หน้าแรก การเมือง อีก 106 วันหม...

อีก 106 วันหมดอายุความ! ผอ.ผสานวัฒนธรรมฯ เล่าพิรุธ ’20 ปี คดีตากใบ’

11.07.24 | 19:32 น.

นับถอยหลังอีก 106 วัน ‘ผอ.มูลนิธิผสานวัฒนธรรม’ เล่าความแปลก ‘คดีตากใบ’ แนะรัฐแอ็กชั่น ลั่นผลลัพธ์สิ้นอายุความ 20 ปี อาจชี้ขาดไทยในสายตา UN – เผยล่าสุด สภาทนายฯ ตั้ง ‘คณะทำงานคดีตากใบ’ แล้ว

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ร้าน ฌ ฌอเฌอคอฟ ลาดพร้าวซอย 16 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ทนายความ และชาวบ้านตากใบที่ลุกขึ้นมาฟ้องรัฐก่อนที่จะหมดอายุความ ร่วมพูดคุยกับองค์กรสิทธิมนุษยชนในประเด็น “20 ปีตากใบ: ความหวัง ความท้าทาย ในวันที่ชาวบ้านลุกขึ้นมาฟ้องรัฐ ก่อนคดีจะหมดอายุความ

บรรยากาศเวลา 13.00 น. ทนายความและชาวบ้านตากใบ อาทิ นายอูเซ็ง ดอเลาะ ตัวแทนศูนย์ทนายความมุสลิม และชาวตากใบ, นายซาฮารี เจ๊ะหลง หรือแบร์ พ่อบ้านใจกล้า และแบมะ (สงวนชื่อจริง) ร่วมอัพเดตความคืบหน้า ถึงการลุกขึ้นมาทวงถาม “ความจริง ความยุติธรรม และการเยียวยา” พร้อมนับถอยหลังอีกไม่ถึง 3 เดือน (106 วัน) วันที่ 25 ตุลาคมนี้ จะสิ้นอายุความ 20 ปีการไต่สวนมูลฟ้อง (ประชาชนฟ้องเจ้าหน้าที่) โดยมี นางพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม, นายชนาธิป ตติยการุณวงศ์ นักวิจัยประจำประเทศไทย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมด้วย

ในตอนหนึ่ง น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่า เหตุการณ์ตากใบ 25 ตุลาคม 2547 เกิดขึ้นสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีความเกี่ยวพันกับเรื่องการเมืองอย่างมีนัยยะสำคัญ และเป็นอุปสรรคในการค้นหาความจริงด้วย ซึ่งเกิดขึ้นที่สถานีตำรวจภูธร ตากใบ ใน จ.นราธิวาส มีประชาชนไปรวมตัวที่ สภ.ตากใบ เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ชาวมีมลายูมุสลิมทั้ง 6 คนที่อยู่ระหว่างควบคุมตัว โดยทหารและตำรวจ เข้าสลายการชุมนุมโดยยิงแก๊สน้ำตา ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง และกระสุนจริง

“ระหว่างนั้น มีการสร้างกลไกคุ้มครองประชาชน โดยการแจกปืน ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล ชรบ.บอกว่าเขาถูกปล้นปืน แต่รัฐบอกว่าเอาปืนไปขายให้โจร ชาวบ้านอยากให้ปล่อยตัว ชรบ. เพราะไม่ได้ปล้นปืน กลายเป็นว่า การรวมกลุ่มกันในภายหลัง มีการบอกว่ามีการปลุกระดม จนกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว สุดท้ายการปราบปรามเริ่มขึ้นในเวลาไม่ถึงชั่วโมง

Advertisement

การสลายการชุมนุมที่ 3 จังหวัด อ.ตากใบ มีการขนคนที่ถูกจับทั้งหมด 1,370 คน ไปขังที่ค่ายอิงคยุทธ หลังมีคำสั่งให้ยุติการชุมนุมโดยเร็ว ซึ่งขาดอากาศหายใจโดยหารกดทับ 78 ราย เป็นเรื่องใหญ่และเกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวนให้ได้ความจริง” น.ส.พรเพ็ญเผย

