กองทัพเรือ อัญเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลงน้ำ เตรียมการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 4 กนกฎาคม ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการอัญเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลงน้ำในการจัดเตรียมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ทั้งนี้ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีพระบรมราชานุญาตให้เห็นขั้นตอนการอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำ
โดยตั้งแต่ช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ติดตั้งคานรับน้ำหนักเรือพระที่นั่ง 10 คาน เพื่อใช้รับน้ำหนักเรือพระที่นั่งแทนคานเหล็กที่ปกติใช้รับน้ำหนักเรือ

กระทั่งเวลา 18.15 น. ได้มีการสั่งปลดคาน จากนั้นเจ้าหน้าที่เป่านกหวีดให้สัญญาณในการค่อยๆ คลายสกรู และผ่อนโซ่ กระทั่งเวลา 18.29 น. เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลงสัมผัสน้ำ จากนั้นนักประดาน้ำดำลงไปปลดสลักคานเหล็ก โดยเรือแตะผิวน้ำในเวลา 19.00 น.
เมื่อนำเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลงจากคานแล้ว นายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ พร้อมกำลังพลประจำเรือได้ประกอบพิธีจุดธูปเทียนไหว้แม่ย่านางเรือ และถวายบังคมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นจึงเคลื่อนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จากคลองบางกอกน้อยออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา มุ่งหน้าสู่อู่ทหารเรือธนบุรี ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ในเส้นทางสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา (สถานีรถไฟบางกอกน้อยเดิม) โรงพยาบาลศิริราช ท่ามหาราช ท่าช้าง วัดระฆังโฆษิตาราม ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงเข้าจอดยังอู่หมายเลข 1 อู่ทหารเรือธนบุรี
ทั้งนี้ การอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง 4 ลำคือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์ โดยจะอัญเชิญลงน้ำและเข้าจอด ณ อู่หมายเลข 1 อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ระหว่างวันที่ 4-7 กรกฎาคม วันละ 1 ลำ ตามลำดับ

สำหรับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อเรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ ทราบได้จาก บทเห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์หรือเจ้าฟ้ากุ้ง ที่ส่งประพันธ์ไว้ว่า “สุพรรณหงส์ทรงผู้ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์ เพียงหงส์ทรงพรหมมินทร์ ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม”
เรือพระที่นั่งลำปัจจุบันเป็นเรือสร้างใหม่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่แล้วเสร็จในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี พลเรือตรี พระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นนาวาสถาปนิกผู้ต่อเรือสุพรรณหงส์ โดยจัดให้มีการประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2454 โขนหัวเรือจำหลักเป็นรูปหงส์ ลงรักปิดทองประดับกระจก มีภู่จามรีห้อย ปลายภู่เป็นแก้วผลึก ภายนอกทาสีดำ ท้องเรือภายในทาสีแดง ตอนกลางลำเรือทอดบัลลังก์กัญญาหรือบุษบกไว้สำหรับเป็นที่ประทับ เรือมีความยาวตลอดลำ 44.90 เมตร กว้าง 7.17 เมตร ลึก 0.94 เมตร ใช้กำลังพลรวม จำนวน 71 นาย แยกเป็นกำลังพลประจำเรือ 64 นาย ประกอบด้วย นายเรือ 2 นาย นายท้าย 2 นาย ฝีพาย 50 นาย คนถือธงท้าย 1 นาย พลสัญญาณ 1 นาย คนขานยาว 1 นาย คนถือฉัตร 7 นาย และเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง จำนวน 7 นาย
และในวันที่ 4 มิถุนายน 2535 องค์การเรือโลกแห่งสหราชอาณาจักร พิจารณามอบรางวัลเรือโลก แก่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ โดยคณะกรรมการองค์การ World Ship Trust เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเหรียญรางวัลเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เหรียญรางวัลมรดกทางทะเล ขององค์การเรือโลกประจำปี พ.ศ.2535 (The World Ship Trust Heritage Award “Suphannahong Royal Barge”) จากนั้นพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานเหรียญรางวัลดังกล่าวแก่ อธิบดีกรมศิลปากร
ในฐานะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแลรักษาเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์

ทั้งนี้ ในวันที่ 28-29 กรกฎาคม 2567 กองทัพเรือได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญเรือพระที่นั่ง จำนวน 3 ลำ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช จัดแสดงแบบผูกทุ่น ประกอบกาพย์เห่เรือเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ จัดการแสดงสาธิตการเห่เรือวันละ 2 รอบ โดยในวันที่ 28 กรกฎาคม จัดการแสดงเวลา 15.00 น. และเวลา 20.00 น. ส่วนวันที่ 29 กรกฎาคม จัดการแสดงเวลา 17.00 น. และเวลา 20.00 น. พร้อมทั้งจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ณ บริเวณท่าราชวรดิฐ
ในส่วนของการฝึกซ้อมฝีพายเรือพระราชพิธี จะเริ่มทำการซ้อมย่อยเป็นรูปขบวนเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวน 10 ครั้ง ดังนี้
ครั้งที่ 1 ในวันที่ 1 สิงหาคม 2567
ครั้งที่ 2 ในวันที่ 8 สิงหาคม 2567
ครั้งที่ 3 ในวันที่ 15 สิงหาคม 2567
ครั้งที่ 4 ในวันที่ 22 สิงหาคม 2567
ครั้งที่ 5 ในวันที่ 3 กันยายน 2567
ครั้งที่ 6 ในวันที่ 12 กันยายน 2567
ครั้งที่ 7 ในวันที่ 19 กันยายน 2567
ครั้งที่ 8 ในวันที่ 26 กันยายน 2567
ครั้งที่ 9 ในวันที่ 1 ตุลาคม 2567
ครั้งที่ 10 ในวันที่ 10 ตุลาคม 2567

จากนั้นจะเป็นการซ้อมใหญ่ จำนวน 2 ครั้งในวันที่ 15 และ 22 ตุลาคม และซ้อมเก็บความเรียบร้อยในวันที่ 24 ตุลาคม โดยประชาชนที่มีความสนใจรับชมการฝึกซ้อมฝีพายและความงดงามของขบวนเรือพระราชพิธี ที่นับว่าเป็นหนึ่งเดียวในโลก สามารถรับชมได้ตลอด 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพระราม 8 จนถึง วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 จะมีขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคม 2567 ซึ่งกองทัพเรือได้รับมอบหมายจากรัฐบาลในการเตรียมการทั้งการฝึกซ้อมกำลังพลฝีพาย การซ่อมบำรุงเรือ การจัดเตรียมบทเห่เรือ รวมถึงการเตรียมความพร้อมในส่วนอื่นๆ เพื่อให้การจัดงานในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติสูงสุด


