ชาญ พวงเพ็ชร์ โชว์แผนลุย 9 นโยบายพัฒนาปทุมธานี

2.07.24 | 12:36 น.

ชาญ พวงเพ็ชร์ โชว์แผนลุย 9 นโยบายพัฒนาปทุมธานี

หมายเหตุ – นายชาญ พวงเพ็ชร์ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี หมายเลข 1 ให้สัมภาษณ์ มติชนทีวี ก่อนการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี ถึงแนวนโยบายที่จะเข้ามาขับเคลื่อน และเปิดใจเพิ่มเติม
หลังชนะการเลือกตั้ง ได้รับเลือกเข้ามาเป็นนายก อบจ.ปทุมธานี สมัยที่ 4 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา

ประเมินภาพของปทุมธานีในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาดีขึ้นหรือแย่ลง

“ท้องถิ่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล เขาทำงานตามปกติ แต่ อบจ.ก็ไปอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ประเมิน 3 ปี จะเห็นคนที่ขอลุงชาญมามาก คือ เรื่องของไฟแสงสว่าง เพราะไฟดับทั้งจังหวัดทั้งๆ ที่มีไฟทุกต้น ทั้งของท้องถิ่น ไฟทางหลวง หรือทางหลวงชนบท มันจะไม่ถูก
แก้ไขอย่างทันเหตุการณ์ ขณะที่บ้านเมืองเจริญแล้ว

ต้องยอมรับว่า ปทุมธานี เป็นจังหวัดที่เจริญเร็วมาก เพราะอยู่ติดกรุงเทพฯ ติดนนทบุรี เพราะนนทบุรีเต็มไปหมดแล้ว ก็ขยายมาปทุมธานี ดังนั้นปทุมธานีรถติด เพราะซื้อรถกันทุกวัน ถนนสร้างเส้นหนึ่งใช้มา 10-20 ปี ไม่ได้มีการแก้ไขให้ถนนใหญ่ขึ้นตามประชาชน ก็ยังติดขัดอยู่เหมือนเดิม มีปัญหาเรื่องการคมนาคม แสงสว่าง น้ำประปา ยังอ่อน ชาวบ้านไม่พอใช้

Advertisement

จากปัญหาที่พบช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ถ้าได้กลับมา ทำงานอีกครั้งในฐานะ อบจ.สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับปทุมธานี เป็นอย่างไร

ถ้ามีโอกาส พี่น้องประชาชนเลือกกลับมา จะมาแก้ปัญหาตามขั้นตอนที่วางนโยบายไว้ 9 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา คมนาคม ภูมิทัศน์ เช่น ติดกล้องวงจรปิดในทุกพื้นที่เสี่ยง ด้านกีฬา การท่องเที่ยว ปทุมธานีเราต้องเปิดให้คนมาเที่ยวปทุมธานีเยอะๆ คนปทุมธานีจะได้มีรายได้มากขึ้น

ตอนนี้มองว่ารถติดทุกเส้น การแก้ปัญหารถติดไม่ได้เท่าที่ควร เพราะไม่มีโอกาส ถนนที่ขยายได้ คือ ถนนของท้องถิ่น ถนนของกรมทางหลวง หรือทางหลวงชนบท เราไม่มีโอกาสไปแก้ไขของเขา เพียงแต่ทำแผนเพื่อเสนอให้เขาขยายเส้นทางให้เรา แต่ใช้เวลาเยอะ ดูนนทบุรีมานานแล้ว เขามีเรือด่วนให้บริการไปกรุงเทพฯ จะแก้ปัญหารถติดที่ตัวจังหวัดกับ กทม.ได้เยอะมาก ตนเคยไปนั่งเรือด่วน และจุดที่เป็นลานจอดรถ คนพื้นที่ยังมีรายได้ ตอนนี้อยากจะขยายพื้นที่ทางเรือให้มาถึงปทุมธานี และ อ.สามโคก เพื่อเป็นอีกเส้นทางที่ช่วยระบายการสัญจร ถ้าตกลงกันได้ จะช่วยได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งเส้นทางมาปทุมธานี ไม่ได้ไกล จากนนทบุรี และกรุงเทพฯ ทางเรือวิ่งไวกว่ารถด้วยเพราะรถติด

