‘คสช.’แจงใช้ม.44 ค้น’วัดพระธรรมกาย’ปัด’กลั่นแกล้ง-ทำลายศาสนา’

17.02.17 | 18:27 น.
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีการใช้มาตรา 44 เพื่ออำนวยสะดวกเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายต่อกรณีวัดพระธรรมกาย ว่า เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และตำรวจยังคงเป็นผู้รับผิดชอบหลักและใช้กฎหมายปกติเข้าดำเนินการตรวจค้นพื้นที่วัดพระธรรมกาย ส่วนทหารเพียงทำหน้าที่พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(กกล.รส.)ในฐานะเลขาธิการคสช.ได้ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ยืนยันว่าการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายไม่ใช่การกลั่นแกล้ง หรือ ต้องการทำลายศาสนา อย่างที่บางคนพยายามบิดเบือน ทั้งนี้เป็นเรื่องของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่อาจกระทำผิดกฎหมายไปเกี่ยวโยงกับคดีของสหกรณ์เครดิตยูเนียน ที่เกิดความเสียหายมีประชาชนหรือผู้ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง จนเป็นที่สนใจและต้องการความกระจ่างชัดจากสังคม ปัจจุบันจึงต้องอาศัยการพิสูจน์ผ่านการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมที่เป็นหลักสากล


“โดยทั่วไปในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ถ้ามีเรื่องการกระทำความผิดหรือละเมิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ต้องสามารถเข้าไปดำเนินการไม่สามารถจะไปละเว้นหรือยกเว้นพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งได้ สำหรับการขัดขวางหรือการปฏิเสธความร่วมมือใดๆ โดยเฉพาะมีสถานะเป็นพระสงฆ์อาจทำให้สังคมสับสนต่ออาการและกริยาของผู้ครองสมณเพศ และคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าการกระทำบางอย่างดูเกินเลยไปจากกรอบกิจทั่วไปของสงฆ์ที่ผ่านมาสังคมส่วนใหญ่ เข้าใจว่าที่ยังไม่เป็นเรื่องในทางคดี เพราะอาจมีการช่วยเหลือจากบางกลุ่มบางบุคคล รวมทั้งพบว่ามักมีการปลุกระดมประชาชนให้มาเป็นกรอบป้องกันเพื่อไม่ให้มีการเข้าถึง แต่ในปัจจุบันหลายๆ กรณีเพื่อไขข้อสงสัยต่างให้สังคม ภาครัฐจำเป็นต้องใช้แนวทางของกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้มีการพิสูจน์และแก้ต่างกันไปตามกระบวนการ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นที่ยอมรับตามแนวทางของกฎกติกาสังคม”พ.อ.วินธัย กล่าว