‘ชทพ.’หนุนปรองดองชง’คสช.’แก้’สองมาตรฐาน-ลดเหลื่อมล้ำ’ก่อนเลือกตั้ง

17.02.17 | 16:35 น.

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) นายวราวุธ ศิลปอาชา พร้อมด้วย นายภราดร ปริศนานันทกุล นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล และนายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ อดีตส.ส.พรรคชทพ. ร่วมกันแถลงภายหลังเข้าให้ความเห็นต่อคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
นายวราวุธ กล่าวว่า การให้ความเห็นถือเป็นความเห็นส่วนตัวที่คณะทำงานได้รวบรวมก่อนนำเสนอทั้ง 10 ประเด็นต่อเวทีรับฟังความเห็น โดยนายธีระวงศ์สมุทร หัวหน้าพรรคฯ ได้เสนอให้ต้องยึดหลัก 4 ด้าน คือ 1.หลักนิติธรรม 2.หลักคุณธรรม 3.ความโปร่งใส และ 4.การมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน เป็นแนวทางการสร้างความสามัคคีปรองดอง และต้องใช้ความจริงใจในการขับเคลื่อนงาน มองว่าการสร้างความปรองดองให้สำเร็จและไม่นำประเทศกลับไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองถือเป็นประเด็นที่สำคัญมากกว่าการเลือกตั้ง ในฐานะที่เป็นนักประชาธิปไตย ตนไม่รีบที่จะต้องมีการเลือกตั้ง หากจะเสียเวลาอีกหน่อยก็ไม่เป็นไป เพราะต่อให้มีการรีบเลือกตั้งตอนนี้ โดยที่ยังไม่มีการแก้ไขปัญหา เชื่อว่าอีก 5-10 ปีข้างหน้าเราก็คงต้องกลับมาคุยเรื่องความปรองดองกันอีก
“การให้ความเห็นเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ไม่มีกล่าวโทษผู้ใด โดยทางพรรคไม่มีข้อเสนอต่อบทบาททหารในด้านการเมือง รวมถือประเด็นเรื่องปรองดองที่ใช้กลไกของการนิรโทษกรรม ส่วนข้อเสนอเรื่องกลไกการคลี่คลายความขัดแย้งในอนาคตเป็นประเด็นแรกที่พรรคได้ให้ความเห็น ส่วนรายละเอียดนั้น ผมไม่ขอพูด เพราะอยากให้คณะทำงานรับฟังความเห็นให้ครบทุกพรรคและสรุปออกมาเป็นแนวทางเดียวกันก่อน แต่ทั้งนี้ข้อเสนอที่พรรคเสนอไปเชื่อว่าทำได้จริง”นายวราวุธ กล่าวและว่า ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอของพรรคการเมืองที่ให้นักการเมืองลงสัตยาบรรณเพื่อให้ความร่วมมือไม่สร้างขัดแย้งทางการเมืองในอนาคตนั้น มองว่าไม่ควรนำประเด็นดังกล่าวมาใช้พร่ำเพรื่อจนเกิน เพราะตนมองว่าประเด็นความขัดแย้งควรทำให้เป็นรูปธรรมและผลสำเร็จแทนการลงสัตยาบรรณ


นายภราดร กล่าวว่า การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรรม ต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้เป็นมาตรฐานและในกระบวนการที่เกี่ยวข้องต้องนำบทเรียนข้อผิดพลาดมาพิจารณา โดยเฉพาะประเด็นความรู้สึกของประชาชนที่ยังมีความเป็นสองมาตรฐานอยู่ ดังนั้นการสร้างความปรองดองต้องอาศัยหลักนิติธรรมและหลักคุณธรรมควบคู่กัน ขณะเดียวกันต้องเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความเห็นเพื่อทำให้รู้สึกเป็นเจ้าของและเกิดการยอมรับ อย่านำเฉพาะคู่ขัดแย้งมาพูดคุยเท่านั้น เพราะอาจทำให้สังคม มองว่า เป็นการไกลเกลี่ยเพื่อสมประโยชน์เฉพาะฝ่ายการเมืองเท่านั้น และต้องมีความยืดหยุ่นกับประชาชนทุกฝ่ายด้วย

นายกรวีร์ กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้น นับหนึ่งซึ่งถือเป็นบรรยากาศแลกเปลี่ยนที่ดี ดีใจที่รัฐบาลเป็นเจ้าภาพหลักสร้างสมานฉันท์ ทราบว่าจะมีการรับฟังประชาชนในพื้นที่ด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี พรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมสนับสนุนทุกรูปแบบ พร้อมตั้งความหวังกับคณะกรรมการ ป.ย.ป.ที่มีความร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมถึงประขาชน นำประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง ทั้งนี้การที่รัฐบาลกับคสช.ได้รับฟังความเห็นจากฝ่ายการเมืองและประชาชน ถือเป็นการเริ่มต้นความจริงใจที่ดี และเชื่อว่าคสช.จะสามารถสร้างความปรองดองได้สำเร็จ เพราะมีเครื่องมือเป็นกฎหมายและกฎระเบียบ รวมถึงความร่วมมือจากประชาชน

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นเรื่องการนำเสนอแนวทางด้านความเหลื่อมล้ำ นั้นทางพรรคได้เสนอเรื่องที่ทำกิน เพื่อเกษตกร โดยจำเป็นต้องมีเจ้าภาพหลักที่แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงประเด็นเรื่องการจัดเก็บภาษี ที่ต้องบริหารจัดการเพื่อนำประโยชน์มาสู่คนส่วนใหญ่ของประเทศและเกษตกร รวมไปจนถึงการบริหารจัดการน้ำและไฟฟ้า เพื่อการเกษตร เช่นการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ทางด้านเศรษฐกิจของเกษตกร

Advertisement