วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีการใช้มาตรา 44 เพื่ออำนวยความสะดวกเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายต่อกรณีวัดพระธรรมกายแต่ยังไม่พบตัวพระธัมมชโยว่า มีหมายศาลในการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย รวมถึงหมายจับพระธัมมชโย ทุกอย่างต้องเดินไปตามนั้น ส่วนจะเจอหรือไม่เจอพระธัมมชโยนั้นก็คล้ายกับการจับกุมผู้ที่กระทำความผิดทั่วไป เมื่อมีหมายจับก็จับได้บ้างและจับไม่ได้บ้าง ไม่ได้เป็นประเด็นใหญ่ แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า หากเจ้าหน้าที่ไม่เข้าไปตรวจค้นวัดพระธรรมกายก็จะถูกโจมตีว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ บางคนก็โจมตีหนักกว่านั้นว่าใช้กำลังมากมายเพื่อจับคนคนเดียว ตนคิดว่าไม่รู้ใช้สมองคิดหรือไม่ ไม่เข้าใจ จะให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจับคนเดียวหรืออย่างไร ซึ่งในวัดพระธรรมกายมีลูกศิษย์อยู่ในวัดประมาณ 6-7 พันคน ก็ต้องดูแลส่งเจ้าหน้าที่ไป แค่คนสองคนก็เข้าพื้นที่ไม่ได้ แต่ในตอนนี้ทางวัดพระธรรมกายก็เข้าใจและยอมเปิดให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้น ก็ไม่มีปัญหาอะไร และเจ้าหน้าที่ก็เข้าได้ทุกพื้นที่ ส่วนที่คนคาดหวังว่าจะได้ตัวพระธัมมชโยนั้น ยืนยันว่าการดำเนินการก็คล้ายกับผู้ต้องหาทั่วไป จะผิดหรือไม่ผิดก็ต้องออกมาต่อสู้ตามกระบวนการ
“ก็เห็นๆ กันอยู่ ที่จับได้และไม่ได้ก็มีมาก อย่าไปคาดหวังมาก แต่เจ้าหน้าที่จะต้องเข้าได้ทุกพื้นที่ ส่วนพระธัมมชโยยังอยู่ในประเทศหรือไม่นั้นผมไม่ทราบ จะอยู่หรือไม่อยู่ไม่ใช่เรื่องของผม แต่ก็ต้องตามจับทุกที่ ส่วนพระธัมมชโยจะหนีไปได้อย่างไรนั้น ประเทศไทยสามารถออกได้ทุกพื้นที่ตามช่องทางธรรมชาติมากมาย” พล.อ.ประวิตรกล่าว

