
⦁….ใจชื้นขึ้นมาเป็นกอง “กองเชียร์เพื่อไทย” จากผลการเลือกตั้ง “นายก อบจ.ปทุมธานี” ที่ คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เสียเก้าอี้ไปให้ ชาญ พวงเพ็ชร์ ซึ่งแน่นอนว่าต้องถูกยกเป็นผลงานของ “ครอบครัวชินวัตร” ที่ยก “ทัพใหญ่ไปท้ารบ” แบบทุ่มสุดตัว ปลุกความเชื่อมั่นใน “ยุทธศาสตร์การเมืองบ้านใหญ่” ขึ้นมาเพื่อสู้กับ “การเมืองกระแสนิยม” ทว่า “ความยินดี” จาก “พลิกขึ้นมาชนะ” อาจจะมองข้าม “แท้จริงแล้วคะแนนแค่เฉียดฉิว” ทั้งที่ระดม “กำลังรบและสรรพาวุธ” ซะขนาดนั้น หากจะบอก “คนปทุมฯยังอยู่ในคาถา” ก็คงต้องขอให้หยุดคิดว่า “สรุปเร็วไปมั้ย”
⦁….ที่สำคัญคือ “แน่ใจ” หรือว่า จาก “ไทยรักไทย” เป็น “พลังประชาชน” มาถึง “เพื่อไทย” คะแนนนิยมหลักได้จาก “การเมืองบ้านใหญ่” การเลือกพาการเมือง “เข้าถ้ำระบบอุปถัมภ์” จะไม่ถูกตั้งคำถามหนักหน่วงหรือว่าเป็น “การนำชาติด้วยหวังต่อผลแบบไหน”
⦁….ชั้นเชิงที่อาศัยเทคนิคการจัดตั้ง ที่เหมาะกับ “ยุทธศาสตร์บ้านใหญ่” ซึ่งขับเคลื่อนด้วย “ระบบอุปถัมภ์” โดย “ไม่หวังพึ่งกระแส” พิสูจน์แล้วว่า “เจ้าวิทยายุทธ์” ไม่มีใครเกิน เนวิน ชิดชอบ ทั้งที่เห็นจาก “พรรคภูมิใจไทย” และ “ปรากฏการณ์ ส.ว.สีน้ำเงินแลนด์สไลด์” ขณะ “พลังการต่อรองอำนาจท่วมท้น” จาก “ระบบวินัยเข้มข้น” ขจัดทุกเหตุผลที่จะมาสร้าง “พฤติกรรมแตกแถว”
⦁….ช่วงนี้ “นายกฯเศรษฐา ทวีสิน” ยังทุ่มเทหนักอยู่ที่อีสาน ด้วยมุ่งมั่นเต็มที่จะพิสูจน์ทราบการ “สร้างผลงานด้วยความขยันขันแข็ง” ประสาคนชินกับการทำงาน “สะสมผล” แบบ “เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน” ไปเรื่อยๆ “ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า” เสียงเรียกร้องให้ “ระเบิดผลงานแบบโกยคะแนนครั้งใหญ่” ก็เห็นกันอยู่ว่า “โครงสร้างอำนาจที่ก่อกำแพงไว้แน่นทึบ” แม้ได้เป็นแกนนำรัฐบาล แต่ไม่ใช่ “เพื่อไทย” จะได้รับอนุญาตให้ “สร้างชื่อกระฉ่อนอีกครั้ง” ในระดับใช้ “ฟื้นฟูพรรค” ได้ง่ายๆ แค่ถูกมัดให้ต้องคาแหง็กอยู่กับ “คดีที่ทำให้กระเด็นจากตำแหน่งได้” ก็ปวดหัวทั้ง “ก่อนหลับและแรกตื่น” แล้ว
⦁….อีกเรื่องใหญ่ที่พิสูจน์ให้เห็น “การทำตามนโยบายได้ยากลำบาก” คือ “เรือธง” อย่าง “ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท” ที่วันนี้ไม่เพียงแปรรูปไปไกลจาก “แบบที่ใช้หาเสียง” ไม่เพียงถูก “กติกาที่ถูกดีไซน์ และกลไกที่สถาปนาไว้” ก่อกวนจนตั้งขบวนไม่ถูก กระทั่งในที่ประชุม “กรรมาธิการงบประมาณฯ” ยังสะท้อนจุดอ่อนของการทำงานร่วมระหว่าง “ฝ่ายปฏิบัติ” กับ “ผู้มีหน้าที่ต้องอธิบายหลักการของนโยบาย” ก่อความไม่พร้อมจะรับมือการตรวจสอบ ถึงวันนี้คำถาม “จะไปรอดหรือไม่” เริ่มดังไปทั่วอีกแล้ว
⦁….แม้แต่ปฏิบัติการสร้าง “ซอฟต์พาวเวอร์” เพื่อเป็น “พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ” ที่ไม่มีเหตุผลอะไรที่ใครจะต่อต้าน ซ้ำยังมี แพทองธาร ชินวัตร ผู้กุมอนาคตของ “เพื่อไทย” เป็น “แม่งาน” ทั้งที่ “ระดมมือไม้
มันสมอง พร้อมสรรพทุกปัจจัยสนับสนุน” กลับกลายแต่ละจังหวะก้าว ขลุกขลักกับ “เรื่องที่นึกไม่ถึงว่าจะเกิด” อยู่บ่อยๆ และเมื่อ “อุ๊งอิ๊ง” ประกาศเองว่าจะ “เห็นผลในอย่างน้อย 10 ปีข้างหน้า” ผู้คนก็ตาค้าง ด้วยคำถามในใจ “เป็นการลงทุนที่ทันมั้ยกับการกู้วิกฤตประเทศ”
⦁….ในมุมของ “ซอฟต์พาวเวอร์” ที่ “ลิซ่า” แสดงตัวอย่างไว้ใน “เอ็มวีร็อกสตาร์” ซึ่งกระฉ่อนไปทั้งโลก หากได้แค่ “โปรโมตเยาวราช” แบบ “ตามน้ำ” ไปเรื่อย ย่อมเป็นแค่ “ครีเอตเชิงตั้งรับ” ที่ควรจะทำให้เกิดขึ้นคือ “ถอดบทเรียนอย่างจริงจัง” เพื่อปฏิบัติการงาน “สร้างสรรค์เชิงรุก” เป็น “เข็มมุ่ง” ความหวังสู่ความสำเร็จจะเห็นได้ก็จากวิธีนี้
⦁….ยิ่งฟังที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อธิบายถึง “หลักการนิติธรรม” เพื่อสร้าง “นิติรัฐ” ให้เกิดความเชื่อถือ และเชื่อมั่นของ “ประชาชนไทย และประชาคมโลก” อันเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสร้างความร่วมมือ ร่วมใจและพร้อมสนับสนุนการพัฒนาความเจริญรุ่งเรืองให้ประเทศ ก็ยิ่งได้แค่นั่งถอนใจ กับทิศทาง “ชะตากรรมประชาชน” ที่จะถูกลากไปกับการจัดการความเป็นไปของประเทศ
ชโลทร




ติดตั้งระบบ – ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานงานแสงอาทิตย์บนหลังคา กับ เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ บริษัทผู้พัฒนาและให้บริการธุรกิจโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ให้แก่อาคารสำนักงาน และสาขา ธนาคารยูโอบีทั่วประเทศ เมื่อเร็วๆ นี้
