‘กมธ.ที่ดิน’ จ่อ ถกปมดราม่า ‘ทับลาน’ พรุ่งนี้ ชี้มีคน 3 กลุ่มอยู่ในพื้นที่ทับซ้อน อย่าตีขลุมเป็นอุทยานฯทั้งหมด ยันปชช.ที่อยู่ก่อนปี 2524 ต้องได้รับสิทธิ ส่วนเขต ส.ป.ก.ต้องเช็กทำเกษตรจริงหรือไม่ เร่งศาลพิจารณา 400 กว่าคดีหวั่นกระทบแผนที่วันแมป
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดราม่าการเฉือนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน 2.65 แสนไร่ และมีกระแสตีกลับว่าข้อมูลที่ออกมาไม่เป็นความจริง ว่า ข้อมูลต่างๆ ยังต้องมีกระบวนการในการพิสูจน์และตรวจสอบอีก โดย กมธ.ที่ดินฯ จะมีการบรรจุเรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุมในวันที่ 10 กรกฎาคมนี้ เพื่อขอมติที่ประชุมในการบรรจุวาระกรณีป่าทับลานเข้าสู่การพิจารณาในวันที่ 17 กรกฎาคม ซึ่งการประชุมของ กมธ.จะนำข้อมูลในส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมอุทยานฯ มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ส.ป.ก.หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาประกอบการพิจาณา เพื่อให้เกิดความกระจ่างกับสังคม และจะแจ้งผลการพิจารณาให้ประชาชนรับทราบต่อไป
เมื่อถามว่าโดยหลักการแล้วพรรคก้าวไกลมีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไร นายพูนศักดิ์กล่าวว่า ตนคิดว่าในการบริหารจัดการพื้นที่ป่า โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อุทยานฯ ทับลาน เราต้องมองแต่ละบริบทแตกต่างกันออกไป ในเขตพื้นที่ทับลานมีประชาชน 3 กลุ่ม ที่ทับซ้อนกันอยู่ในเขตพื้นที่ตรงนี้ กลุ่มแรก คือประชาชนที่อยู่มาก่อนการประกาศเขตอุทยานฯ เมื่อปี 2524 กลุ่มที่สอง คือประชาชนที่ได้รับ ส.ป.ก. และอนุญาตให้ทำกินในพื้นที่ ส.ป.ก. และกลุ่มที่สามคือกลุ่มที่เข้ามาหลังประกาศเขตอุทยานฯ และทำให้เกิดคดีความ ซึ่งเท่าที่เราทราบมีอยู่ 400 กว่าคดี ที่ทางกรมอุทยานฯ ได้ดำเนินการฟ้องร้องกับผู้ที่บุกรุกพื้นที่
นายพูนศักดิ์กล่าวต่อว่า ทั้ง 3 กลุ่มนี้เราต้องดำเนินการในแต่ละเคสแยกแตกต่างกันออกไป ไม่ใช่รวมทุกอย่างเหมาเข่งรวมกันและประกาศพื้นที่อุทยานฯ เลยทั้งหมด เพราะรวมทั้งหมดประชาชนกลุ่มแรกก็จะเสียสิทธิ ซึ่งเราต้องยอมรับว่าสิทธิของประชาชนที่อยู่มาก่อนในพื้นที่ป่าต้องได้รับการพิสูจน์ และการพิสูจน์สิทธินี้ต้องอาศัยกระบวนการดำเนินการ ซึ่งอาจจะล่าช้าไปบ้างแต่ตนคิดว่ามีความคุ้มค่าต่อประชาชนที่รอคอยสิทธิตรงนี้มาตั้งแต่ปี 2524 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 40 ปี และควรให้เขาได้มีสิทธิของเขาเหมือนกัน ส่วนประชาชนกลุ่มที่ได้รับ ส.ป.ก.คิดว่าคงต้องดำเนินการไปตามนั้น เพราะว่าหน่วยงานรัฐคือ ส.ป.ก.เป็นคนออกเอกสารสิทธิให้เขา ส่วนกลุ่มสุดท้ายที่ถูกดำเนินคดีอยู่ ตนคิดว่าก็ต้องปล่อยให้ไปสู่กระบวนการของศาล และต้องเร่งพิจารณาเพราะจะมีผลกระทบต่อการประกาศแผนที่วันแมปต่อเนื่องไปด้วย
เมื่อถามว่ามีข้อมูลจากบางกลุ่มว่าอาจจะมีกลุ่มทุนเข้ามาได้รับผลประโยชน์ในเรื่องเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ ทับลาน นายพูนศักดิ์กล่าวว่า คำว่ากลุ่มทุนที่จะเข้ามามีผลประโยชน์ ตนคิดว่าก็ต้องมองจาก 3 กลุ่มข้างต้น ว่ากลุ่มไหนมีความเสี่ยงที่กลุ่มทุนจะเข้ามามีผลประโยชน์ ถ้าดูกลุ่มที่หนึ่งเราก็ต้องยอมรับว่าการพิสูจน์สิทธิก็เป็นขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการ ซึ่งการพิสูจน์สิทธิจะเป็นชาวบ้านกลุ่มเดิม หรือมีการซื้อขายเปลี่ยนมือนั้น คิดว่าก็ต้องมีการพิสูจน์ใหม่กันอีกครั้งหนึ่ง ส่วนในกลุ่ม ส.ป.ก.ตนคิดว่าไม่น่ามีปัญหาเพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับเอกสารสิทธิมาอยู่แล้ว แต่เรื่องการจะพิสูจน์ต่อเนื่องกันไปว่ามีการทำอาชีพเกษตรกรรมจริงหรือไม่อย่างไรนั้น ก็เป็นเรื่องของ ส.ป.ก.ที่ต้องไปดำเนินการต่อ ส่วนกลุ่มสุดท้ายมันแน่นอนอยู่แล้วว่าเรื่องอยู่ในกระบวนการชั้นศาล ก็ต้องรอให้ศาลดำเนินการต่อ