ปทุมธานี มีปัญหารถติด ตอนเช้าต้องตื่นเร็ว เหมือนจะแย่งกันออกจากบ้าน แย่งกันไปบนถนน ทุกคนบอกว่าถ้าเข้ามาแล้วจะแก้รถติด ผมบอกเลยว่าอย่าไปโกหกชาวบ้าน เพราะบ้านหนึ่ง เมื่อลูกโตมาก็ซื้อรถทุกคน บ้านหนึ่งมีรถตั้งกี่คัน แต่ถนนมีเส้นเดียว แม้ขยายได้ ก็ขยายได้ไม่มาก เพราะพื้นที่จำกัดกับผังเมือง สร้างอาคารติดถนนกันหมด ดังนั้นต้องใช้งบฯมหาศาลก็ต้องเกี่ยวกับรัฐบาล ไม่ว่าเส้นทางธัญบุรี ลำลูกกา เส้นฟ้าคราม ลาดหลุมแก้ว คลองหลวงก็เช่นเดียวกัน วันนี้รถติดทั้งหมด เส้นหน้าวัดธรรมกาย เวลามีงานจะรถติดไปหมดเลย โดยเฉพาะคลองสามเป็นถนนของท้องถิ่น ฉะนั้นท้องถิ่นก็ขยายไปจนเต็มพิกัดแล้ว ตามซอยต่างๆ อบจ.ก็ทำ เทศบาลก็ทำ ตอนนี้มองว่า ทางน้ำเป็นทางที่ช่วยได้อีกเส้นทางหนึ่ง แต่ก็ต้องขอเวลาทำ ไม่ใช่ว่าวันนี้เราชนะการเมืองแล้วพรุ่งนี้ทำได้เลย ไม่ใช่ การจะทำมันต้องเชื่อม กรุงเทพ นนทบุรี ปทุมธานี

9 นโยบายที่เคยทำ ต่อไปนี้อีก 4 ปีจะสานต่อหรือไม่

เป็นไปได้ บอกเลยทำได้ เพราะลุงชาญเป็นคนที่ติดตามและเอาใจใส่ ฉะนั้นนโยบายที่ทำ 9 ด้านจะขายฝันไม่ได้ แม้ทำได้ไม่ 100% ทำได้ สัก 10% หรือ 20% ก็ถือว่าทำ ไม่ต้องเต็ม 100 แต่ต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ 9 เรื่องนี้ ได้มาจากประชาชน เพราะผมเดินไป รู้เลยว่าประชาชนต้องการอะไร อยากเห็นอะไรที่เป็นความต้องการของเขา วันนี้สิ่งที่เขาต้องการ คือ แสงสว่างทั้งจังหวัดปทุมธานี เพราะลูกหลานเขาต้องไปโรงเรียน ไปประกอบอาชีพ ตัวเขาเองก็ต้องไปค้าขาย ต้องออกจากบ้านไป เมื่อไฟมืดสนิท เขาเสี่ยง ลำบาก ไม่ใช่ว่าไฟไม่มีนะ ไฟมีแต่เป็นไฟดับ ถ้าเป็นไฟของท้องถิ่นจะแก้ปัญหาได้เร็ว ถ้าเป็นไฟของกรมทางหลวง หรือทางหลวงชนบท เขาจะบอกว่าอุปกรณ์หายไม่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ต้องรองบแต่ละปี นี่เป็นปัญหาของเรา

ฝากถึงชาวปทุมธานีอย่างไรบ้างที่ลงคะแนนจนได้ชัยชนะ

“ต้องขอบคุณพี่น้องชาวจังหวัดปทุมธานี ที่ให้การสนับสนุนลุงชาญมาโดยตลอด และดีใจที่พี่น้องชาวปทุมธานีไม่ทิ้งลุงชาญใจดี และดีใจที่ชนะการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี และต้องขอบคุณพรรคเพื่อไทย และนายทักษิณ ชินวัตร ที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี และก็ไม่มีอะไรจะฝากถึง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง การเมืองมีแพ้มีชนะ 4 ปีจากนี้ไปพี่น้องชาวปทุมธานีต้องเห็นการเปลี่ยนแปลง และการศึกษาของลูกหลานชาวจังหวัดปทุมธานีต้องมาเป็นอันดับแรก