น.ส.พรเพ็ญกล่าวถึงอุปสรรคว่า มีตลอดมา ทำให้เราไม่สามารถค้นหาความจริงในเรื่องนี้ได้ (การปล้นปืน) กระทั่งวนมาในห้วงเวลาที่พรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาล และนายทักษิณ ชินวัตร กลับมา จำเลยคดีที่ 1 ปัจจุบันเป็นปาร์ตี้ลิสต์ อับดับที่ 4 ของพรรคเพื่อไทย คือ พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีตแม่ทัพภาคที่ 4

เนื่องจากการตายเกิดขึ้นเมื่อ 19 ปีที่แล้ว ถ้าผิดธรรมชาติ จะต้องมี 2 สำนวนคือ 1.สำนวนไต่สวนการตาย และ 2.สำนวนว่าใครทำให้ตาย ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราแทบไม่รู้ความคืบหน้า แต่พอชาวบ้านลุกขึ้นมาจะฟ้องร้อง ตำรวจก็รีบลุกขึ้นมาทำสำนวน

“20 กว่าปีไม่เคยเรียกชาวบ้านเข้าไปสอบเลย แต่พอชาวบ้านจะดำเนินคดี ตำรวจกลับเรียกไปสถานีตำรวจ ชาวบ้านรู้สึกว่าถูกข่มขู่ คุกคาม แต่โดยเนื้อหาของคดี ตำรวจอ้างว่า เรียกมาสอบสวนในฐานะพยาน ทำให้ชาวบ้านบางส่วนมีถอนไปบ้าง แต่บางส่วนอาศัยความกล้าหาญในการลุกขึ้นมาฟ้อง เพราะจะถูกคุกคามต่อเนื่อง” น.ส.พรเพ็ญเผย

น.ส.พรเพ็ญอธิบายว่า ในชั้นนี้เป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘ไต่สวนมูลฟ้อง’ เพราะเป็นคดีที่ราษฎรฟ้องเอง จากปกติคดีที่มีคนตาย ประชาชนไม่ต้องทำสำนวนเพราะตำรวจจะทำเอง แต่การไต่สวนมูลฟ้อง มีอายุความ 20 ปี ซึ่งกำลังเขยิบมาเร็วมากๆ แล้ว เราต้องการให้อายุความสะดุดลง ซึ่งจะเป็นได้ต่อเมื่อศาลประทับฟ้อง และจำเลยมาศาล ถ้าเราเป็นทนายจำเลยทั้ง 9 คงต้องคัดค้านให้ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้จำเลยมีสิทธิสู้คดี อย่างไรก็ดี การขอเลื่อนพิจารณา ก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่ง ที่บางคนก็ใช้วิธีการขอให้อัยการมาเป็นทนายให้ หรือไม่รู้นัด เป็นต้น

“กรณีคดีตากใบ และใน 3 จังหวัด สภาพการณ์ไม่ได้แตกต่างกันกับการใช้ ม.112 ใน กทม.มากนัก ในกรณีตากใบ ความจริงแล้ว สามารถเปิดห้องพิจารณาให้จบ แล้วประทับรับฟ้อง ไม่มีข้อจำกัดว่าจำเลยจะมาศาลหรือไม่ เพราะในขั้นไต่สวน ทุกอย่างเป็นดุลพินิจของศาล แต่ปรากฏว่า มีการพักการพิจารณาคดี กว่าจะได้พิจารณาก็บ่ายไปแล้ว ส่วนตำรวจ ก็มาเร่งทำสำนวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งไม่ฟ้องคดี ในวันเดียวกันนี้ และยังมีหนังสือบอกให้ชาวบ้าน ยุติขอความเป็นธรรมจากชาวบ้าน ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครทำ” น.ส.พรเพ็ญกล่าว

น.ส.พรเพ็ญเผยว่า ตนเคยร่วมอยู่ในห้องพิจารณาคดีบ่อยครั้ง สิ่งที่เราไม่เห็น เราได้เห็นในกรณีคดีตากใบ
“มันเป็นประวัติศาสตร์ความรุนแรง เหตุการณ์ตากใบเหมือน 6 ตุลาคม 2519, 10 เมษายน 2553 การปราบปรามการชุมนุมที่ทำให้ พายุดาวดิน สูญเสียตา 1 ข้าง ตลอด 3 ปีที่เราเห็นการชุมนุมที่กรุงเทพฯ ชาวบ้านเพิ่งเห็นว่า เขาปราบกันแล้วไม่ตาย ตอนนี้ไม่รู้สัญญาณดีไหม กลืนไม่เข้า คายไม่ออก” น.ส.พรเพ็ญกล่าว
น.ส.พรเพ็ญกล่าวว่า ครั้งที่นัดไต่สวน วันที่ 24 มิถุนายน มีการพักการพิจารณาคดีและเลื่อน ทำให้เราต้องมาไต่สวนเพิ่มในวันที่ 25 มิถุนายน

