หน้าแรก การเมือง ธรรมนัส ย้ำขอ...

ธรรมนัส ย้ำขอให้ใจเย็น! ทับลาน ยังไม่ถึง ส.ป.ก. รอกรมอุทยานชี้ชัดก่อน

11.07.24 | 19:14 น.

ธรรมนัส ย้ำขอให้ใจเย็น! ทับลาน ยังไม่ถึง ส.ป.ก. รอกรมอุทยานฯให้ชัดก่อน คปก.อนุมัติงบกว่า 53 ล้านปรับปรุงการจัดการ


เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมไชยยงค์ ชูชาติ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนใน อ.ทับลาน จ.นครราชสีมา ว่า จาก กระแส #SAVE ทับลาน ที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักในโลกออนไลน์ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) อยากขอความร่วมมือประชาชนทุกคนรอความชัดเจนของกระบวนการขั้นตอนจากทางกรมอุทยานแห่งชาติและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ครบถ้วนเสร็จสิ้นก่อน ซึ่งทางกรมอุทยานฯมีหน้าที่เป็นผู้จำแนกพื้นที่ และขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนของสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ในการดำเนินการจัดการ แต่ถ้าหากมีการจำแนกที่ดินเรียบร้อยแล้ว หากมีที่ดินเหลือที่ต้องจัดสรรและตรวจสอบ จะเป็นหน้าที่ของ ส.ป.ก. ที่จะดำเนินการต่อไป

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า จากกรณีมีกระแสข่าวออกไป ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช เปิดช่องทางออนไลน์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ท้ายที่สุด ที่ดินบางส่วนจะต้องถูกจำแนกออกมาเพื่อมาอยู่ในขั้นตอนของ ส.ป.ก. เป็นคนออกโฉนดเป็นที่ดินทำกินให้กับพี่น้องชาวเกษตรกร ทำให้ประชาชนและหลายฝ่ายกังวลว่าที่ดินดังกล่าว จะเกิดการซื้อขายเปลี่ยนมือและตกไปอยู่ในมือของกลุ่มนายทุน

Advertisement

“ประเด็นดังกล่าว ยังอยู่ในขั้นตอนการเปิดรับฟังความคิดเห็นของกรมอุทยานฯ และต้องดูว่าพื้นที่ที่ได้รับมอบมาจากกรมอุทยานฯ จะเป็นพื้นที่แบบไหน หากพื้นที่นั้นมีอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เช่น โรงเรียน รีสอร์ต โรงแรม ต้องมีการจำแนกพื้นที่ให้ชัดเจน หากพื้นที่ไหนยังไม่ถูกจำแนกและสามารถจัดสรรให้กับเกษตรกรได้ ส.ป.ก. จะส่งมอบให้เกษตรกรต่อไป ย้ำว่า ขณะนี้อย่าเอา ส.ป.ก.ไปเหมารวม ในเรื่องการขายที่ดินให้กับนายทุนไปทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวต่ออีกว่า กรณี SAVE ทับลาน ก่อนหน้านี้เคยให้ข้อมูลไปแล้ว ว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับ ส.ป.ก. และกรณีดังกล่าวเป็นกระบวนการที่คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้รับทราบในรัฐบาลก่อนหน้า ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานฯ ที่จะต้องทำตามขั้นตอนมติ ครม. ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นกรมอุทยานฯ ก็อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น เพราะเป็นประเด็นทางสังคมที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม หากการเปิดรับฟังความคิดเห็นแล้วเสร็จ และมีที่ดินทับลานส่วนใดก็ตามมาอยู่ในความดูแล ของ ส.ป.ก. เวลานั้นจึงจะมีสิทธิจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรได้ตามความเหมาะสม อยากให้ประชาชนรอกระบวนการให้ครบเสร็จสิ้นจากทางกรมอุทยานก่อน ส่วนกระบวนการ ส.ป.ก. ก็จะรับช่วงต่อจากกรมอุทยานฯเป็นขั้นตอนต่อไป

นอกจากนี้ กรณีที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้กล่าวถึงพื้นที่ทับลานจำนวน 260,000 ไร่ และมีพื้นที่กว่า 50,000 ไร่ ที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีรุกป่า แต่ในช่วงปี 2564 ได้มีเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. พื้นที่ เร่งออกโฉนด 4-01 เพื่อให้กลุ่มทุนนำไปใช้อ้างต่อศาลในการอุทธรณ์คดีนั้น

ร.อ.ธรรมนัสชี้แจงว่า กระบวนการทั้งหมดที่เกิดขึ้น มาจากประชาชนไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินในยุคก่อน จึงได้ลงไปแก้ไขปัญหา และคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติได้นำประเด็นที่ประชาชนร้องเรียนมาหารือ และวางกรอบในการแก้ไขปัญหา ดังนั้นที่ดินที่ถูกกล่าวอ้างมากกว่า 200,000 ไร่ ยังอยู่ในกระบวนการดำเนินงาน จากกระทรวงทรัพย์ฯ โดยกรมอุทยานฯ อย่าไปตีความก่อน ขอให้รอกรมอุทยานฯดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อน

ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่ของ ส.ป.ก.เข้าไปเกี่ยวข้องกับการออกโฉนดในพื้นที่ทับลานหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสบอกว่า

“พื้นที่ทับลานยังไม่มีการตรวจสอบ เพราะยังไม่ถึงขั้นตอนของ ส.ป.ก. แต่กรณีก่อนหน้านี้ที่โคราช ได้มีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่แล้ว และอยู่ระหว่างที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบอีกหลายราย ใครทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วนะ” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ว่า มีทั้งหมด 4 วาระ แต่วาระที่สำคัญที่ควรพิจารณา คือ การขอใช้พื้นที่ในการสร้างวัด ซึ่งทาง ส.ป.ก.อนุญาตให้ใช้พื้นที่ไม่เกิน 15 ไร่ โดยพบว่ามีบางวัดใช้พื้นที่ 200-300 ไร่ เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาคุณสมบัติให้ละเอียด เพราะพี่น้องเกษตรกรตั้งคำถามว่า ทำไมบางวัดใช้พื้นที่เยอะ ที่ผ่านมาหาก มีสำนักสงฆ์ หรือกลุ่มทางศาสนาไปใช้พื้นที่ของ ส.ป.ก ก็จะเน้นย้ำให้มีการตรวจสอบทั้งหมด เพราะอาจจะเป็นการเสียโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนที่ต้องการทำการเกษตรมากกว่า หากกรณีบางวัดที่ขอใช้พื้นที่ทำป่าชุมชนซึ่งไม่ใช่เป็นกิจของสงฆ์ ก็คงจะให้กลับมาใช้เป็นพื้นที่ป่าชุมชนภายใต้ดำเนินการของ ส.ป.ก.มากกว่า

ทั้งนี้ คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ได้มีมติการพิจารณาได้แก่

  1. มีมติเห็นชอบโครงการและใช้เงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตามโครงการ ได้แก่ โครงการจัดหาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ (ทดแทน, ใหม่) เป็นงบลงทุน จำนวนเงินทั้งสิ้น 44,262,920 บาท โดยให้ทางส่วนกลางเป็นผู้จัดซื้อและกระจายไปยังส่วนจังหวัด ทั้ง 72 จังหวัด และ โครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการและเผยแพร่ข้อมูลแผนที่ เป็นงบลงทุน จำนวนเงินทั้งสิ้น 8,964,600 บาท
  2. มีมติให้ปรับปรุงคำสั่งคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่ 3/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาการอนุญาตให้ใช้ที่ดิน เพื่อกิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
  3. พิจารณาอนุมัติไม่ประสงค์จะนำที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันแต่พลเมืองเลิกใช้ร่วมกันแล้วมาดำเนินการปฏิรูปที่ดินตลอดไป จำนวน 3 แปลง ดังนี้ แปลง ‘ที่สงวนเลี้ยงสัตว์พาหนะสาธารณประโยชน์’ ในท้องที่ตำบลคลองทราย อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา บางส่วน เนื้อที่ประมาณ 19-0-61 ไร่ จากเนื้อที่ทั้งหมด 307-2-27 8/10 ไร่ แปลง ‘ทำเลเลี้ยงสัตว์สาธารณประโยชน์กุดไผท’ จำนวน 2 แปลง เนื้อที่ประมาณ 17-2-66 ไร่ และเนื้อที่ประมาณ 19-2-64 ไร่ ในท้องที่ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ บางส่วน เนื้อที่ประมาณ 17-2-66 ไร่ จากเนื้อที่ทั้งหมด 358-3-30 ไร่

ทั้งนี้ ในการประชุม คปก.ครั้งนี้อนุมัติเห็นชอบอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อเป็นที่ตั้งโรงเรียนและอาคารกีฬาอเนกประสงค์ รวมถึงเพื่อกิจการสาธารณูปโภคและกิจการอื่นๆ โดยไม่เรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ในเขตปฏิรูปที่ดิน จำนวน 2 แห่ง เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่ตระหนักถึงความเป็นอยู่และความต้องการของประชาชนและสอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม ในปัจจุบันและอนาคต