ศาลฏีกาไม่รับคำร้อง ‘คำรบ ปัญญาแก้ว’ ผู้สมัคร สว.กับพวก ชี้ผู้ยื่นไม่มีสิทธิ ไม่เข้า ม.44 พรป.การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา

7.07.24 | 21:28 น.

ศาลฏีกาไม่รับคำร้อง ‘คำรบ ปัญญาแก้ว’ ผู้สมัคร สว.กับพวก ชี้ผู้ยื่นไม่มีสิทธิ ไม่เข้า ม.44 พรป.การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา


จากกรณี พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 2 กลุ่มกฎหมายฯ และคณะ มายื่นหนังสือถึง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามคำร้อง หลังจากที่ได้ยื่นมาก่อนหน้านี้ในการคัดค้านการประกาศรับรองผู้ที่ได้รับเลือกเป็น สว. 200 คน และสำรอง 100 คน รวมถึงพบความผิดปกติในการลงคะแนนคล้ายมีการจัดตั้งอย่างเป็นระบบ และได้ยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติม เกี่ยวกับโพยลงคะแนนของผู้สมัคร สว. และขอให้ กกต.ได้เปิดหีบนับคะแนนใหม่อีกรอบ จากนั้นได้ไปศาลฎีกาตามนัดฟังคำสั่งจากคำร้องเรื่องทุจริตการเลือก สว.

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากรายงานกระบวนพิจารณา คดีหมายเลขดำที่ ลต สว 323/2567 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 324/2567 ระหว่าง พลต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว , นายประหยัด เสนวิรัช เป็นโจทก์ ที่ 1-2 ตามลำดับ ฟ้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจคำฟ้องแล้ว คดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้อง โดยสรุปว่าโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องคัดค้านต่อเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2567 เกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาว่า ไม่โปร่งใสและบริสุทธิ์ยุติธรรม เพราะมีการรวมกลุ่มกันของผู้สมัครบางคนและบางกลุ่ม เพื่อให้มีการลงคะแนนแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง ในลักษณะ จัดตั้งระบบผู้สมัครด้วยกัน โดยมีผู้วางแผนอยู่เบื้องหลังการกระทำดังกล่าว ซึ่งหากศาลฎีกาสั่งให้มีการเปิดหีบเลือกตั้งและนับคะแนนใหม่โดยใช้ระบบเครื่องมือกลหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะทำให้ทราบถึงความไม่ชอบมาพากลดังกล่าว และมีคำขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งชะลอการประกาศรับรอง ผู้สมัครที่ได้รับเลือกทุกกลุ่มไว้ก่อน และให้จำเลยทำการนับคะแนนใหมโดยใช้เครื่องมือกลหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้น

Advertisement

เห็นว่า กรณีตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสอง มิใช่เป็นเรื่องที่ผู้สมัครในระดับอำเภอ หรือผู้มีสิทธิเลือกในระดับจังหวัด หรือระดับประเทศ เห็นว่าการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกของคณะกรรมการ ผู้อำนวยการการเลือก หรือพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันจะมีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลฎีกาภายใน 3 วัน นับแต่วันที่มีการออกคำสั่งตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 44 ซึ่งจะอยู่ในอำนาจการพิจารณาคดีของศาลฎีกา เมื่อไม่เป็นคดีที่โจทก์ทั้งสองสามารถเสนอต่อศาลฎีกาได้โดยตรงแล้ว หากโจทก์ทั้งสองถูกโต้แย้งสิทธิอย่างไร ก็ชอบที่จะยื่นฟ้องตามลำดับชั้นศาล ต่อศาลที่มีเขตอำนาจ ส่วนที่โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาและคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินตามคำร้องลงวันที่ 3 ก.ค. 2567 รวม 2 ฉบับ เพื่อให้ศาลฎีกาไต่สวนและมีคำสั่งคุ้มครองสิทธิของโจทก์ทั้งสองในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภานั้น

เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยแล้วว่า โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิยื่นคำฟ้องต่อศาลฎีกา จึงไม่ต้องสั่งคำร้องดังกล่าวอีก

จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง