเกิดว่ามีการเอื้อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอย่างชัดเจน อีกฝ่ายหนึ่งเขาก็คงไม่ตอบรับ ในที่สุดแล้วความสำเร็จเรื่องนี้ก็ไม่ได้วัดกันตรงข้อสรุปของคณะกรรมการ ป.ย.ป. เพราะฉะนั้น ความสำเร็จของงานนี้ไม่มีใครจะเห็นจนกว่าเหตุการณ์จะผ่านไปแล้วเกิดขึ้นจริง จนเป็นตัวพิสูจน์ว่า ป.ย.ป.ทำสำเร็จหรือไม่ ซึ่งก็ควรจะเกิดและทำก่อนการเลือกตั้ง เพราะจะเป็นตัวที่ทำให้สังคมเกิดความมั่นใจว่า เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วบ้านเมืองจะไม่กลับไปวุ่นวายแบบเดิม

