หน้าแรก การเมือง ปริญญา ยันพท....

ปริญญา ยันพท.ไม่ผิด เคสชาญ แนะแก้กม. ให้มีเลือกล่วงหน้า หลังนศ.ปิดเทอม อดลงเสียงเพียบ

6.07.24 | 14:20 น.

”ปริญญา“ แนะ แก้กม.เลือกตั้งท้องถิ่น จัดมีเลือกตั้งล่วงหน้า พร้อมตั้งข้อสังเกตเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมฯช่วงปิดเทอม ทำนศ.อดลงคะแนน ลั่น เพื่อไทยไม่ผิด เหตุ ตรวจสอบคุณสมบัติ ”ลุงชาญ“ แล้ว ยกเคสเคยเกิดขึ้นในอดีต

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 6 กรกฎาคม 2567 ที่ตึกแดง กทม. นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีที่ผ่านมา ที่ทั้งสองฝ่ายผลออกมาคะแนนฉิวเฉียดส่งผลถึงคะแนนนิยมของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มองเรื่องนี้อย่างไรว่า ก็ต้องมีผลอยู่แล้ว เมื่อนายทักษิณและผู้นำพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ไปช่วยหาเสียง และชนะกันแค่ 1,000 กว่าคะแนน ซึ่งก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญอยู่แล้ว

แต่ตนคิดว่า มีปัจจัยอื่นเกี่ยวพันกันหลายเรื่อง คือจังหวัดปทุมธานีคือพื้นที่เดิมของพรรคเพื่อไทย แล้วช่วงหลังมาเสียพื้นที่ให้กับพรรคก้าวไกล ฉะนั้น พรรคเพื่อไทยจะต้องชนะให้ได้ และนายชาญ พวงเพ็ชร์ ว่าที่นายก อบจ.ปทุมฯเอง ก็เคยเป็นนายก อบจ.หลายสมัย แต่ในสมัยที่ผ่านมาได้แพ้ให้กับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นอกจากนี้ตนขอตั้งข้อสังเกตว่าการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานีทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา เลือกตั้งในช่วงปิดเทอม ซึ่งจังหวัดปทุมธานีมีมหาวิทยาลัยเยอะ นักศึกษาปิดเทอมก็กลับบ้านไม่ได้มาเลือกตั้ง

นายปริญญากล่าวว่า เรื่องใหญ่ที่ตนขอฝากไว้คือไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งควรจะต้องมีการแก้ไขเรื่องนี้ จึงจะต้องมีการเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องแก้ไขกฎหมายท้องถิ่นให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้า นอกจากนี้ตนยังตั้งข้อสังเกตว่า การชนะเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการการันตีว่าในปทุมธานีพรรคเพื่อไทยจะชนะหรือไม่ชนะในครั้งหน้า เพราะครั้งนี้พรรคก้าวไกลไม่ได้ส่งคนลง แต่อย่างน้อยก็ถือว่าในท้องถิ่นพรรคเพื่อไทยได้กลับมา เพื่อหวังชนะพรรคก้าวไกลในครั้งหน้า

แต่สิ่งที่สำคัญ จะมีการประกาศรับรองนายชาญเมื่อไหร่ และจะปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ เพราะถ้าต่อให้ชนะการเลือกตั้ง แต่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ก็ไปไม่ได้กับสิ่งที่ตั้งใจจะได้ ซึ่งคนที่จะประกาศให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นกระทรวงในของพรรคร่วมรัฐบาลคือพรรคภูมิใจไทย

Advertisement

แต่ก็ต้องเข้าใจว่านายชาญ คุณสมบัติครบถ้วน ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็พูดถูกว่า ไม่ได้ขัดคุณสมบัติแม้แต่ข้อเดียว เพราะศาลยังไม่พิพากษา แต่ว่าการชนะเลือกตั้งแต่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ เรื่องนี้คณะกรรมการกฤษฎีกา ตอบข้อหารือของกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 เพราะในปีนั้นมีการเลือกตั้งท้องถิ่น และเคยเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นมาแล้ว ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่ามี ความเห็นของกฤษฎีกาออกมาแล้วชัดเจน ตรงนี้ กกต.ตอนที่สมัครได้แจ้งนายชาญหรือไม่ ว่าได้รับเลือกก็จริง ไม่ขัดคุณสมบัติ แต่อาจจะไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพราะแนวทางเคยเกิดมาแล้ว

“ย้ำว่าพรรคเพื่อไทยไม่ผิด เพราะตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว แต่แนวทางที่กฤษฎีกาออกมาพรรคเพื่อไทยทราบหรือไม่ เพราะหากทราบแล้วยังทำก็ถือว่าผิดพลาด ผมเชื่อว่าเรื่องนี้พรรคภูมิใจไทยคงไม่มาทำให้ตัวเองเสี่ยง ในเรื่องซึ่งกฤษฎีกามีความเห็นมาแล้ว และมองว่า ถ้าจะจบคงไปจบที่ศาล เพราะมาตรา 81 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ศ.2561 เมื่อศาลรับคำร้องแล้ว ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ศาลสามารถมีคำสั่งได้เป็นอย่างอื่นได้ ซึ่งนายชาญหรือพรรคเพื่อไทยก็สามารถไปร้องต่อศาลได้” นายปริญญากล่าว