หน้าแรก การเมือง ก้าวไกล ชงแก้...

ก้าวไกล ชงแก้กม.วินัยการคลัง คุมกองทัพ ใช้เงินลับๆล่อๆนอกงบ สุดท้ายรบ.ยื้อ 60 วัน เอาไปศึกษา

10.07.24 | 19:50 น.

ครม.ดึงกม.วินัยการเงินการคลัง กลับไปศึกษาภายใน 60 วัน หลัง “สส.ก้าวไกล” จี้ใช้เงินนอกงบประมาณต้องโปร่งใส ปชช.ต้องรู้ โดยเฉพาะกองทัพ ที่ใช้งบแบบลับๆล่อๆ

เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายวันหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังของรัฐ (ฉบับที่..) พ.ศ…. เสนอโดย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และคณะเป็นผู้เสนอ

โดย นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนเสนอแก้ไขในมาตรา 28 เดิม พ.ร.บ.ฉบับนี้ระบุไว้ว่า ในการดำเนินโครงการของรัฐบาลที่รัฐบาลต้องรับภาระชดเชยค่าใช้จ่ายหรือต้องยอมรับการสูญเสียรายได้ในการดำเนินนโยบายนั้นคือนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ กฎหมายระบุว่าให้กระทำได้เฉพาะที่อยู่ในอำนาจหน้าที่และกฎหมายเพื่อฟื้นฟูหรือกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิต ช่วยฟื้นฟูพี่น้องที่ประสพกับสาธารณภัย วินาศกรรมต่างๆ ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะต้องพิจารณาภาระทางการคลังที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการภาระทางการคลังของรัฐและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งคนที่ควรรู้ที่สุดไม่ใช่ ครม.แต่เป็นประชาชนที่เป็นผู้แบกรับภาระเสียภาษี ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะในมาตรา 29 ในเรื่องผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินนโยบายยังเปิดเผยให้เกิดเผยต่อสาธารณะและประชาชนได้ทราบ

ยกตัวอย่าง โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่รัฐบาลมีภาระทางการคลังก้อนมหาศาล เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องรับทราบการเงินการคลังที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งในปัจจุบันและอนาคต และผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายด้วย ดังนั้น การแก้ไขมาตรา 28 จะทำให้ประชาชนได้ติดตามกำกับนโยบายของรัฐได้ใกล้ชิดมากขึ้น

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญคือเงินนอกงบประมาณโดยเฉพาะของกองทัพ ในมาตรา 61วรรคสอง เดิมระบุเอาไว้ว่าเงินนอกงบประมาณให้มีเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชนฺในการปฏิบัติหน้าที่หรือการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของการมีเงินนอกงบประมาณนั้น เงินนอกงบประมาณของหน่วยงานของรัฐให้นำมาฝากไว้ที่กระทรวงการคลัง เว้นแต่จะมีกฎหมายหรือตกลงกับกระทรวงการคลังไว้เป็นอย่างอื่น ซึ่งต้องการให้มีการจัดการงบประมาณอย่างโปร่งใส ซึ่งกมธ.งบประมาณก็มีข้อสังเกตทุกปี การที่กองทัพ หรือหน่วยงานอื่นจะบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณด้วยตัวเองตนยืนยันว่าสามารถทำได้ แต่ควรต้องมีกฎหมายกำกับเอาไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้การจัดการเงินนอกงบประมาณมีความโปร่งใส มีการตรวจสอบทางบัญชีที่ถูกต้อง

Advertisement

“การที่กองทัพทำเพียงข้อตกลงเพียงกระดาษ A4 ไม่กี่หน้ากับกระทรวงการคลัง เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล และเงินนอกงบประมาณเคยมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าคือเงินของประชาชน จะเอาความสะดวกเข้าว่าไม่ได้ ต้องเอาความโปร่งใสและตรวจสอบได้เป็นที่ตั้ง ดังนั้นการทำข้อตกลงด้วยเอกสารไม่กี่แผ่นจึงไม่สมเหตุสมผล ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ธุรกิจกองทัพต่างๆอยู่ในแดนสนธยา ซึ่งจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกองทัพไปเรื่อยๆ ยิ่งอ้างว่าเป็นความลับ เป็นเรื่องของความมั่นคง ยิ่งทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสว่าการที่กองทัพมาทำมาหากินกลายเป็นเรื่องความมั่นคงไปได้อย่างไรหรือความมั่นคงในกระเป๋าของนายพล คนไหนกันแน่ หรือแท้ที่จริงมันลับจริงๆ แต่เป็นเรื่องที่ลับๆล่อๆ ผมจึงเสนอให้การจัดการเงินนอกงบประมาณ โดยที่ไมา่ต้องเอามาฝากไว้ที่กระทรวงการคลัง ต้องมีกฎหมายในระดับ พ.ร.บ.กำกับเท่านั้น เหมือนกับสถาบันอุดมศึกษาต่างๆที่เขาทำกันได้ และประชาชนคือคนที่เสี่ยงไม่ใช่ครม. ดังนั้นประชาชนก็ต้องรู้” นายวิโรจน์ กล่าว

จากนั้น สมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะส.ส.จากพรรคก้าวไกล พุ่งเป้าไปที่เงินนอกงบประมาณของกองทัพที่ไม่มีความชัดเจน ไม่สามารถตรวจสอบได้ และเห็นว่าการใช้จ่ายของรัฐควรเผบแพร่ให้ประชาชนรับทราบอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ เพื่อเป็นการควบคุมไม่ให้รัฐบาลและกองทัพใช้จ่ายเกินตัว

หลังสมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้น นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รัฐบาลต้องมีความรอบคอบในการพิจารณา และศึกษาร่างกฎหมายดังกล่าวให้มีความสมบูรณ์ ครบถ้วน ทาง ครม.จึงขอรับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ไปพิจารณาภายในกรอบเวลาก่อนที่สภาฯจะรับหลักการในวาระที่ 1 ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ

จากนั้น ที่ประชุมลงมติอนุมัติให้ครม.รับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว กับไปพิจารณาภายใน 60 วัน ด้วยคะแนน 268 เสียง ไม่เห็นด้วย 162 เสียง ไม่ลงคะแนน 3 คะแนน