สมชัย มอง “ชาญ พวงเพ็ชร์” ชนะเลือกตั้งนายกฯอบจ.ปทุมธานี ไม่ได้บ่งบอก เพื่อไทยชนะเลือกตั้งสส.ครั้งต่อไป มอง “ทักษิณ”ห่างการเมืองไปนาน ใช้อภิสิทธิ์หลายเรื่องทำคะแนนนิยมเพื่อไทยลด
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ห้อง Meeting A ชั้น 7 ที่ทำการชั่วคราวสมาคมนักข่าวฯ อาคารบางซื่อจังชั่น (ตึกแดง) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีที่ผ่านมาว่า หากมองจากคะแนนเสียงที่ นายชาญ พวงเพ็ชร์ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย สามารถเอาชนะ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เพียงไม่กี่คะแนนนั้น ต้องมองภาพให้ออกว่าการเลือกตั้งนายก อบจ. ต่างจากการเลือกตั้ง ส.ส. เพราะการเลือก อบจ. การวางแผนเครือข่าย อาศัยนักการเมืองท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ เป็นผู้ทำคะแนนให้จากผลที่ชนะกัน ไม่ได้บ่งบอกว่าการเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งต่อไปจะชนะการเลือกตั้งหรือไม่ เพราะ ส.ส.จะเป็นการเลือกแบบเขตใครเขตมัน
นายสมชัยกล่าวอีกว่า การเลือกนายก อบจ.ที่ผ่านมา ฝั่งที่ชนะใช้ชื่อพรรคการเมืองและบุคคลสำคัญของพรรคลงไปช่วยทำคะแนน แต่ผู้ที่แพ้การเลือกตั้งเป็นการสมัครแบบอิสระเป็นการสมัครแบบอิสระ เพราะฉะนั้นแม้จะชนะการเลือกตั้งแต่ใช้ชื่อพรรคการเมืองและบุคคลสำคัญของพรรคมาช่วย ตนมองว่ายังขาดทุนอยู่ เพราะมันเพียงฉิวเฉียดอยู่ ส่วนการร้องเรื่องการทุจริตการเลือกตั้งก็ขึ้นอยู่กับคู่แข่งว่าจะไปร้องหรือไม่นั้น ตนเชื่อว่าการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นมีการใช้เงินและอิทธิพลจำนวนมาก แต่ กกต.จะมีการเอาจริงเอาจังกับการให้ใบเหลืองหรือใบส้มกับผู้ชนะการเลือกตั้งหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง
เมื่อถามว่าผลแพ้ชนะที่ออกมาเพียงฉิวเฉียดสะท้อนความนิยมของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ลดน้อยลงหรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า นายทักษิณห่างเหินจากการเมืองมาเป็นเวลานาน และการกลับมาและการกลับมาหลายอย่างมีการใช้กระบวนการที่คนทั่วไปรู้สึกว่าใช้อภิสิทธิ์หลายเรื่อง ทำให้คะแนนนิยมลดน้อยถอยลง แม้จะใช้ความพยายามในการเดินสาย พยายามสร้างผลกระทบทางการเมืองต่างๆ ขึ้นมา แต่ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นส่วนตัวมองว่ายังได้ไม่เท่าที่ควร เรื่องนี้หากทักษิณและพรรคเพื่อไทยต้องกลับไปประเมินว่าหากจะทำการเมืองระดับประเทศให้พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นที่นิยม วิธีการที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นประโยชน์จริงหรือไม่