“ศาลบันทึกทุกอย่างไว้ และพูดห้อยท้ายว้า ถ้าไม่พูดวันนี้ก็ไม่รู้จะได้พูดอีกไหม จนชาวบ้านอยากขึ้นพูดหลายคน เริ่มมีการร้องไห้กันในห้องพิจารณาคดี สุดท้ายญาติแถลง 6-7 คน มีการสอบถามผลกระทบทางใจ สภาพความเป็นอยู่ในปัจจุบัน กระทั่งมีเสียงร้องไห้ดังออกไปนอกห้อง”

น.ส.พรเพ็ญเผยอีกว่า จากรายงานการสืบสวนสอบสวน ของสำนักนายกรัฐมนตรี มีการระบุชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ไม่ได้ตกเป็นจำเลยในคดีนี้

น.ส.พรเพ็ญกล่าวว่า ทั้งหมดทั้งมวล เป็นเหตุและผลของความพยายามของภาคประชาสังคมและชาวบ้านในการดำเนินการ ซึ่งมันมีความยาก แต่ชาวบ้านเชื่อในหลักศรัทธา และหวังว่าจะมีโอกาสการนำคดีจากใบขึ้นสู่ศาลโลก ในช่วงเวลานี้

“อย่าลืมว่ามี 1,370 ที่ทับกันอยู่บนรถ แล้วคนข้างบนพบว่าคนข้างล่างหมดลมหายใจไปทีละนิดๆ ซึ่งนำมาสู่การเขียนกฎหมายให้มีความชัดเจน ว่านับแต่นี้ การควบคุมตัวบุคคล ไม่สามารถปฏิบัติโดยกระทำย่ำยี เพราะจะมีความผิดทางอาญา ไม่มีช่องทางไหนเลยที่รัฐไทยจะไม่สามารถเยียวยาชาวบ้านตากใบได้ มีหลายช่องทาง แต่ตอนนี้ช่องทางที่เขาเลือกคือ ไม่ทำ” น.ส.พรเพ็ญกล่าว และว่า

ผลของคดีตากใบ ก็อาจจะเป็นประเด็นสำคัญในการพิจารณาขององค์การสหประชาชาติ (UN) อีกครั้ง ในการที่ที่ไทย สมัครเป็น คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ค.ศ.2025-2027 และอาจจะเป็นเหตุผล ที่เราถูกคุกคามอย่างไม่หยุดหย่อน

“ล่าสุดมีเอกสารส่งมาในไลน์ คือมีคำสั่งสภาทนายความที่ 17/2567 แต่งตั้งคณะทำงานคดีตากใบ ซึ่งเราไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น เรามีความหวังมาโดยตลอด การที่สภาทนายความ แต่งตั้งพวกเราในทีม เป็นคณะทำงานของสภาทนายความ สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการว่าความคดีนี้ได้ คิดว่าน่าจะเป็นสัญญาณที่ดี ในไทย จริงๆ แล้วสภาทนายความอยู่เงียบมานานเหมือนกันในเรื่องของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่มีเรื่องเช่นนี้มานานแล้ว แต่ครั้งนี้มีความคืบหน้า” น.ส.พรเพ็ญกล่าว และว่า อาจต้องรอการแถลงอย่างเป็นทางการของสภาทนายความ

น.ส.พรเพ็ญกล่าวว่า ยังไม่มีตัวแทนรัฐบาลไหน ที่แอ๊กชั่นหรือพูดถึงเรื่องตากใบ รัฐบาลมีสัญญาอันเดียวที่เคยได้ยินจาก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คือการต่อ พ.ร.ก. 1 เดือนตอนมารับตำแหน่งใหม่
“ตอนนั้นเรายังมีความหวัง แต่สุดท้ายกลับไปเหมือนเดิม ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปเแล้ว 77 ครั้ง ซึ่งกำลังจะครบ 19 ปี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมา 77 ครั้ง จนมันไม่ฉุกเฉินแล้ว” น.ส.พรเพ็ญกล่าว