เปิดผลโพล ก้าวไกล นำโด่ง 58.77% ประชาชนหนุน เลือกนายก อบจ. เพื่อไทยได้ 13.59%
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเพจ “ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์” ระบุว่า
ผลสำรวจจะเลือก นายก อบจ. ของผู้สมัครพรรคก้าวไกล ร้อยละ 58.77 ตามด้วยพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 13.59 ‘อาจารย์ธำรงศักดิ์โพล’
งานวิจัยส่วนบุคคลของ รองศาสตราจารย์ ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต เก็บข้อมูลแบบสอบถามจากคนทั้งประเทศ จำนวน 4,310 คน เก็บแบบสอบถามระหว่าง 8-21 เมษายน 2567 โดยนักศึกษาปริญญาตรี-โท-เอก คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต 127 คน เก็บแบบสอบถามใน 47 จังหวัด
ข้อคำถามว่า
“พรรคการเมืองที่ท่านจะสนับสนุนในการเลือกตั้งท้องถิ่น นายก อบจ. ครั้งต่อไป” ผลการวิจัยพบว่า (มี 4,305 คนตอบคำถามข้อนี้)
- พรรคก้าวไกล ร้อยละ 58.77 (2,530 คน)
- พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 13.59 (585 คน)
- พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 2.65 (114 คน)
- พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 2.56 (110 คน)
- พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 2.44 (105 คน)
- พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.99 (86 คน)
- พรรคอื่นๆ ร้อยละ 1.74 (75 คน)
- เลือกผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 2.42 (104 คน)
- ไม่แสดงความเห็น ร้อยละ 13.84 (596 คน)
ร้อยละเป็นรายภาค
1.เลือก พรรคก้าวไกล กรุงเทพฯ ร้อยละ 60.60 ภาคกลาง ร้อยละ 60.90 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 60.20 ภาคเหนือ ร้อยละ 39.10 ภาคใต้ ร้อยละ 55.50 สามจังหวัดชายแดนใต้ ร้อยละ 60.0
- เลือก พรรคเพื่อไทย กรุงเทพฯ ร้อยละ 13.20 ภาคกลาง ร้อยละ 12.70 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 18.70 ภาคเหนือ ร้อยละ 27.40 ภาคใต้ ร้อยละ 10.90 สามจังหวัดชายแดนใต้ ร้อยละ 6.70
- พรรคภูมิใจไทย สูงสุดที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 5.10 พรรครวมไทยสร้างชาติ สูงสุดที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ร้อยละ 3.70 พรรคประชาธิปัตย์ สูงสุดที่ภาคใต้ ร้อยละ 6.70 พรรคพลังประชารัฐ สูงสุดที่ภาคเหนือ ร้อยละ 3.60
หมายเหตุ : การเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสมาชิก อบจ. พร้อมกันทุกจังหวัด จะเกิดขึ้นภายในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ยกเว้นจังหวัดที่นายก อบจ. ได้ลาออกและมีการเลือกตั้งไปแล้ว
รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ ความหมายสำคัญคือ ภูมิทัศน์การเมืองท้องถิ่นกำลังเปลี่ยนแปลง จากแต่เดิมบ้านใหญ่หรือนักการเมืองใหญ่ของท้องถิ่นครองบัลลังก์ต่อเนื่องยาวนานได้ เพราะในแต่ละจังหวัดไม่ค่อยมีกลุ่มพลังอื่นที่จะสามารถท้าทายบ้านใหญ่หรือนักการเมืองใหญ่ได้ และยังมีวาทกรรมที่ช่วยสนับสนุนคือ การเมืองท้องถิ่น ควรเป็นเรื่องของท้องถิ่น ไม่ควรที่พรรคการเมืองระดับชาติเข้ามาแทรกแซง ทว่าในความเป็นจริง หากประชาธิปไตยและการเลือกตั้งมีความต่อเนื่องแบบในประเทศที่พัฒนาแล้ว พรรคการเมืองระดับชาติกับการเมืองท้องถิ่นจะเป็นเรื่องเดียวกัน
ดังนั้น ผลสำรวจในครั้งนี้ ได้แสดงให้เห็นว่า ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ต้องการเปลี่ยนแปลงการเมืองในท้องถิ่น และการจะเปลี่ยนแปลงได้ รวมทั้งสร้างสรรค์ให้ท้องถิ่นเจริญกว่าเดิมได้ ก็ต้องอาศัยพรรคการเมืองเข้ามาช่วย เพื่อชัยชนะเหนือบ้านใหญ่หรือนักการเมืองใหญ่ที่ครองชัยชนะมานานเกินไป กระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลงกำลังพัดเข้าสู่ทุกท้องถิ่นไทยอย่างแรงยิ่ง


