09.00 INDEX เพื่อไทย กลืนไม่เข้า คายไม่ออก จากชัยชนะ ของชาญ พวงเพ็ชร์
สถานการณ์อันเกี่ยวกับ”สถานะ”ทางการเมืองที่ นายชาญ พวงเพ็ชร์ ได้มาจากชัยชนะในการเลือกตั้งนายกอบจ.ปทุมธานีกำลัง กลายเป็น”เผือกร้อน”ทางการเมือง
ไม่เพียงแต่ต่อ นายชาญ พวงเพ็ชร์ หากแต่ยังต่อกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เมื่อเห็นอาการของ นายอนุทิน ชาญวีระกูล ก็จะเข้าใจ
ถามว่านอกเหนือจากดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว นายอนุทิน ชาญวีระกูล ยังดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
กล่าวสำหรับ นายชาญ พวงเพ็ชร์ ก่อนจะสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งนายกอบจ.ปทุมธานีกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ก็เคยอยู่ในเครือข่าย“สีน้ำเงิน”
ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่างเอง แม้มิได้ประกาศตัวว่าลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย แต่การสวมเสื้อ “สีน้ำเงิน”พร้อมกับแถบธงไตรรงค์ก็ชัดเจน
อย่าแปลกใจไปเลยที่ท่าทีของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล อยู่ในอาการละล้าละลังอย่างมิอาจปิดงำอำพราง
ขณะที่กล่าวสำหรับพรรคเพื่อไทยก็หัวร่อมิได้ ร่ำไห้มิออก
ด้วยเหตุปัจจัยใดทำให้สถานการณ์ภายในพรรคเพื่อไทยต้องอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้า คายไม่ออก นั่นก็คือ มิอาจหัวร่อ มิอาจร่ำไห้ กับชัยชนะที่ได้มาในขณะเดียวกัน
เนื่องจากชัยชนะอัน นายชาญ พวงเพ็ชร์ ได้มาเป็นชัยชนะที่มาพร้อมกับคำถามและความสงสัย
เพียงเห็นการยืนยันอย่างต่อเนื่องของเลขาธิการสำนักงาน กฤษฎีการ ประสานเข้ากับสำทับจากเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ทั่วทั้งพรรคเพื่อไทยก็ต้องแอบถอนหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อย ไม่ว่าจะเป็นระดับกุมยุทธศาสตร์ของพรรค ไม่ว่าจะเป็นศาสตราจารย์ซึ่งรับผิดชอบงานกฎหมาย
ยิ่งกว่านั้น ชัยชนะที่ นายชาญ พวงเพ็ชร์ ได้มาด้วยคะแนนมากกว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ยังสะท้อน”บารมี”ทั้งบารมีของพรรค และบารมีของผู้นำจิตวิญญาณแห่งพรรค
นอกเหนือจากนิยามที่ว่า“หัวร่อมิได้ ร่ำไห้มิออก”แล้ว พรรคเพื่อไทยก็ตกอยู่ในสภาพ“กลืนไม่เข้า คายไม่ออก”ในทางการเมือง
เมื่อมองผ่าน นายภูมิธรรม เวชยชัย หรือ นายชูศักดิ์ ศิรินิล หอกอันแหลมคมที่กำลังทะลวงเข้าไปภายในพรรคเพื่อไทยท้าทายต่อสถานะและเกียรติภูมิในทางการเมืองซึ่งสะสมมายาว นานตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน
เด่นชัดยิ่งว่าการฟื้นคืนเกียรติภูมิพรรคต้องตีฝ่าไปด้วย ความยากลำบากเป็นทบเท่าทวีคูณ

