สังคมไทยอยู่ในความขัดแย้งทางความคิดและจุดยืนทางการเมืองมาเกือบ 20 ปีแล้ว เกิดความแตกแยกเป็นสีต่างๆ หลายสี จนทำให้วันนี้ต้องมาพูดกันถึงการหาทางออก หาทางยุติความขัดแย้งเหล่านี้
การนิรโทษกรรม เป็นทางออกอย่างหนึ่ง ในการคลี่คลายปมปัญหาความขัดแย้งแตกแยกทางการเมือง
วันนี้กำลังถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ถึงแนวทางนิรโทษกรรมให้กับผู้ต้องคดีทางการเมือง โดยใช้กลไกทางสภาร่วมกันหาทางออก ผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
โดยมีกรอบเวลา เริ่มจากเหตุการณ์ตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งเกิดขบวนการเสื้อเหลือง และมีคดีเกิดขึ้นมากมาย ต่อเนื่องถึงคดีที่เกิดกับเสื้อแดง เกิดกับ กปปส. แต่ที่ถกเถียงกันรุนแรงคือ คดีตามมาตรา 112 ยังไม่มีข้อสรุป
การนิรโทษกรรมใช้กันมาทั่วโลก ในบ้านเราเองก็เคยนำมาใช้ อย่างเช่น คำสั่งที่ 66/2523 ยุติความขัดแย้งกับนักศึกษาคนหนุ่มสาว ที่เข้าป่าจับปืนร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ หลังเหตุการณ์นองเลือดใจกลางเมือง 6 ตุลาคม 2519
เพื่อเป็นทางออกในการยุติความขัดแย้ง ซ้ายกับขวา และเพื่อยุติสงครามคอมมิวนิสต์
ลงเอยถือว่าได้ผล เพราะเป็นช่วงที่ภายในป่าเกิดความระส่ำระสายพอดี ไฟคอมมิวนิสต์จึงดับมอด
ผ่านจากยุคซ้ายกับขวา สังคมไทยมาถึงยุคความขัดแย้งของสีเสื้อ ซึ่งเริ่มในปี 2548 ลุกลามไปถึงการเคลื่อนไหวของเด็กรุ่นใหม่ในปี 2563 ที่วิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างสังคมอย่างแหลมคม
การตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งปี 2566 ที่มีเพื่อไทยเป็นแกนนำ ร่วมกับ 11 พรรค แบบสลายขั้ว ทำให้แนวทางนิรโทษกรรมให้กับผู้ต้องคดีทุกสีเสื้อ มีแนวโน้มราบรื่น
แต่คดีของเด็กรุ่นใหม่ คดีมาตรา 112 ยังเป็นปมประเด็นที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ เพราะเกิดข้อโต้แย้งจากฝ่ายความคิดอนุรักษนิยมการเมือง
ทำให้นึกย้อนการคลี่คลายปัญหาของ 66/2523 รวมทั้ง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดี 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งออกในปี 2521 ในยุค พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกฯ มีผลให้ปล่อยตัว 18 ผู้นำนักศึกษา ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีหลายข้อหา
กว่า พล.อ.เกรียงศักดิ์ จะนิรโทษกรรม เพื่อปล่อยตัว 18 ผู้นำนักศึกษาได้ ก็ต้องฝ่าอุปสรรค โดนคัดค้านอย่างหนักจากฝ่ายอนุรักษนิยมการเมือง จากกลุ่มขวาสุดโต่ง
จนต้องมีเงื่อนไขสำคัญคือ เมื่อได้นิรโทษกรรม จะกลับไปเรียนหนังสือ และไม่เข้าป่าไปร่วมจับปืนต่อสู้อย่างเด็ดขาด
ไม่เช่นนั้นแล้ว ที่ พล.อ.เกรียงศักดิ์ไปเคลียร์กับทุกฝ่าย โดยอธิบายว่าแกนนำนักศึกษาเหล่านี้ ไม่ใช่คอมมิวนิสต์ ไม่ใช่พวกล้มสถาบัน ก็เป็นอันพังครืน
สุดท้ายการนิรโทษกรรม 6 ตุลาฯ ก็ผ่านพ้นไปได้ ผู้นำนักศึกษาได้พ้นคุก
แม้จะมีข้อโต้แย้งว่า การนิรโทษกรรมก็คือการช่วยฝ่ายปราบปรามเข่นฆ่าที่ธรรมศาสตร์ พ้นผิดไปด้วย นั่นก็เป็นอีกมุม
แต่ถ้าจะพูดถึงการทำให้คนหนุ่มสาวที่ต่อสู้ทางการเมือง ได้รับอิสรภาพ เป็นเรื่องที่ต้องทำ โดยจำเป็นต้องมีเงื่อนไข มีข้อตกลง มีข้อต่อรอง
กรณีคนรุ่นใหม่ที่เคลื่อนไหวอย่างแหลมคมในปี 2563 จะสามารถนิรโทษกรรมได้หรือไม่ เพราะฝ่ายไม่เห็นด้วย ยืนยันว่าคดี 112 ไม่ใช่ความผิดทางการเมือง
ส่วนฝ่ายที่เรียกร้องให้ช่วยหาทางออกให้เด็กรุ่นใหม่เหล่านี้ เห็นว่าควรให้โอกาสได้ใช้ชีวิตปกติ ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับคดี หรือไม่ต้องเลือกทางหลบหนีลี้ภัย
คงต้องมีเงื่อนไข มีข้อตกลง มีข้อต่อรอง ที่เห็นพ้องร่วมกันของทุกฝ่าย

