สู้! ครั้งสุดท้าย ‘เครือข่ายกัญชา’ ปลุกทั่วไทยชุมนุมหน้าทำเนียบ กดดัน ‘เศรษฐา’ เปลี่ยนนโยบาย

5.07.24 | 19:09 น.

สู้! ครั้งสุดท้าย ‘เครือข่ายกัญชา’ ปลุกทั่วไทยชุมนุมหน้าทำเนียบ กดดัน ‘เศรษฐา’ เปลี่ยนนโยบาย

ภายหลังคณะกรรมการยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประชุมหารือและมีมติเสนอคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นำพืชสมุนไพรกัญชา และกัญชง กลับเข้าสู่บัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 (ยส.5) โดยเน้นควบคุมช่อดอก และสารทีเอชซี (THC) ยกเว้น กิ่ง ราก ใบ และเมล็ดนั้น

วันที่ 5 กรกฎาคม 2567 เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย นำโดย นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร นายอัครเดช ฉากจินดา ได้ร่วมกันไลฟ์สดแจ้งประชาชน และเครือข่ายกัญชาทั่วประเทศ ให้ได้ทราบมติดังกล่าว

นายประสิทธิ์ชัยกล่าวว่า คาดการณ์ตั้งแต่ต้นแล้วว่า มติของคณะกรรมการยาเสพติดต้องออกมาเป็นเช่นนี้ เพราะเป็นจิ๊กซอว์ตัวแรกที่จะนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด ก่อนที่จะไปสู่คณะกรรมการ ป.ป.ส.ในขั้นตอนสุดท้าย ตามไทม์ไลน์ที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ สธ. ได้เขียนไว้

“เราไม่มีทางอื่นที่จะนำกัญชากลับสู่มือประชาชน นอกจากทำให้ฝ่ายนโยบายเปลี่ยนนโยบาย เพราะการนำกัญชากลับไปสู่ยาเสพติดไม่ได้มีผลมาจากกฎหมายฉบับใด เป็นเรื่องของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว ที่ได้สั่งการให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ สธ. ทำทุกอย่างให้กัญชากลับสู่ยาเสพติด เพื่อผลประโยชน์ต่อนายทุนพวกพ้องของตัวเอง ไม่ใช่ห่วงใยประชาชนอย่างแท้จริงตามที่เขากล่าวอ้าง
วันที่ 8 กรกฎาคมนี้ คือ วันที่สำคัญอย่างยิ่งของพวกเรา ขอให้พวกเรามองไปที่เป้าหมายเดียวกัน คือนำกัญชากลับสู่มือประชาชน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน รวมตัวกันมามากๆ เพื่อสู้ให้ชนะ” นายประสิทธิ์ชัยกล่าว

Advertisement

ด้าน ม.ล.รุ่งคุณ หรือหม่อมโจ้ กล่าวเชิญชวนคนกัญชา ทั้งคนที่ใช้ในการรักษา ประกอบธุรกิจ หรือประชาชนที่เห็นคุณค่าของกัญชาว่า กัญชาควรอยู่กับประชาชน ดังนั้น วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคมนี้ ขอให้ไปรวมตัวกันให้มากๆ เพื่อคัดค้านมติของคณะกรรมการยาเสพติด

“เป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของพวกเรา ก่อนที่เขาจะนำมติไปนำเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ส. เพื่อตัดสินให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติด โดยไม่ต้องมีกฎหมายควบคุม” ม.ล.รุ่งคุณกล่าว

ด้านนายอัครเดชกล่าวว่า อยากส่งสัญญาณถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ใช้กัญชา ผู้ประกอบการกัญชาทุกคนทุกฝ่ายที่เห็นประโยชน์ของกัญชา เห็นถึงสิทธิพื้นฐานในการเข้าถึงพืชยา ขอให้ร่วมกัน โดยเตรียมพื้นที่ไว้รองรับพี่น้องที่มาจากทางไกล ก็สามารถจะปักหลักพักค้างกันตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม

“เราได้ขออนุญาตใช้พื้นที่สองฝั่งถนนราชดำเนิน ตั้งแต่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถึงสำนักงานสหประชาชาติ (UN) ระยะทาง 200 เมตร ฝั่งตรงข้ามกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จนถึงสนามมวยราชดำเนิน โดยสามารถกางเต็นท์ได้ที่ฝั่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ส่วนฝั่งตรงข้ามคือฝั่งสนามมวยและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเป็นฝั่งตลาดสีเขียว น้องๆ สามารถเอาดอกไม้ หรือนำผลงานส่วนตัว มาจัดเป็นนิทรรศการได้ เพื่อให้เมืองหลวงที่ได้มาดู ได้ประจักษ์ว่า สังคมของเราเป็นอย่างไร เพื่อให้พี่น้อง ทุกคนมีจุดหมายเดียวกันที่มา และมีที่พัก และเช้าวันที่ 8 จะมีการนัดหมายกันอีกครั้ง เพื่อเดินไปพร้อมกันไปยังทำเนียบรัฐบาล ส่วนผู้ที่มาในภายหลังก็สามารถตามไปสมทบได้ที่ทำเนียบรัฐบาลเลย เราจะปักหลักกันอยู่ที่นั่น” นายอัครเดชกล่าว