ที่ผ่านมาช่วงออกหาเสียงก็มั่นใจมาโดยตลอด เพราะผู้นำท้องถิ่น ครูบาอาจารย์ก็ช่วยเราทุกพื้นที่ รอบนี้เราชนะเพราะเราไม่ทิ้งกัน เราให้ใจกันและกันในทุกๆ ฝ่ายไม่ว่าจะเป็นนายกเทศบาลทุกๆ เทศบาล ผลงานที่ผ่านมาคนปทุมฯเห็นกันอยู่แล้ว ในรอบนี้ก็จะทำมิติใหม่ๆ ให้กับชาวปทุมฯด้วย โดยเรื่องที่สำคัญที่สุดคือเรื่องการศึกษา ศาสนา กีฬา และการแก้ไขปัญหาจราจร ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าเราสามารถทำงานร่วมกับ ส.ส.เขตได้อย่างแน่นอน

นักวิชาการเปิด 5 ปัจจัย
‘บิ๊กแจ๊ส’แพ้ชิงนายกอบจ.ปทุมฯ

ปฐวี โชติอนันต์
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี ออกมาอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า นายชาญ พวงเพ็ชร์ สามารถเอาชนะ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตนายก อบจ.คนปัจจุบันที่ลาออกจากตำแหน่งนายก อบจ.ก่อนที่จะครบวาระ 4 ปี นายชาญ พวงเพ็ชร์ ที่ลงรับเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทยและได้อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายพานทองแท้ ชินวัตร ไปช่วยหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ได้รับคะแนนการเลือกตั้งจากประชาชนชาวปทุมธานีอย่างไม่เป็นทางการ 203,010 คะแนน ซึ่งชนะ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่ได้คะแนนการ 201,041 คะแนน ฝ่ายแรกได้รับคะแนนการเลือกตั้งมากกว่าฝ่ายหลังเพียง 1969 คะแนน คะแนนที่ได้จากการเลือกตั้งรอบนี้ของทั้งสองได้รับคะแนนการเลือกตั้งน้อยกว่าการเลือกนายก อบจ.ปี 2563 ในตอนนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้คะแนนมากถึง 252,499 คะแนน ส่วนนายชาญ ได้คะแนน 222,211 คะแนนเท่านั้น

จากข้อมูลดังกล่าว การเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานีสามารถสะท้อนนัยยะทางการเมืองที่เกิดขึ้นได้ 5 ประการด้วยกัน

1.การชิงลาออกนายก อบจ.ก่อนครบกำหนด 4 ปี เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมายในการใช้งบประมาณ 180 วัน อาจจะไม่ได้ทำให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ได้เปรียบ ทั้งนี้ ผู้สมัครคือ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ลงมาแข่งขันเพียงคนเดียว แต่ทีมสมาชิกสภาจังหวัด (ส.จ.) ไม่ได้ลงมา เพราะยังไม่ครบวาระ ผลที่ตามมา มีความเป็นไปได้ที่เครือข่ายการหาเสียงการเลือกตั้งครั้งนี้น้อยลง การเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมปี 2563 พล.ต.ท.คำรณวิทย์มีทีม ส.จ.มาช่วยหาเสียง 36 คน ในนามกลุ่มคนรักปทุมและ ส.จ.ที่สนับสนุนเขาได้รับเลือกเข้าไปเป็น ส.จ.ถึง 20 คน

2.พล.ต.ท.คำรณวิทย์ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใดโดยลงในนามอิสระ แต่ในขณะที่นายชาญ อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี ช่วง 14 มีนาคม 2547-26 ตุลาคม 2563 ได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นนายทักษิณ-น.ส.แพทองธาร-นายพานทองแท้ ชินวัตร ที่ลงมาช่วยหาเสียง และกระชับเครือข่ายบ้านใหญ่และคนเสื้อแดงในปทุมธานีให้สนับสนุนนายชาญในการเลือกตั้งครั้งนี้

3.เมื่อดู ส.ส.ปทุมธานีที่มี 7 คน มี ส.ส.ก้าวไกล 6 คน ส่วนพรรคเพื่อไทย 1 คน มีความเป็นไปได้ว่าการลงรับสมัครนายก อบจ.ของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองนั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะให้ลูกชายลงสมัครในนามพรรคก้าวไกลจนกระทั่งพรรคก้าวไกลไม่ส่งผู้สมัครเนื่องมาจากยังไม่สามารถหาผู้สมัครได้ทันเวลา และถอยให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เพื่อสู้ศึกการเลือกตั้งกับนายชาญที่มีพรรคเพื่อไทยสนับสนุน ถึงแม้ว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะทำผลงานที่น่าประทับใจให้กับคนปทุมฯในเรื่องการจัดหาวัคซีนในช่วงโควิดระบาดและการป้องกันโควิดระบาด แต่การที่ไม่ได้รับแรงหนุนจากพรรคก้าวไกลอย่างเต็มที่นั้นน่าจะส่งผลให้ความนิยมของพรรคในการเลือกตั้ง ส.ส.ไม่ได้ถูกส่งต่อมาให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ทั้งหมด มากกว่านั้นยังขาดนักการเมืองในระดับชาติและแกนนำสำคัญของพรรคมาช่วยหาเสียงต่างจากนายชาญ

4.ความพ่ายแพ้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มีความเป็นไปได้ที่มาจากการตัดคะแนนกันเองของผู้สมัคร มีข่าวว่าผู้สมัครหมายเลข 4 นายนพดล ลัดดาแย้ม เคยเป็น ส.จ.ของทีมกลุ่มคนรักปทุมของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มาก่อน ตอนนี้มาลงรับสมัครอิสระและได้คะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ประมาณ 12,917 คะแนน

5.พรรคเพื่อไทยและนายทักษิณ พร้อมลูกที่ลงมาช่วยนายชาญหาเสียงถือเป็นการทุ่มเททรัพยากรในการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างมาก ระดับชื่อเสียงของคุณทักษิณคนเดียวในสมัยที่ยังอยู่ต่างประเทศถูกนำมาใช้ในการหาเสียงในพื้นที่ที่มีคนเสื้อแดงอยู่เป็นจำนวนมากในการเลือกตั้งระดับต่างๆ เพื่อให้ได้รับคะแนนจากคนเสื้อแดงและคนที่รักคุณทักษิณ แต่ในการเลือกตั้งนายก อบจ.รอบนี้คุณทักษิณ ลูกสาวและลูกชายมาปรากฏตัวที่ปทุมธานีซึ่งเป็นฐานสำคัญคนเสื้อแดง และลงมากระชับความสัมพันธ์กับบ้านใหญ่กลุ่มต่างๆ ให้สนับสนุนนายชาญ

อย่างไรก็ตาม คะแนนนายชาญชนะ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ 1,969 คะแนน สะท้อนความนิยมนายทักษิณน่าจะลดลงในปทุมธานีอย่างมากถ้าเทียบกับสมัยก่อน

ที่สำคัญการเลือกตั้งนายก อบจ.รอบนี้ก้าวไกลไม่ได้ส่งผู้สมัครลงเต็มตัว แต่ถ้ามีการเลือกตั้งนายก อบจ.ในจังหวัดอื่นๆ ซึ่งมีสภาพคล้ายปทุมธานี คือ มี ส.ส.พรรคก้าวไกลอยู่เป็นจำนวนมาก เคยเป็นฐานสำคัญของคนเสื้อแดง และพรรคก้าวไกลส่งผู้สมัครนายก อบจ.ในนามพรรคสู้กับตัวแทนเพื่อไทยที่มีนายทักษิณสนับสนุน จะเห็นทิศทางการเมืองไทยในภาพใหญ่ในการเลือกนายก อบจ.ได้ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดภาคเหนือและภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็นความนิยมคนเสื้อแดงที่มีต่อนายทักษิณและพรรคเพื่อไทย ความเปลี่ยนแปลงของอิทธิพลของเครือข่ายบ้านใหญ่ในพื้นที่ และกระแสความนิยมของพรรคก้าวไกลที่ส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งนายก อบจ.