หน้าแรก การเมือง อดิศร โวยกม.อ...

อดิศร โวยกม.อุดมศึกษา ห้ามฝ่ายการเมืองยุ่งงบ แซะรมว. จะเป็นทำไม วันๆเป็นได้แค่ปธ.เปิดงาน

3.07.24 | 15:13 น.

“อดิศร” แซะ “ศุภมาส” เป็น รมว.อว. แค่ “แต่งตัว ทาแป้ง ทาลิปสติก ไปเปิดงาน” ไม่มีอำนาจอะไร เหตุ กม.อุดมศึกษา ห้ามการเมืองยุ่ง ลั่นถ้าให้เป็นก็ไม่เอา ขี้เกียจไปเปิดงาน

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) โดยมี นายพิเชษฐ์ ​เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาคนที่สอง ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม ในระหว่างการพิจารณา พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การอุดมศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ. … นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ในฐานะที่เคยอยู่แวดวงการศึกษามาตั้งแต่ปี 2535-2537 ที่กระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้ ขอแสดงความเห็นว่าสภาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านและรัฐบาล หรือ ส.ว.ที่จะพึงมีต่อไป เรียกว่ารัฐสภา เป็นฝ่ายการเมืองของประเทศนี้ที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่กฎหมายฉบับนี้มีส่วนดีก็เยอะ

เมื่อพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบ รัฐมนตรีซึ่งไปจากฝ่ายการเมือง คือ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งต้องขอแสดงความดีใจและชื่นชม ที่รัฐมนตรีได้ประสบความสำเร็จในทางการเมือง แต่ไม่ทราบว่าอำนาจหน้าที่ของท่านได้ทำอะไรบ้างในแต่ละวันๆ ทั้งที่กำกับดูแลสถาบันอุดมศึกษา

นอกจากดูแลแล้ว ท่านเข้าไปรู้เรื่องอะไรของเขาในการตั้งต้นงบประมาณหรือไม่ เพราะในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ มาตรา 45 งบบุคลากร งบดำเนินงาน งบรายจ่ายอื่น เขาของบผ่านสำนักงบฯโดยตรง ไม่ผ่านหรือไม่ให้รัฐมนตรีได้มีโอกาสพิจารณาร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ปัจจุบันนี้อุดมศึกษาต่างๆ จะกลายเป็นรัฐข้าราชการหรือไม่ ตนถึงบอกว่า วันๆ ท่านทำอะไร มหาวิทยาลัยต่างๆ ก็เชิญท่านไปเปิดงาน แต่เวลาของบ เขาไปขอผ่านสำนักงบฯ

Advertisement

“คุณศุภมาสครับ แต่งตัว ทาแป้ง ทาลิปสติก ไปเปิดงาน ส่วนงบประมาณเขาไม่ให้ดูแล เพราะสำนักงบฯ ผูกขาดเป็นราชการ มิหนำซ้ำเขาไม่ไว้ใจฝ่ายการเมืองเลย ดูมาตรา 50/5 วรรคสองได้ “การดำเนินการตามวรรคหนึ่งต้องคำนึงถึงความคล่องตัว มีความโปร่งใส ไม่มีการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคล และประโยชน์ส่วนรวม และปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง”

ท่านไปอยู่ทำไม นอกจากเชิญประธานขึ้นสู่ยอดเสาอย่างเดียว เขาไม่ให้ฝ่ายการเมืองไปแทรกแซงเลย ไปทำอะไรก็ไม่ได้ และรัฐมนตรีคือฝ่ายการมือง ส.ส.ก็คือฝ่ายการเมือง เวลาเขามีอำนาจก็มาขอฝ่ายการเมือง แต่เวลาได้อำนาจไปเขาไม่ให้ฝ่ายการเมืองไปยุ่งเลย

สถาบันการศึกษาจึงเป็นดาวฤกษ์ ไม่ใช่ดาวนพเคราะห์ หมุนรอบรัฐธรรมนูญ​หรือหมุนรอบวิธีการงบประมาณ ผมจึงต้องขอสังเกตว่า เดี๋ยวนี้เรากำลังออกกฎหมายเพื่อใส่กุญแจมือฝ่ายการเมืองด้วยกันเองหรือไม่ ใครไปเป็น รมว.อว.ต่อไป ถ้าเป็นคิวผม ผมไม่เอาจริงๆ เพราะขี้เกียจเปิดงาน” นายอดิศรกล่าว

นายอดิศรกล่าวต่อว่า ดังนั้นหากมีการตั้งคณะกรรมาธิการ ขอให้แก้มาตรานี้ด้วย หากไม่อยากให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปยุ่ง ก็ให้ตั้งเป็นกระทรวงอิสระ เอาปลัดกระทรวง หรือใครมาเป็น ไม่ต้องมายุ่งกับรัฐมนตรี หรือ ส.ส.หรือ ส.ว.

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ตนพูดก็เพราะอยากให้ น.ส.ศุภมาส มีอำนาจในตำแหน่ง รมว.อว. จึงเห็นว่ากฎหมายแบบนี้จะผ่านความเห็นชอบได้อย่างไร ในเมื่อเขาปรามาสและดูถูกฝ่ายการเมือง ไม่ว่าฝ่ายค้านและรัฐบาลห้ามแทรกแซง ทั้งที่นโยบายการศึกษาเป็นนโยบายของรัฐบาล และถ้าผ่านกรรมาธิการมาแล้วยังมีคำนี้อยู่ ตนเผาตำราเลย อย่ามาอาศัยอำนาจของพวกตน