วุฒิ เมินเสียงไล่ส่ง ลุยประชุมวันนี้ อ้าง ไร้ สว.ใหม่
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงการนัดประชุมวุฒิสภาวันที่ 8 กรกฎาคม มีการตั้งข้อสังเกตว่าไม่เหมาะสม เพราะ ส.ว.ชุดเก่าหมดวาระแล้วว่า ไม่ใช่อย่างนั้น เวลานี้เป็นสมัยประชุม ถ้า กกต.ประกาศรับรอง ส.ว.ใหม่เมื่อไหร่ เราทำหน้าที่ไม่ได้อีกแล้ว เป็นวันเปิดสมัยประชุมที่กำหนดอะไรไว้เรียบร้อยแล้วทั้ง สส. ,สว. และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รู้ว่าวันที่ 3 กรกฎาคม เปิดสมัยประชุม ถ้าเราไม่ทำ ไม่เปิดก็ขัดต่อกฎหมายที่กำหนดไว้ว่าต้องทำหน้าที่ต่อจากวันที่ 10 พฤษภาคม เรื่อยไปจนกว่าจะมี สว.ชุดใหม่ มีแค่นั้นเราจะไปทำอะไรพิสดารนั้นไม่มี
เมื่อถามว่า สว.ชุดใหม่มองว่าโดยมารยาทแล้ว สว.ชุดเก่าไม่ควรที่จะทำงานแล้ว นายพรเพชรกล่าวว่า ทำไปตามสิ่งที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ และรัฐสภาต้องมีทั้ง สส.และ สว.คู่กัน การประชุมวุฒิสภาในวันที่ 8 กรกฎาคม เป็นการพิจารณา เรื่องที่ สส.ไม่เห็นด้วยกับแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่…) พ.ศ. … ที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม และได้ส่งคืนสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา เมื่อไม่เห็นด้วย ทางสภาผู้แทนราษฎรส่งคืนมาที่วุฒิสภา ซึ่งทางวุฒิสภาต้องทำหน้าที่ ดังนั้นจะไม่ทำหน้าที่ก็ไม่ได้ และไม่รู้ว่า กกต.จะรับรอง สว.ใหม่เมื่อไหร่
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้รับสัญญาณจาก กกต.ว่ารับรอง สว.ใหม่เมื่อไหร่หรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า เราคอยถามเพราะ กกต.เขาต้องแจ้งมาก่อนว่าเป็นเมื่อไหร่ ถ้าเขาทราบหรือมีมารยาท เขาก็ต้องสื่อสารให้รู้ว่าจะรับรองเมื่อไหร่ แต่ตอนนี้ชัดเจนว่าวันที่ 8 กรกฎาคม ไม่มีการรับรองสว.
เมื่อถามถึงกรณีนายสมชาย แสวงการ สว. จะเสนอญัตติเพื่อถอดบทเรียนการเลือก สว.ชุดใหม่ ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า เป็นในทำนองพิจารณาว่าควรจะดำเนินการอย่างไร เมื่อไหร่กกต.จะดำเนินการรับรอง สว.ชุดใหม่ ให้แล้วเสร็จ หรือมีปัญหาอะไรหรือไม่ที่เป็นทางการ เพื่อให้ สว.ชุดใหม่เข้ามาทำงานต่อกันไปเลย นี่คือวัตถุประสงค์ที่หารือของวิปวุฒิสภาในการเสนอญัตติ แต่ตนยังไม่ได้ดูว่านายสมชายเสนออย่างไร ที่ประชุมอาจจะพิจารณาอย่างไรก็ได้ สมาชิกอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ต้องเห็นใจกกต. อยากดูว่ามีประเด็นใดที่จะช่วยเหลือได้เราก็ดำเนินการไป
นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. กล่าวถึงกรณีสว.ชุดใหม่ออกมาระบุว่าโดยมารยาทแล้ว สว.ชุดเก่าควรหยุดทำหน้าที่ได้แล้วว่า สว.ชุดเก่าทำไปตามหน้าที่ และไม่ควรหยุดพักเพราะต้องพิจารณาเรื่องที่ค้างอยู่ และเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย กฎหมายให้อยู่แค่ไหน เราก็อยู่แค่นั้น และเชื่อว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คงไม่ช้าในการรับรอง ส.ว.ชุดใหม่ ดังนั้น สว.ชุดเก่าก็ทำไปตามหน้าที่ ในเวลาที่มีซึ่งเป็นไปตามเวลา เมื่อ กกต.รับรอง สว.ใหม่ สว.เก่าหมดหน้าที่ จึงเห็นว่า สว.ชุดใหม่ต้องไปเร่งรัด กกต.ให้รีบรับรอง อย่าไปสนใจว่า สว.ชุดเก่าจะทำอะไร และ สว.ชุดเก่าก็ไม่ควรไปสนใจ สว.ชุดใหม่ว่าเขาจะมาทำอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นด้วยกับญัตติที่นายสมชาย แสวงการ สว. จะเสนอให้มีการถอดบทเรียนการเลือก สว.ชุดใหม่หรือไม่ นายเสรีกล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นรายละเอียดในญัตติว่าจะเสนออะไร ไม่เห็นด้วยสว.จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการใช้อำนาจของกกต. เพราะหากต้องการถอดบทเรียนการเลือก สว.ชุดใหม่นั้นก็ถอดไม่ทัน เพราะเวลาหมดแล้ว
เมื่อถามว่าอาจทำให้ถูกมองว่า สว.ชุดเก่าต้องการยื้อเวลาหรือไม่ นายเสรีกล่าวว่า ใครจะคิดอย่างไรก็แล้วแต่ แต่เราไม่อยากคิดถึงขนาดนั้น ถ้าดูจากวาระหน้าที่ไม่ควรเข้าไปพิจารณาเรื่องใดก็ตามเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระคือกกต. เพราะขัดต่อกฎหมายมาตรา 58 มาตรา 76 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. และรัฐธรรมนูญมาตรา 129 วรรคสี่ เป็นตัวบทกฎหมายไม่ให้สว.เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระ อย่างไรก็ตามคิดว่า กกต.คงทำหน้าที่ของเขา เราก็ต้องให้กกต.มีความเป็นอิสระในการ
ทำหน้าที่ ไม่ควรเป็นภาพทะเลาะกันระหว่างสว.เก่ากับ สว.ใหม่ เพราะทุกฝ่ายทุกคนก็ต้องทำหน้าที่ตามกฎหมาย พอมีสว.ชุดใหม่มาชุดเก่าก็หมดไป เวลาก็ไม่นาน สิ่งสำคัญคือตอนนี้ความเห็นและความขัดแย้งหลากหลายมากมาย เป็นความขัดแย้งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ดังนั้นวิธีการปลดชนวนความขัดแย้งของสิ่งเหล่านี้อยู่ที่ กกต.ต้องเร่งตรวจสอบและรับรอง สว.ชุดใหม่โดยเร็ว ทุกฝ่ายจะได้เข้าตามระบบกฎหมาย

