‘ณัฐวุฒิ’ โต้ ‘วิสุทธิ์’ ไม่ได้ขอเพิ่มวันประชุมพร่ำเพรื่อ แค่เฉพาะที่จำเป็นอาจแค่ 2 ศุกร์ต่อเดือน บอก ‘ก้าวไกล’ ก็ลงพื้นที่ไม่ต่างจากพรรคอื่น เหน็บ หากคิดว่า ‘ฝ่ายค้าน’ ใช้เวทีสภาหาเสียง ‘รัฐบาล’ ได้เวลาพูดมากกว่าก็ทำให้ ปชช.เห็นเต็มที่ ไม่มีใครว่า งง สิ่งที่ ‘ปธ.วิป รบ.’ พูดมีวัตถุประสงค์อะไร
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการเพิ่มวันประชุมสภา เพื่อพิจารณากฎหมายสำคัญให้มากขึ้น โดยระบุว่า ส.ส.พรรค ก.ก. ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ ส.ส.กทม. จึงอาจไม่ต้องลงพื้นที่เหมือนกับ ส.ส.พรรคอื่น ดังนั้นอย่าคิดจะประชุมเพื่อหวังเอาคะแนนลอยๆ ว่า นายวิสุทธิ์อาจลืมข้อเท็จจริงเบื้องต้นไป จำนวน ส.ส.เขตของพรรค ก.ก.นั้น ขณะที่ชนะการเลือกตั้งไม่ได้แตกต่างจากพรรค พท. รวมถึง ส.ส.กทม.ที่เราได้มากกว่าพรรค พท.ก็เป็นเพราะประชาชนเลือกเรา ซึ่ง ส.ส.ของพรรค ก.ก.ก็ลงพื้นที่มากเช่นเดียวกัน
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ขณะที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ก.ก. ก็มีความรับผิดชอบในแต่ละประเด็น ซึ่งก็ต้องลงพื้นที่เช่นเดียวกันและลงพื้นที่ตลอด นี่จึงอาจเป็นข้อเท็จจริงที่นายวิสุทธิ์มองคลาดเคลื่อน เช่น กรณีเกิดเพลิงไหม้ที่ย่านเยาวราชเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ส.ส.กทม. เขต 1 ก็ไปถึงพื้นที่ไม่นานนัก ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าเราไม่ได้ลงพื้นที่น้อยกว่าพรรคการเมืองอื่นแบบที่มีการกล่าวอ้างแน่นอน ส่วนใครจะลงมากกว่าหรือไม่นั้นก็คงต้องให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน
นายณัฐวุฒิกล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ เราไม่ได้เสนอให้มีการเพิ่มวันประชุมแบบพร่ำเพรื่อ แต่เราเสนอให้เพิ่มวันประชุมบนพื้นฐานที่ว่าขณะนี้มีกฎหมายและญัตติที่ค้างการพิจารณาอยู่เป็นจำนวนมาก และญัตติที่ค้างการพิจารณานั้นก็เป็นเรื่องที่ ส.ส.แต่ละพรรคเสนอเข้ามา ซึ่งญัตติจำนวนมากไม่ได้มาจาก ก.ก.พรรคเดียว
“เราจึงเสนอให้เพิ่มวันประชุมเข้ามาอย่างจำเพาะเจาะจง เช่น ใน 1 เดือนมี 4 สัปดาห์ ซึ่งสัก 2 สัปดาห์ อาจจะวันศุกร์ในสัปดาห์ที่ 1 กับสัปดาห์ที่ 3 หรือวันศุกร์ในสัปดาห์ที่ 2 กับสัปดาห์ที่ 4 จะสามารถเพิ่มวันประชุมเข้ามาได้หรือไม่ แต่คุณวิสุทธิ์ก็เห็นด้วยกับเราที่บอกว่าหากมีความจำเป็นก็สามารถเพิ่มวันประชุมในวันศุกร์ได้” นายณัฐวุฒิกล่าว
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ส่วนที่มองว่าพรรค ก.ก.เสนอเพิ่มวันประชุมเพื่อหวังคะแนนเลือกตั้งนั้น ตนคิดว่าการที่นำปัญหาของประชาชนไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของญัตติ กฎหมาย หรือรายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ซึ่งมีทุกพรรคร่วมพิจารณาเสร็จแล้ว จะมาบอกว่าเป็นการหาเสียงไม่ได้ เพราะทุกอย่างล้วนมาจากปัญหาของพี่น้องประชาชน หากจะอาศัยเวทีสภาทำงานเต็มที่ ทุกพรรคก็มีสิทธิ์ที่จะทำได้อย่างเท่าเทียมกัน หากเอาเข้าจริงๆ แล้วเวลาที่ได้รับการจัดสรรฝั่งของรัฐบาลมีมากกว่าฝ่ายค้านด้วยซ้ำ
“หากคิดว่าจะใช้เวลาดังกล่าวทำให้ประชาชนเห็นว่าพวกคุณทำเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเต็มๆ คุณก็ทำเต็มที่เลยสิ ไม่ได้มีใครว่ากล่าวอะไร แต่ปรากฏว่าในหลายครั้งที่มีประชุมก็ไม่ได้เห็นว่าจะใช้เวทีดังกล่าว อธิบายถึงที่มา หรือการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด เช่น การพิจารณาการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดินของพรรคก้าวไกลในสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มีสมาชิกจากพรรครัฐบาลอภิปรายเพียงสองท่าน
ปรากฏว่าเมื่อลงคะแนนรัฐบาลก็อาศัยเสียงข้างมากไม่เห็นด้วย ซึ่งผู้เสนอร่างก็ถามว่าที่ไม่เห็นด้วยเพราะอะไร แต่ก็ไม่มี ส.ส.พรรครัฐบาลลุกขึ้นมาอธิบายเหตุผลดังกล่าวเลย ฉะนั้น อย่าเอาปัญหาของพี่น้องประชาชนมาบอกว่าพรรคไหนพูดมากแล้วจะเป็นการหาเสียง ซึ่งไม่ใช่ หากจะพูดก็ขอให้ท่านนำเสนอเหตุและผล แล้วประชาชนจะเป็นคนพิจารณาเองว่านี่คือข้อเท็จจริงหรือแค่ใช้เวทีในการหาเสียง” นายณัฐวุฒิกล่าว
นายณัฐวุฒิกล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่การที่จะมาถกเถียงกันว่าอีกฝ่ายจะทำเพราะอะไร อีกฝ่ายจะไม่ทำเพราะอะไร แต่ท้ายที่สุดแล้วเราเห็นตรงกันใช่หรือไม่ว่ามีกฎหมายที่ค้างพิจารณาอีกเป็นจำนวนมาก และเวลาที่เราใช้ประชุมอาจจะไม่เพียงพอ ซึ่งหากเห็นตรงกันก็มานั่งคุยกันและนี่เป็นความสวยงามในระบอบประชาธิปไตยมากกว่าจะมาบอกว่าอีกฝ่ายใช้เวทีสภาเพื่อการใด
เมื่อถามว่า เบื้องต้นนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ได้นัดประชุมวิปทั้งสองฝ่ายแล้วหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ยังไม่ได้มีการนัด ซึ่งตนคิดว่าหากจะมีการวางแผนล่วงหน้าไว้ก่อนจะดีกว่าหรือไม่ เพราะหากมีการนัดหมายกันล่วงหน้ากิจกรรมในพื้นที่ของสมาชิกก็อาจจะได้ละเว้นไว้ในช่วงที่มีการประชุมในสัปดาห์นั้น แต่ตนคิดว่ายังมีเวลาและคงไม่มีใครเห็นต่างในเรื่องของหลักการ แต่ในรายละเอียดคงต้องมีการมาพูดคุยกัน
“ผมจึงไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ประธานวิปรัฐบาลส่งเสียงออกมาในลักษณะไม่เห็นด้วย แล้วมุ่งโจมตีว่าฝ่ายค้านต้องการหาเสียง ท่านมีวัตถุประสงค์ใด เพราะท้ายที่สุดคนที่เสียมากกว่าก็คือรัฐบาล เพราะกฎหมายที่ค้างอยู่ส่วนใหญ่ก็มาจากรัฐบาล” นายณัฐวุฒิกล่าว

