9.00 INDEX “มาตรา 44″ กับสถานการณ์”ธรรมกาย” ยกระดับ”การเมือง”เข้าไปสู่”การทหาร”

แฟ้มภาพ

ไม่ว่า “คสช.” จะต้องการหรือไม่ ไม่ว่า “รัฐบาล”จะต้องการหรือไม่
ปัญหา”ธรรมกาย” ได้ “ยกระดับ”
แม้อำนาจในการกำกับ ในการขับเคลื่อนจะอยู่ในความรับผิด ชอบของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ อันเป็นองคาพยพ 1 แห่งกระทรวงยุติธรรม
แต่ปัญหา “ธรรมกาย” มิได้จำกัดอยู่ในประเด็นทาง”ศาสนา” หรือในประเด็นทาง”การเมือง”ต่อไปแล้ว
หากเป็นเรื่องในทาง “การทหาร”
มิใช่เพราะว่ามีการดึงเอากำลังพลในสังกัดกองทัพภาคที่ 1 เข้ามาร่วม “ปฏิบัติการ”
มิใช่เพราะว่ามีกำลังพลจาก”บช.ภาค 1″และ”บช.ภาค 7″
หากที่สะท้อน “รูปธรรม” อย่างเด่นชัดก็คือ การผลักดันในเรื่องการใช้อำนาจตาม “มาตรา 44″
ตรงนี้แหละเป็นปัจจัยในลักษณะ”ชี้ขาด”

ความน่าสนใจก็คือ ความดำริ ริเริ่มในเรื่องนี้มิได้มาจาก “คสช.”และมิได้มาจาก “รัฐบาล”
ทั้งมิได้เริ่มจาก “ตำรวจ”
ตรงกันข้าม หากรับฟังการแถลงข่าวตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นของวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ก็จะสัมผัสได้
สัมผัสได้ว่ามาจาก “กรมสอบสวนคดีพิเศษ”
ขณะเดียวกัน หากใครก็ตามที่มิได้มีความจำสั้นเช่นเดียวกับ
บรรดา “ปลาทอง” ย่อมรับรู้อย่างต่อเนื่อง
ต่อเนื่องว่าเสนอมาจาก “แนวร่วม” ราย 1
เป็นแนวร่วมของ “กรมสอบสวนคดีพิเศษ” ไม่ว่าในการจุดประกายเรื่อง “รถหรู” อันโยงไปยัง “วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ” ไม่ว่านาเรื่อง “มาตรา 44”
เป็นการเสนอตั้งแต่ยุค พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ยังนั่งอยู่ในตำ แหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมาแล้ว
เท่ากับเป็นการจุดประกายให้ “ดีเอสไอ”


พลันที่ประกาศและบังคับใช้”มาตรา 44″ความหมายก็หมายความว่าแทบไม่มีกำหนดเวลา
ไม่ว่าจะมี “หมายค้น” หรือไม่ ย่อมทำได้
นั่นหมายความ พื้นที่วัดพระธรรมกายและบริเวณโดยรอบถือว่าเป็นพื้นที่”เขตควบคุมพิเศษ”
สามารถ”ตรวจค้น”ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เท่ากับว่าเป้าหมายอาจมิได้อยู่ที่การจับตัว พระเทพญาณมหามุนี อีกต่อไปแล้ว
หากแต่ครอบคลุม”วัดพระธรรมกาย”โดยรวม
นั่นหมายถึงการขยายผลให้กับคดีความที่มีมากกว่า 300 คดีโดยพื้นฐาน
เท่ากับ”เผด็จศึก”ต่อ”นิกายจานบิน”อย่างเบ็ดเสร็จ