⦁…จะหาทางออกกันยังไงดี “เก้าอี้นายก อบจ.ปทุมธานี” ของ ลุงชาญ พวงเพ็ชร์ จากพรรคเพื่อไทย ที่เอาชนะ “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง แชมป์เก่ามาได้ แต่มีปัญหาจากคดีเก่าเมื่อปี 2555 ที่อยู่ในศาลอาญาคดีทุจริตฯ พอได้รับเลือกตั้งครั้งนี้ โดยที่คดียังไม่จบ เลยเกิดปัญหาว่า “นายกชาญ” จะเข้ารับหน้าที่ได้หรือไม่ ความคิดความเห็นแตกกันไปคนละทิศละทาง ทั้งได้และไม่ได้ ก็ต้องรอฟังว่าจะมี “ข้อยุติ” จากองค์กรที่มีอำนาจโดยเร็ว ไม่ปล่อยให้อึมครึมกันไปเรื่อยๆ
⦁…การเลือกตั้ง อบจ.ปทุมธานี เป็นอีกเรื่อง ที่ผู้เกี่ยวข้อง ทั้ง กกต., ครม. มหาดไทยและพรรคต่างๆ ต้องรีบหาทาง “แก้ปัญหา” ไม่ให้เกิดสภาพ “สมัครได้ แต่ทำงานไม่ได้” ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ก็ได้ ทำให้เสียเวลา สิ้นเปลืองงบประมาณกันเปล่าๆ ที่สำคัญ จะทำให้ประชาชน “เสียความรู้สึก” ว่า ไม่มีคนดูแลระบบกฎหมายของบ้านเมือง ทั้งๆ ที่มี “องค์กร” ต่างๆ มากมาย มีเจ้าหน้าที่-บุคลากร กินเงินเดือนจากภาษีอากร มีกฎหมาย ระเบียบมากมาย อ้างอิงได้ไม่รู้จบ ที่สำคัญคือ ปลายปีนี้ จะมี นายก อบจ. สมาชิกสภา อบจ. หมดวาระ ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ หลายจังหวัดทั่วประเทศ ถ้ากติกาไม่เรียบร้อย อะไรจะเกิดขึ้นน่าจะต้องรีบรับมือ
⦁…นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ยังลุยงานตามปกติ ศุกร์ 5 ก.ค.ล่องใต้ไป “ภูเก็ต” เพื่อตรวจปัญหา “น้ำท่วม-ดินสไลด์-ถนน-สนามบิน” น่าจะทำให้เกิดการเร่งเครื่องแก้ไขปัญหาที่หลังๆ รุนแรงมากขึ้น ขณะที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “ภูเก็ต” เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ปล่อยให้เติบโตตามยถากรรมไม่ได้ แต่การเข้าไปบริหารจัดการ ก็ไม่ง่าย มีความซับซ้อนของปัญหาหลายชั้น เพราะ “ที่ดิน” แพง ประโยชน์และมูลค่าทางธุรกิจสูง “กฎหมาย” เลยไม่ค่อยเป็น “กฎหมาย” อย่างที่มีข่าวกันมาตลอดว่า หลายเรื่องหลายราวที่เกิดขึ้น และผิดกฎหมาย ล้วนแต่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง
⦁…การเมืองไทย โดยทิศทางเหมือนเดินหน้าและถอยหลังไปพร้อมกัน เกิดอารมณ์และบรรยากาศ ที่ “อึดอัด-โกรธ-แตกแยก” ของคนในสังคม ที่อยากเห็น-อยากให้บ้านเมือง “สงบเรียบร้อย” เดินไปข้างหน้า มีระบบระเบียบที่บังคับใช้ได้จริงเหมือน “นานาประเทศ” สภาพอย่างนี้ ทุกฝ่ายในสังคม ต้องทำงาน ใช้อำนาจด้วยความเกรงใจประชาชน รักษากฎหมาย ความเป็นธรรม และความยุติธรรม และต้องมีสติในการ “รับข่าวสาร” เพื่อจะไม่เห็นดีเห็นงามจากการ “เดินออกนอกทาง” อีก
⦁…“ฟอร์บส์” จัดอันดับเศรษฐีไทย ล่าสุด เจ้าสัวเฉลิม อยู่วิทยา จากธุรกิจ Red Bull ผงาดเป็นอันดับ 1 แซง “ตระกูลเจียรวนนท์” ที่กลายเป็นอันดับ 2, ตามมาด้วย เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เป็นอันดับ 3, อันดับ 4 “ตระกูลจิราธิวัฒน์” อันดับ 5 เจ้าสัวกลางสารัชถ์ รัตนาวะดี จากธุรกิจพลังงานและโทรคมฯ ภาพรวมตัวเลขความมั่งคั่งลดลง 12% จาก 1.73 แสนล้านดอลลาร์ เหลือ 1.53 แสนล้านดอลลาร์ เป็นภาพสะท้อนสภาพเศรษฐกิจและเศรษฐกิจของโลก











